วันพฤหัสบดี, 14 พฤษภาคม 2569

สังคมภูมิภาคใต้ตอนล่าง…ค่าแรง400 ของขวัญแรงงานหรือพ่อค้า??

กลายเป็น”ครม.ขี้เหร่” ไปแล้ว สำหรับ”ครม. นิด 2 “ ใน”สายตา” ของ”ประชาชน” เพราะ ถ้าดูกันแบบ 180 องศา ก็ไม่เห็นว่าการ”ปรับ ครม. ครั้งนี้ ดีกว่า “ครม.ชุดเก่า ตรงไหน เช่น  หรือ ถ้า”ไม่ปรับ” ยังจะดีกว่าด้วยซ้ำ เช่น “กระทรวงการคลัง” จำเป็นอย่างไรที่ต้องมี “รัฐมนตรี” ถึง 4 คน ในการ “กำกับดูแล” นโยบาย”การเงิน การคลัง” หรือต้องการใช้”พลัง”ของ “รัฐมนตรี” ในการ”ขับเคลื่อน” โครงการ”ดิจิตัลวอลเล็ต” ให้ฝ่า”ดงขวากหนาม” จากกลุ่มของ”ผู้เห็นต่าง” ให้เป็นผลสำเร็จเท่านั้น จึงต้องใช้”คน” อย่าง”สิ้นเปลือง” เพื่อทำหน้าที่”รัฐมนตรี    และ “สำนักนายกรัฐมนตรี” มีงานอะไร” ที่มากมายปานนั้น จึงต้องใช้ “รมต.ถึง 3 คน แถมยังได้”ทนายถุงขนม” อย่าง”พิชิต ชื่นบาน” ไปนั่งเป็น”สายล่อฟ้า” ให้ “รัฐบาล” เสียรางวัด” และถูก”ใครต่อใคร” ยื่นเรื่องให้กับ “องค์กรอิสระ” เพื่อ”ตีความตามกฎหมาย” ว่า”ขาดคุณสมบัติ” ตามที่”รัฐธรรมนูญ” กำหนดไว้ หรือไม่….ความจริงการที่”นายใหญ่” ต้องการใช้”บริการ”ของ”มือกฎหมาย”ระดับที่”ไว้วางใจได้” อย่าง”พิชิต ชื่นบาน” อยู่ตรงไหน ก็”ทำงาน” ให้กับ”นายใหญ่” และกับ”เพื่อไทย”ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็น”รัฐมนตรี” ที่เข้ามาแล้วกลายเป็น”ปัญหา” เป็น”สายล่อฟ้า” ให้”รัฐบาล” ต้อง”ปวดหัวตัวร้อน” อย่างที่เป็นอยู่……ถ้าเรื่อง”ปรับครม.” เป็นเรื่องของ”ความวัว” ที่ยังไม่ทันหาย”เรื่องที่”อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร” หัวหน้าพรรคเพื่อไทย” หัวแก้วหัวแหวน” ของ”ทักษิณ ชินวัตร” ผู้ถูกวางตัวให้เป็น”ทายาททางการเมือง” เพื่อ”สืบทอดตำแหน่ง”นายกรัฐมนตรี” แทน”คนของตระกูล”ชินวัตร” ที่ ออกมา”เปิดศึก”ด้วย”วิวาทะ” ที่”เผ็ดร้อน”กับ”ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย” ก็เป็นเสมือน”ความควาย” ที่”สอดแทรก”เข้ามาเพิ่มเติม ที่ทำให้”การเมือง” ของประเทศ”ร้อนฉ่า”เพิ่มขึ้นอีก เพราะถ้า”รัฐบาล”ฟังเสียงของประชาชน ก็จะรู้ว่า วันนี้ ประชาชน “คิดเห็น” และ”วิพากษ์วิจารณ์” รัฐบาล”ชุดนี้อย่างไร และ”วิพากษ์วิจารณ์” คำพูดของ” แพทองธาร” ที่มีต่อ”ผู้ว่าการแบ็งค์ชาติ ”อย่างไร ยกเว้นแต่”โมหะ”และ”อคติ” ที่”บังตา”ทำให้ไม่”เปิดใจ” รับฟังเสียงรอบข้าง ซึ่งเป็นเสียงของ”ประชาชน”อย่างแท้จริง

ที่ สำคัญ” ประเทศไทย วันนี้ คนไทย วันนี้ ไม่ได้อยู่ในยุคที่”ไทยรักไทย” เป็น”รัฐบาล” ซึ่งคนที่”นิราศร้างห่างประเทศ”ไปนานถึง 17-18  อาจจะยัง”หลงผิด” อยู่กับ” สถานการณ์ในอดีต” ที่” คนๆเดียว” สามารถ”บังคับวิถี”คนทั้งประเทศได้ วันนี้ “ประเทศไทย “ และ”คนไทย “ อยู่ในยุคของ”โซเชียลมีเดีย” ที่ “รู้ลึก รู้ทัน “ และ”รู้จริง” กับ “เหลี่ยม คู”ของ”การเมือง” และ”นักการเมือง” …..วันนี้”ประเทศไทย” ได้”ประชาธิปไตย” กลับมาแล้ว ได้”รัฐบาลพลเรือน” เป็นผู้บริหารประเทศ พรรคการเมืองทุกพรรค โดยเฉพาะ”เพื่อไทย” ที่เป็น”แกนนำ”ของ”รัฐบาลผสม” อย่าได้”ฮึกเหิม” หรือ”ลุแก่อำนาจ” เพราะการมี”ดีลลับ” จนทำให้ ประชาชน ทนรับไม่ได้ และ”กวักมือ”เรียกให้”รถถัง” ออกมา”ยึดอำนาจ” อีกครั้ง   หลังการ”เข้าเฝ้า” เพื่อ”ถวายสัตย์” แล้ว จงรีบ ทำงาน สร้าง “ผลงาน” ให้เป็น”รูปธรรม” ที่”จับต้องได้” และให้”คนรากหญ้า” ที่เป็นคน”ส่วนใหญ่”ของประเทศ”กินอิ่ม  นอนอุ่น” ราคา”พลังงานต้อง”เป็นจริง” และ”เป็นธรรม” การ”ทุจริต คอร์รับชั่น” ที่”เบ่งบาน” ต้อง”ลดลง” …..กระทรวงสำคัญอย่าง”กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ ที่เป็น 2 กระทรวงสำคัญของประเทศ ที่เป็น”กลไก”ในการ”ขับเคลื่อน” ให้ประชาชน”อยู่ดีกินดี” ทั้งในเรื่องของ”แหล่งน้ำ” ในเรื่องของ”ราคาพืชผล” ของ”เกษตรกร” ทำไม่จึงไม่ไปเพิ่มโควต้า” รัฐมนตรี” เหมือนกับ”กระทรวงการคลัง” เพื่อช่วยกันทำหน้าที่”ช่วยเหลือเกษตรกร” กระทรวงพาณิชย์   ที่เป็น”กลไก” ในการ ควบคุมราคาสินค้า และการ”เศรษฐกิจการค้า” ทำไม่จึงไม่มีการเพิ่ม”รัฐมนตรี” ให้มากเหมือนกับ”สำนักนายก” ทั้งที่เป็น”กระทรวงสำคัญ” ถ้า “รัฐบาล” มองเห็นความสำคัญของ”คนรากหญ้า” นี่ก็เป็นอีก คำถามหนึ่งของ “ประชาชน” ที่มีต่อ”เศรษฐา ทวีสิน” เพราะ ไม่มีใครเชื่อว่า นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จทางด้าน”ธุรกิจ” อย่าง”เศรษฐา ทวีสิน” คิดได้แค่นี้กับการ”ปรับครม.” ที่แสนจะ”ขี้ริ้วขี้เหร่”ในสายตาของประชน ยกเว้นมีคนที่”ใหญ่กว่า” นายกรัฐมนตรี” เป็นผู้”สั่งการ” ในการ”ปรับ ครม.ครั้งนี้   ซึ่งถ้าเป็นอย่างนี้ เชื่อเถอะ อีก 6 เดือนข้างหน้า “รัฐบาล” ต้องมีการ”ปรับครม.อีกครั้ง เอ้า “เสนาบดี,รัฐมนตรี” ทั้งหลาย เร่ง”สร้างผลงาน” ให้”เข้าตานายใหญ่” ก่อนที่จะถูก”ริบเก้า” ทั้งที่นั่งยังไม่ทัน”อุ่นก้น”

ที่สำคัญเรื่อง”วิวาทะ” ระหว่าง”อุ๊งอิ๊ง” และ”เฮียอ้วน” ที่ออกมา”วิพากษ์” ไปยัง”ตัวตน” ของ” ผู้ว่าการแบ็งค์ชาติ” ที่ถูก”สื่อ” ถูก”นักวิชาการ” นำไป”ขยายผล” ถึงความ”ขัดแย้ง” ระหว่าง”รัฐบาล” และ”หัวหน้าพรรคเพื่อไทย” กับ”ธนาคารแห่งประเทศไทย” ที่มีความเป็น”อิสระ” ในการ “ดำเนินนโยบายการเงิน” ของประเทศ วันนี้ “ต่างชาติ” มอง “ประเทศไทย”อย่างไร ส่งผลที่เป็น”ลบ หรือ บวก” กับการที่ “เศรษฐา ทวีสิน” นายรัฐมนตรี ที่เดินทางไป”ชักชวน” ชาติต่างๆ เข้ามา”ลงทุน” ถ้า”ต่างชาติ” เห็นถึงความ”ขัดแย้ง” ระหว่าง”รัฐบาล”กับ”แบ็งค์ชาติ” ที่เกิดขึ้น ถามว่า ถ้า”เป็นเรา” เราอยากจะ”เลือก” ประเทศไทยเป็นที่”ลงทุน” หรือไม่ เพราะ ประเทศ”ใกล้เคียง” ในภูมิภาคนี้ที่ “ดีกว่า” และมี”เสถียรภาพ” ทาง”การเมือง”ยังมีอีกหลายประเทศ เหนื่อยนะ ประเทศไทย…..ก็เห็นด้วยนะกับการ  ประกาศ ขึ้นเงินเดือน 400 บาท แบบไม่ต้องมี”หลักเกณฑ์” ของ”พื้นที่”ของ”เศรษฐกิจ” ของประเทศ คือได้เท่ากันหมดที่ไม่ต่างกับ”หลักเกณฑ์” ของ”เงินดิจิตัล” แต่ก็เป็น”กังวล” กับการ”ขึ้นค่าแรง” ในวันที่ 1 ตุลาคม ของปี 2567 เพราะถ้า “สำรวจ” กันจริงๆ ใน”ตลาดแรงงาน” ระดับล่าง จะพบว่ามี”แรงงานไทย” น้อยกว่า”แรงงานต่างชาติ” ดังนั้นผู้ที่ได้รับ”อานิสงส์” จากการขึ้น”ค่าแรง” จึงเป็น”พม่า,ลาว.กัมพูชา” มากกว่า”คนไทย” แต่ก็”เอาเถอะ” อย่างไรเสียก็มี”แรงงานไทย” ส่วนหนึ่ง ที่เป็น”แรงงานไร้ฝีมือ” และ “พนักงาน” ใน “ร้านค้า” ต่างได้รับ”ค่าแรง”เพิ่มขึ้น” และ”พิพัฒน์ รัชกิจประการ” เสนาบดี กระทรวงแรงงาน จากพรรคภูมิใจไทย ย่อมได้คะแนนนิยมเพิ่มขึ้น ส่วนจะ”เกาถูกที่คัน” หรือไม่นั้น ตัดสินได้จากการฟังเสียงของเจ้าของ”กิจการ” โดยเฉพาะ”ธุรกิจเอสเอ็มอี” ที่ ออกมา”โอดครวญ” กันถ้วนหน้า ซึ่งก็ต้องถามว่า”รัฐบาล” มี นโยบายอย่างไรในการ”โอบอุ้ม”บรรดา”เอสเอ็มอี” ไม่ให้”ล้มหายตายจาก” จาก นโยบายการ”ขึ้นค่าแรง”แบบ”เท่าเทียม” ทั่วประเทศในครั้งนี้

ที่สำคัญ “ค่าแรง” ขึ้นวันที่ 1 ตุลาคม” แต่ วันนี้” ราคาสินค้า” ขึ้นไปล่วงหน้าหมดแล้ว และมีการประกาศ”ล่วงหน้า” จาก”ผู้ประกอบการ”ว่าจำเป็นต้องขึ้นราคา”สินค้าทุกชนิด”อีก 15% “ ได้ยินได้ฟังแล้ว”หนาว” ทั้งที่อากาศ”ร้อนตับแตก” ก็ต้องถาม”เสี่ยอ้วน” อย่าง”ภูมิธรรม เวชยชัย” รองนายกรัฐมนตรี และ “เสนาบดี” กระทรวงพาณิชย์ ว่ามี”มาตรการ” อย่างไร กับ”ราคาสินค้า” ที่ประกาศ”อั้นไม่อยู่”จะ”พาเหรด” ขึ้นคาราครั้งใหม่อีก 15 % ถ้า”วัฒนศัพท์ เสือเอี่ยม” อธิบดีกรมการค้าภายใน ปล่อยให้”พ่อค้า” ขึ้นราคาสินค้าอย่างที่ประกาศ ก็เท่ากับว่า “ค่าแรง 400 บาท เป็นการขึ้นเพื่อเป็น”ของขวัญ” ให้กับ”พ่อค้า”ไม่ใช่ขึ้นเพื่อให้กับ”ประชาชน “ ได้”ลืมตาอ้าปาก” จากการขึ้น”ค่าแรง”ในครั้งนี้ ใช่หรือ ที่”เสี่ยอ้วน” ให้ “สัมภาษณ์สื่อ” ว่า “ราคาสินค้าขึ้นได้ลงได้นั้น ถ้าจะ”ไม่จริง” เพราะเท่าที่เห็น”สินค้า”ที่ขึ้นไปแล้วโอกาสที่จะลงไม่มี แม้แต่ ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ที่”ขึ้นๆ ลงๆ” สุดท้ายก็จบที่”ขึ้น”มากกว่า”ลง” เห็นกันอยู่”ทนโท่”ต่อให้ “เสี่ยอ้วน”  อมพระมาพูด ชาวบ้านก็ไม่เชื่อ

การแข่งขัน”วิ่งเทรล อเมซิ่ง จังเกิล ไทยแลนด์ ฯ 2024  ที่จัดขึ้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา เมื่อวันที่ 3-5 พ.ค.ที่ผ่านมา ถือเป็นงานใหญ่”ระดับชาติ” มีนักวิ่งร่วมงานถึง 3,480 คน จาก 48 ประเทศ มีเงินไหลเข้าสู่ อ.เบตง เกือบ 300 ล้านบาท แต่น่าเสียดาย ที่การ”แข่งขันการวิ่ง “ระดับชาติ” ที่เป็นการ”ส่งเสริมทั้งเรื่องของกีฬาและเรื่องการท่องเที่ยว” ไม่มีแม้แต่”เงา”ของ นักการเมืองใน”รัฐบาล” มาร่วมงาน อย่างน้อยที่สุด ก็”รัฐมนตรีท่องเที่ยวและกีฬา” หรือไม่ก็”รองนายกรัฐมนตรี” ที่ต้องมาร่วมงาน นี่แสดงให้เห็นว่า” รัฐบาล”ของ”เศรษฐา ทวีสิน” ไม่เห็นความสำคัญของ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งที่เคยเดินทางมา”ค้างแรม”ที่ “เบตง” เพื่อ”โปรโมท” การท่องเที่ยวด้วยการกิน”ปลานิลสายน้ำไหล” เมื่อเดือน มีนาคม ที่ผ่านมา   งาน”วิ่งเทรล” ที่เป็นงาน”ระดับชาติ”  จึงกลายเป็น”งานวิ่งของท้องถิ่น” ที่มีเพียง”อำพล พงษ์สุวรรณ” ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาเป็นผู้ที่”ให้การต้อนรับขับสู้” มอบรางวัลให้กับ นักวิ่งจากชาติต่างๆ เอวัง และ วังเวง กับ”รัฐบาล ชุดนี้

เรื่องของ”มั่นคง” ที่ไม่”มั่นคง” ในจังหวัดชายแดนภาคใต้  มีการ”วิพากษ์วิจารณ์” กันมากถึง”คลิป” ของการที่มี”มวลชน” ปิดล้อม โรงพยาบาลทุ่งยางแดง อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี เพื่อ “ขัดขวาง” และ”ขับไล่” คนไข้ ที่เข้าไปใช้บริการ ในขณะที่ “เจ้าหน้าที่” และ”แพทย์” ทำการ”ชันสูตรศพ” ของ”กองกำลังติดอาวุธ” ของ”บีอาร์เอ็น” ที่ถูก เจ้าหน้าที่”วิสามัญฆาตกรรม” เสียชีวิตใน”บ้านเช่า” ที่ ต.น้ำดำ อ.ทุ่งยางแดง โดยที่”เจ้าหน้าที่” ยืนมอง”ตาปริบๆ” ไม่สามารถ” ห้ามปราบ” ให้”มวลชน” ที่ ปิดล้อม ขับไล่ ประชาชนที่เกิดขึ้นกับ รพ.ทุ่งยางแดง แต่อย่างใด  หรือที่คือสิ่งที่เรียกว่า” รัฐล้มเหลว” ที่กำลังเกิดขึ้นกับสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามที่”บีอาร์เอ็น” และ”องค์กรต่างชาติ” อย่าง”เจนีวาคอล” และ”ไอซีอาร์ซี” ต้องการให้เกิดขึ้นกับ”จังหวัดชายแดนภาคใต้” เพื่อให้เกิดการ”เปลี่ยนแปลง” ตามที่ต้องการ…..นี่ไม่ใช่ครั้งแรก แต่เป็นเรื่อง”ซ้ำๆ” ที่เกิดขึ้นทุกครั้ง ในการนำศพของผู้ถูก”วิสามัญฆาตกรรม”ไปทำการ”ชันสูตรพลิกศพ” ตาม”ขบวนการของ”กฎหมาย” จำได้ว่าเคยมีการ”ขัดขวาง”รถของ”มูลนิธิ” เพื่อ”แย่งศพ”ของผู้ถูก”วิสามัญ” ที่ อ.ธารโต จ.ยะลา และการ”ขัดขวาง” ใช้”มวลชน” ในการ”ปิดล้อม” เจ้าหน้าที่ ในพื้นที่ จ.นราธิวาส ในขณะที่”ลำเลียงศพ” ของผู้ถูก”วิสามัญฯ ลงจาก”เชิงเขา” ที่เป็นจุดปะทะ แต่เรื่องทุกเรื่องที่เกิดขึ้น ก็ไม่เคยมีการ”แก้ไข” ยังปล่อยให้มีการเกิด”ซ้ำซาก” วันนี้ถ้ามีใครถามว่า”กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” มีไว้ทำอะไร ก็อย่างเพิ่ง”โกรธเคือง”กัน เพราะยิ่งนานวัน ยิ่งมองเห็นความเป็น”รัฐล้มเหลว” ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

เช่นเดียวกับการ”แห่ศพ” ของผู้ที่ถูก”วิสามัญฆาตกรรม” ที่วันนี้กำลังเป็นเรื่อง”ปกติ” ไปแล้ว ทั้งที่เป็นเรื่องไม่”ปกติ” เพราะผิดทั้ง”หลักศาสนา” ผิดทั้ง”หลักกฎหมาย” ที่ปล่อยให้มีการ”ตะโกน”คำว่า” เมอร์เดกาปาตานี” ก็ต้องถามว่าทำไมหน่วยงานความ”มั่นคง” จึงมีความรู้สึกที่”เชื่องช้า” โดยปล่อยให้” บีอาร์เอ็น” สร้าง”นักรบพระเจ้า” เพื่อการ”ปลุกระดม” ให้”ประชาชน” และ”เยาวชน” หลงผิด    การที่คนในพื้นที่ไม่ยอมรับ”ความจริง” ว่า”กองกำลังติดอาวุธ” ที่มี”หมายจับ” เป็นผู้ที่ทำผิด”กฎหมาย” และเป็น”คนร้าย” คือการ แสดงออกว่า นี่คือการไม่ยอมรับ”กฎหมายไทย” ไม่อยู่ใต้”อาณัติ” ของ ประเทศไทย นี่แหละคือ”รัฐล้มเหลว” ที่แท้จริงที่เกิดขึ้นแล้ว และจะ”ขยายตัว”มากขึ้นเรื่อยๆ ถ้า “กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า”ยังทำตัวเป็น”จ่าเฉย”ที่นั่งจิบ”ชาเย็น” แบบ”ทองไม่รู้ร้อน”…..หรือที่”ล่าสุด” มีการ “แข่งกีฬาตาดีกาสัมพันธ์” ที่”บ้านตะโละไทรทอง” อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี ที่มีภาพ”ในคลิป” มีคนแต่งกายคล้าย “นักรบฮามาส” มีการแห่”ขีปนาวุธจำลอง” และมี “เยาวชน” รวมอยู่ในขบวนแห่ เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นที่อื่นๆในการ”แข่งกีฬา” เช่นที่ อ.ธารโต จ.ยะลา ที่นักเรียนถือภาพของผู้ถูก”วิสามัญฆาตรกรรม”เพื่อเป็นการ”ยกย่อง” เช่นเดียวกับการถือภาพของ”หะยีสุหลง โต๊ะมีนา”ผู้นำ”จิตวิญญาณ”ของชาว”มุสลิม” เรื่องอย่างนี้”สมควร”ไม่”สมควร” ผู้บริหารโรงเรียนต้องรู้ และหน่วยงาน”การศึกษา” ต้องทำความเข้าใจกับผู้บริหารโรงเรียน  และที่สำคัญ “กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่พ้น และเท่าที่รู้ในการ”จัดการแข่งขันกีฬาตาดีกาสัมพันธ์”ครั้งนี้   เงินที่ใช้ในการ”จัดการแข่งขัน” เป็น”งบประมาณราชการ” เช่นเดียวกับการแข่งขันกีฬาตาดีกาสัมพันธ์ ที่ อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี ที่มี”คลิป” ออกมาเผยแพร่ถึงความ”ไม่เหมาะสม” ทางราชการสนับสนุน”งบประมาณ”ไปถึง 160,000 บาท เพื่อให้แข่งกีฬา”สร้างความสามัคคี” ไม่ใช่เป็น”กิจกรรม” ในการสร้างความ”แตกแยก” ที่เป็นปัญหาของ”ความมั่นคง” เรื่องพรรค์อย่างนี้ “พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค” แม่ทัพภาคที่ 4 / ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ต้องชวน “แม่ทัพ ,นายกอง” เสนาธิการ” ช่วยกัน”คิดอ่าน” ว่าจะ”จัดการ” อย่างไร กับปัญหาที่เกิดขึ้น    แต่ถ้าไปถาม”คนไทยพุทธ” ใน”สภากาแฟ” ทุกคนตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า”ใต้สงบงบไม่มา. ก็รับฟังได้นะ

อีกเรื่องที่ ชาวบ้านเขา”ข้องใจ” และ”ฝากถาม” วันก่อนตอนที่มีการ”วิสามัญฆาตกรรม” กองกำลังติดอาวุธ” จำนวน 2 ศพ ที่ บ้านน้ำดำ อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี ในบ้านหลังที่”คนร้ายหลบซ่อน” พบ “บุหรี่หนีภาษี” จำนวนมากในบ้านหลังดังกล่าว ถามว่าเป็นของใคร และได้ดำเนินการ อย่างไรกับ “เจ้าของบุหรี่” ที่เป็น”สินค้าผิดกฎหมาย”อย่างไร…..เช่นเดียวกับการ”พูดคุยสันติสุข” ที่”รัฐบาล” เรียก” และการ ”เจรจาสันติภาพ” ที่”บีอาร์เอ็น”เรียก ซึ่งก็ต้องถาม “ฉัตรชัย บางชวด” รอง “เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ”( สมช.) ที่ทำหน้าที่”หัวหน้าคณะการพูดคุย” ว่า ผ่านไปแล้ว 13 ปี ที่มีการ”ขับเคลื่อน” โต๊ะเจรจา”  ทำไมการ”พูดคุย” จึงยัง”ผิดฝาผิดตัว” ทำไม “เรา” ซึ่งเป็น”ประเทศ” ที่มี”อำนาจ” การ”ต่อรอง” ที่มากกว่า จึงไม่”เรียกร้อง” ให้”แกนนำ”ของ”บีอาร์เอ็น” อย่าง”คอซาลี เวาะแล” ประธานขบวนการบีอาร์เอ็น หรืออย่าง “นิเซะ นิฮะ” ที่เป็น”เลขาธิการ” หรืออย่าง “บือราเฮง ปะจุศาลา” ( อิหม่านเฮง ) ซึ่งเป็นผู้นำ”จิตวิญญาณ” มา”เจรจา”กับ”รัฐบาล” ให้ “รู้แล้วรู้รอด” ว่า “บีอาร์เอ็น” จะเอาอย่างไรกับ”จังหวัดชายแดนภาคใต้” ถ้าต้องการ”เอกราช” ก็ “เลิกคุย” และแก้ปัญหา”ไฟใต้” ด้วยวิถีทาง อื่นๆ เพราะ”ไฟใต้” ไม่ได้ “ยุติ” เพราะการ”พูดคุย” เพียงอย่างเดียว…..ทำไม เราซึ่งเป็น”ประเทศ” ไม่สามารถ”ต่อรอง” ทั้งกับ”มาเลเซีย” และ”บีอาร์เอ็น”ที่เป็นแค่”องค์กรลับ”ในการ”ก่อการร้าย”ทำไม ต้องไป”เจรจา”กับ”หุ่น” หรือ” ตัวแทน” ที่”มาเลเซีย” เป็นผู้ “กำหนด” ให้เป็น”ตัวแทน”ของการ”พูดคุย” อย่างเช่น “ดร.นิมะ เจ๊ะเต๊ะ” ประธานฝ่ายเทคนิค ของ บีอาร์เอ็น ที่ “พล.ท.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ “ ประธานฝ่ายเทคนิค ของ”ฝ่ายไทย” ก็รู้อยู่ว่าเป็น”หุ่นเชิด” ของ”รัฐบาลมาเลเซีย” นี้ถามตรงๆ ถามจริงๆ เถอะว่า” ไอ้ที่”พูดกันไปพูดกันมา” หมดงบประมาณไปแล้วเป็น”พันล้าน” ตกลงได้พูดกับ”บีอาร์เอ็น” หรือพูดกับ” หุ่นเชิด” ของ”รัฐบาลมาเลเซีย” เอ้า “ฉัตรชัย บางชวด” หัวหน้าคณะ”พูดคุย”ตอบทีเถอะ”ชาวบ้านเขา”ข้องใจ” หุยฮาๆ”

เรื่องของ”น้ำลด สันดอนโผล่”ที่ “คลองอาทิตย์” ซึ่งเป็นคลองขุด เพื่อการเกษตรของคนใน”คาบสมุทรสทิงพระ” ในท้องที่ อ.สทิงพระ ,กระแสสินธุ์ ,ระโนด” จ.สงขลา ที่ “ภัยแล้ง” ทำให้ “น้ำแห้งขอด”จน”วัว ควาย” ลงไป”เดินเล่น” ใน ลำคลอง ได้อย่างสบายใจ และทำให้เห็น”สันดอน” ที่เป็น”โคก” สูงบ้าง ต่ำบ้าง และ ท้องคลอง”ใต้สะพาน” ไม่มีการ”ขุดลอก” ทำให้ น้ำในคลองอาทิตย์ ไม่สามารถไหลได้ตลอดสาย สร้างความ”เดือดร้อน” ให้กับ”เกษตรกร” ที่ ทำสวน ทำนา เลี้ยงสัตว์ เพราะไม่มีน้ำ นี้ถ้าไม่เกิด”ภัยแล้ง” สมนึก พรหมเขียว” ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา คงไม่ได้”พบเห็น” พวก”สันดอน” ที่โผล่กลาง”ลำคลองอาทิตย์” ที่ส่อให้เห็นถึง”สันดาน” ของ”บริษัทผู้รับเหมาในการ”ลอกคลองอาทิตย์” รวมทั้ง”สันดาน” ของ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการ”ขุดลอกคลอง”ครั้งนี้    เห็นแล้ว พบแล้ว จึงอยู่ที่” สมนึก พรหมเขียว” จะ สั่งให้ดำเนินการอย่างไร แค่ให้”ผู้บริหารชลประทาน” ทำการ”ขุดลอก” ในส่วนที่เป็น”ปัญหา” อย่างเดียวน่าจะ”ไม่พอ” ทางที่”ถูกต้อง” คือการ”ตรวจสอบ” เพื่อ”เอาผิด” กับ”ทั้งผู้รับเหมา” และเจ้าหน้าที่”ชลประทาน ที่เป็น”กรรมการตรวจรับ” ที่ปล่อยให้มีเรื่องที่”ผิดปกติ”เกิดขึ้น และที่สำคัญ” ปปช.สงขลา ต้อง”ตรวจสอบ” เรื่องของ”คลองอาทิตย์” ให้”เข้มข้น” และอีกคนที่ต้องนำเรื่อง”สันดอนคลองอาทิตย์” และ”สันดาน” ชลประทาน ไป”อภิปราย” ในสภาผู้แทนคือ” ชนนพัฒน์ นาคสั้ว”  สส. เขต 4 สงขลา พรรคพลังประชารัฐ  เจ้าของพื้นที่ ซึ่งอยู่ภายใต้”ปีกโอบ” ของ” รอ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” เสนาบดี” กระทรวงเกษตรกร และสหกรณ์ ที่เป็น”นายโดยตรง” ของ”อธิบดีกรมชลประทาน เขียนถึงเรื่องของ “ชลประทาน” ไม่ได้จบแค่เรื่อง”สันดอน” และ”สันดาน” ที่ “คลองอาทิตย์ กำลังเอก” แต่ หลากหลายโครงการของ”ชลประทาน มีเรื่องที่ถูก”ร้องเรียน” และ”อื้นฉาว” มาโดยตลอด และนี้แหละคืองานที่” ปปช.” ต้องดำเนินการ โดยไม้ต้องรอให้ใคร”ร้องเรียน”เพราะเป็นหน้าที่ในการจับคนที่”โกงชาติโกงแผ่นดิน” โดยตรง

เรื่อง”งามหน้า” ที่ด่านพรมแดน อ.เบตง จ.ยะลา ที่”มีคลิป” และ”มีข่าว” มี”บุคคล” ที่”รีดไถเงิน” ของ”ผู้”ประกอบการ” ในการ”ข้ามแดน” คนละ 200-300 บาท จนเป็นเรื่อง”อื้อฉาว” ทั้งประเทศ จริงอยู่ หลังมีเรื่อง”งามไส้” ทั้ง”อมร ชุมช่วย” คนเป็น”นายอำเภอ” และ พ.ต.อ.”จิรวัฒน์ ดูดิง” ผกก. สภ.เบตง จ.ยะลา จะได้สั่งการให้”ดำเนินคดี” กับผู้ที่ทำความผิด แต่โดย”ข้อเท็จจริง” ที่คนใน”เบตง” รับรู้มานานคือ เจ้าหน้าที่ปล่อยปละละเลย ให้มีเหตุการ”เรียกร้องเงิน” ในการ”ผ่านแดน” มาเป็นเวลานานนม นี่ถ้าไม่มีคนที่”เป็นหมูไม่กลัวน้ำร้อน” ออกมา”ถ่ายคลิป”ลงใน”โชเซียล” เรื่อง”ชั่วๆ” อย่างนี้ก็คงจะมีอยู่ต่อไป ใช่หรือไม่ และ”เงิน” ที่”เรียกเก็บ”ด้วยการ”ข่มขู่” มีการ”ส่งส่วย” ให้ใครบ้าง นี่ต่างหากที่เป็นข้อสงสัยของคนในสังคม

ข่าวว่า “เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรี”ไม่ปลื้ม” กับ”ผลงานของ”กรมศุลกากร” ทั้งเรื่องการ”จัดเก็บภาษี”ที่ไม่”เข้าเป้า”  และเรื่องการปล่อยให้มีการ”ทุจริต”เกิดขึ้น ตั้งแต่เรื่องของ”หมูเถื่อนหมื่นตัน” จนถึงเรื่อง”ส่วยน้ำมันทิพย์” ของ”โกฟุก” ที่ จ.ระนอง อีกเรื่องที่ขอให้ “นายกรัฐมนตรี” เศรษฐา ทวีสิน ทำการ”ตรวจสอบ” คือเรื่องการนำเข้า”น้ำมันทรานส์ซิสเส้นทาง” จาก ประเทศมาเลเซีย ผ่านทาง ด่านศุลกากรสะเดา อ.สะเดา จ.สงขลา ที่มีเรื่อง”ไม่ชอบมาพากล” เพราะมีการนำ”น้ำมันที่ซื้อมาในราคาถูก” เพราะไม่”เสียภาษี” แอบขายในประเทศ ไม่ได้นำ”ส่งออก” ไปยังประเทศที่สามตามที่แจ้ง”ทรานส์ซิส”เส้นทางแต่อย่างใด นี่คือ”ขบวนการค้าน้ำมันข้ามชาติ” ที่มีทั้ง”นักการเมือง” และ”คนในเครื่องแบบ” อยู่เบื้องหลัง

ทิ้งร้างมาแล้ว 10 กว่าปี เสียหายนับพันล้าน คือ “โครงการเคหะแห่งชาติ” ที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ที่ วันก่อนเห็น”พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” รัฐมนตรียุติธรรม” ลงพื้นที่ไป”ตรวจสอบ” เพื่อหาทางแก้ไข เพื่อให้ใช้ประโยชน์ได้   เรื่องของ”เคหะร้าง” ที่”สุไหงโก-ลก” ก็ไม่ต่างกับเรื่อง”อควาเรี่ยมหอยสังข์ร้าง”ที่ อ.เมือง จ.สงขลา ที่”ยืนตระห่าน” ท้าทาย”สายตา” ทุกคู่ที่ผ่านไปผ่านมา เพื่อบอกว่านี่คือ” อนุสรณ์”ของการ”ทุจริตคอร์รับชั่น” ที่ “รัฐบาล” ไม่เคย”ส่งเสียง”ดังๆ ให้ประชาชนได้ยินได้ฟังว่าจะ”แก้ไข” อย่างไร ก็ขอฝากให้” รัฐมนตรี ยุติธรรม” พ.ต.อ.ทวี สองส่อง  หาหนทางในการแก้ปัญหาด้วยเถอะ ชาวบ้านรอมานานแล้ว และบอกตรงๆว่า”ผิดหวัง หมดหวัง” ตั้งแต่รัฐบาลก่อนโน่นแล้ว

พายุฤดูร้อน พัดผ่าน”เมืองหาดใหญ่” เสาไฟฟ้า ในถนนหลายสาย เช่น”ราษฎร์อุทิศ,ศรีภูวนารถ,ศุภสารสังสรรค์” ล้ม”ระเนระนาด”โชคดีที่ไม่มี”ประชาชน” เสียชีวิต หรือ บาดเจ็บ แต่พบว่า “เสาไฟฟ้า”ที่”หักโค่น” ล้วนเป็น”เสาไฟฟ้า” ที่ เก่า และ “ชำรุด” รวมทั้ง”สายไฟ” ที่ เกาะกับเสาไฟ มากมาย มหาศาล  อย่างไรเสีย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ก็คงจะเป็น”บทเรียน” ให้” เทศบาลนครหาดใหญ่” และ”การไฟฟ้าภูมิภาค”   จะได้มีการ”สำรวจ ตรวจสอบ” บรรดา”เสาไฟฟ้า” ในพื้นที่ต้นไหน บริเวณไหนที่”ชำรุดทรุดตัว” ก็ ทำการ”ปรับเปลี่ยน” เพื่อที่จะไม่ต้องเกิด”โศกนาฎกรรม” ขึ้นจาก”ภัยธรรมชาติ” ใช่ เรื่องของ”ภัยธรรมชาติ” เป็นเรื่องที่”ห้ามไม่ได้” อาจจะ”ไม่รู้ล่วงหน้า” แต่ก็”ป้องกันได้” ถ้ารู้จัก”ถอดบทเรียน” ที่เกิดขึ้นมาใช้ให้เป็นประโยชน์

นี่ก็เรื่อง”ภัยธรรมชาติ” ที่กำลัง”ถล่มการท่องเที่ยว”ใน”เกาะต่างๆ” ของ จ.กระบี่” เมื่อ”แหล่งน้ำ” ในการ”ผลิตประปา”ของ”เอกชน” ไม่มีน้ำเพียงพอ โรงแรม ห้างร้าน สถานที่ต้อนรับ”นักท่องเที่ยว” เดือดร้อน  นักท่องเที่ยว ต่าง”ยกเลิก” การเดินทางมาท่องเที่ยว  เพราะ”ขาดแคลนน้ำ” ถ้าอีก 10 วัน หน่วยงานราชการ ยังแก้ปัญหา”น้ำ” บนเกาะต่างๆ ไม่ได้ ทุกอย่าง”บนเกาะ”ก็คงจะ”จบเห่ เม็ดเงิน ที่หวังจาก”นักท่องเที่ยว “สลายเป็น”อากาศธาตุ” อีกครั้ง    ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ จะแก้ปัญหานี้อย่างไร จะใช้เรือของ”ทหารเรือ” ที่”ทับละมุ  จ.พังงา บรรทุกน้ำจืดจาก”จ.ภูเก็ต” ไปช่วย นักลงทุนใน เกาะ ต่างๆ หรือจะ”เช่าเรือเอกชน” ในการ”ลำเลียงน้ำ” ก็รีบทำ และเรื่อง”ภัยแล้ง” ของปีนี้ ที่สร้างความ”เสียหาย” ให้กับ”เกษตรกร” และ”ภาคธุรกิจการท่องเที่ยว” “ รัฐบาล ที่ดี ที่มองปัญหาของประเทศได้”ทะลุ” จะต้องมีการนำปัญหาไป”ถอดบทเรียน” เพราะใน”อนาคต” ในปี 2568 “ภัยแล้ง” อาจจะ”รุนแรง” ไปกว่านี้ และความ”เสียหาย” ก็อาจจะมากกว่านี้ ปรากฎการณ์ของ”ธรรมชาติ” เตือนมาแล้ว อย่าคิดว่า”ไม่เป็นไร”และไม่ต้อง”ทำอะไร” อย่าลืมว่า” ประเทศชาติ”  ไม่ใช่ของที่ให้ใครเข้ามา”บริหาร”แบบ”ล้อเล่น”

นี้ก็ต้องติดตามดู เมื่อ “กระทรวงสาธารณสุข” ไม่เอานายแพทย์อย่าง” ชลนาน ศรีแก้ว” เป็น “เสนาบดี” แต่เลือกอา”นักการเมือง” ผู้”จัดเจนเกมการเมือง” อย่าง”สมศักดิ์ เทพสุทิน” มาเป็น”เสนาบดี” เรื่อง”ครอบครอง”ยาบ้า 5 เม็ด” เป็น”ผู้ป่วย” ที่ชาวบ้านทั้งประเทศ”ไม่เห็นด้วย” “เจ้าของโครงการ”โคหมื่นล้าน” จะว่าอย่างไร จะมีการแก้กฎหมายหรือไม่ ชาวบ้าน”ล้างหู” รอฟังคำตอบอยู่ โดยเฉพาะนโยบาย”ที่”คุณเธอ” ขึ้นไป”ตระโกน”บนเวที”หาเสียง”ว่า “เพื่อไทยมา ยาเสพติดหมดไป” เมื่อไหร่จะ”เป็นจริง” หรือวันนี้”เพื่อไทย” จะเป็นอย่างที่มีการกล่าวกันว่า “เพื่อไทย” ไม่ใช่พรรค”อนุรักษ์” แต่เป็นพรรคที่”เปลี่ยนแปลง”ที่มีการ”เปลี่ยนแปลง” นโยบายไป มา ตลอดเวลา โดยเฉพาะ “นโยบาย” ที่ใช้ในการ”หาเสียง” เพราะที่”หาเสียง”ไว้บน”เวทีในการ”หาเสียง” ทั้งเรื่องขึ้น”เงินเดือน”ผู้ที่”จบปริญญาตรี” 25,000 บาท เรื่องค่าแรง 450 บาท  เรื่องลดราคา”พลังงาน” สุดท้ายมีการ”เปลี่ยน”ไปมาตลอดเวลา แม้แต่เรื่อง”เงินดิจิตัล” ก็อย่าคิดว่าจะ”หวานหมู” สิ้นปีนี้ได้แน่นอน นะ ประชาชน เพราะวันนี้ยังมี”ขวากหนาม” เต็มไปหมด และที่สำคัญ เงินกู้ 500,000 ล้านบาท  จะเป็นการ”กระตุ้นเศรษฐกิจ” แบบ”สึนามิ” หรือ”สึนาม้วย” ก็ยังตอบไม่ได้  ……แล้วพบกันใหม่วันศุกร์หน้า สวัสดีครับ

ไชยยงค์ มณีพิลึก