วันพุธ, 13 พฤษภาคม 2569

สังคมภูมิภาคใต้ตอนล่าง…’โพงพางทะเลสาบสงขลา’ พ่นพิษ! แจ้งเอาผิดเจ้าหน้าที่ ม.157

07 มิ.ย. 2024
1001

ภาพใหญ่ของประเทศไทย ที่ถูก”จับตามอง” ทั้งในประเทศและ”ต่างประเทศ” คือเรื่องที่”ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ตกเป็นผู้ต้องหาในความผิด “มาตรา 112 “ เพราะถูก”อัยการสูงสุด” เป็นผู้สั่งฟ้อง เรื่องความผิดตาม”มาตรา 112 “ ไม่ใช่ความผิด”ทางการเมือง” แต่เป็นความผิด”อาญา”ที่หากมีการ”สั่งฟ้อง” ต้องมีการสู้คดีกันยาวนานถึง 3 ศาล การที่มี”โซ่ตรวณ” ติดขาอยู่ข้างหนึ่ง เป็นเหมือน”ชนักปักหลัง” ที่คงจะทำให้การ”ขับเคลื่อน” หรือการ”เคลื่อนไหว” ทาง”การเมือง”ของ”ทักษิณ ชินวัตร” เชื่องช้า และคงจะไม่”เลยธง” อย่างที่ผ่านมา หลังจากออกจาก”โรงพยาบาลตำรวจ” แต่ทุกอย่างไม่มี”อะไรแน่นอน” สำหรับ”บุคคลพิเศษ” อย่าง”ทักษิณ ชินวัตร” ที่ยากแก่การควบคุม…..ในขณะที่”เศรษฐา ทวีสิน “ นายกรัฐมนตรีตาม”รัฐธรรมนูญ” ก็กลายเป็น”นายกรัฐมนตรี” ที่มี”ชนักปักหลัง” จากกรณีการถูก”ศาลรัฐธรรมนูญ” ทำการ”ล่ามโซ่” เพื่อรอการ”ตัดสิน”ว่า “ผิด”หรือ”ถูก” ในกรณีที่แต่งตั้ง”พิชิต ชื่นบาน” เป็น “รัฐมนตรีสำนักนายก” แม้ว่า”พิชิต”จะลาออกจากตำแหน่ง”รัฐมนตรี”ไปแล้ว แต่”เศรษฐา ทวีสิน” คนที่”แต่งตั่ง ยังไม่พ้น”โซ่ตรวณ” ของกฎหมาย”รัฐธรรมนูญ”…..แม้ทั้ง”นายใหญ่” ที่ถูกมองว่าเป็น”นายกนอกรัฐธรรมนูญ” และ”เสี่ยนิด” นายกรัฐมนตรีที่มากับ”รัฐธรรมนูญ” ต่างก็มี”ชนักติดหลัง” และไม่มั่นใจว่าจะ”ออกหัว-ออกก้อย” เพราะถ้า”มั่นใจ” คงจะไม่ต้อง”วิ่งแจ้น” ไปใช้บริการจาก”เนติบริกร” อย่าง “วิษณุ เครืองาม “ ให้มารับตำแหน่ง “ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย” ที่น่าจะ”เทียบชั้น” รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย  ทั้ง สองกรณี ที่เกิดขึ้นกับ”ทักษิณ” และ”เศรษฐา” จึงกลายเป็นจุด”เปราะบาง” และความ”ง่อนแง่น” ของ”รัฐบาล” ที่ไม่ส่งผลดีต่อ”ประเทศไทย” ในทุกด้าน โดยเฉพาะด้าน”การเมือง” ที่”ระส่ำระสาย” และ”ไร้เสถียรภาพ”

แน่นอน การเมืองที่”ง่อนแง่น” ยอมส่งผลกระท่อ”เศรษฐกิจ”อย่างหนีไม่พ้น และต้องยอมรับว่า เกือบปีของ”รัฐบาล” ที่มี”เสี่ยนิด” เศรษฐา ทวีสิน “ เป็นผู้นำ “เศรษฐกิจ”ของ”ประเทศไทย” ยังไม่เห็น”ทางออก” แม้ว่าราคาพืชผลทางการเกษตรอย่าง”ยางพารา,อ้อน,มันสำปะหลัง” จะมี”ราคาดี” แต่ในด้านอื่นๆ เช่น”การ”ส่งออก” ที่”ติดลบ”การที่โรงงานอุตสาหกรรม”ปิดตัว” การที่”หนี้สินครัวเรือน” เพิ่มสูงอย่างหมดทาง”เยียวยา” และราคา”น้ำมันเชื้อเพลิง” ที่เป็น”ปัจจัยหลักของการผลิต” มีราคาที่แพงเกินกว่าที่”รัฐบาล” จะทำการ”ควบคุม”ได้ และการที่ผู้ผลิต”ขึ้นราคาสินค้า” โดยอ้าง”ราคาน้ำมัน” และ”ค่าแรง” ที่เพิ่มสูงขึ้น คือ”ปัจจัยซ้ำเติม” ให้”เศรษฐกิจ”มีแต่””ซวนทรุด” ส่งผลกระทบเป็น”ลูกโซ่” ตั้งแต่ธุรกิจ”เอสเอ็มอี” จนถึงร้านค้า”รายย่อย”และ”แบกะดิน” เพราะ”กำลังซื้อ”ที่”หดหาย”อย่างน่า”ใจหาย” ของคน”ระดับกลาง”และ”รากหญ้า” และ น่าจะรอเงินแจกจาก”ดิจิตัลวอลเล็ต”ไม่ไหว เพราะกว่าจะได้รับการ”แจก” ต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน “เศรษฐกิจไทย” จึงเข้าตำรา”ถั่วสุกงาไหม้” และที่สำคัญ แม้ว่า”เสี่ยนิด” เศรษฐา ทวีสิน จะเดินทางไป”ขายไอเดีย” ชักชวน”กลุ่มทุน” จากประเทศต่างๆ ให้มา”ลงทุน” และ”ร่วมทุน”ในประเทศไทย ตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่ง”นายกรัฐมนตรี” ตั้งแต่เดือนแรก แต่จนถึง “ณ บัดนี้” ยังไม่เห็นการ”ตอบรับ”จากกลุ่มทุนไหน มีแต่ ข่าว ว่าจะๆ เท่านั้น…..เช่นข่าวว่า “จีน”และ”ญี่ปุ่น” สนใจโครงการ”แลนด์บริดจ์” ที่เป็น”สะพานบก” เชื่อม”สองฝั่งทะเล” ที่ จ.ชุมพร และ จ.ระนอง แต่ เอาจริง เข้า วันนี้โครงการ”แลนด์บริดจ์” ยังเป็นโครงการที่ไม่”เสด็จน้ำ” มีความ”เห็นแย้ง” และ”เห็นต่าง” ของ “นักวิชาการ” และที่เห็นชัดๆคือ”คณะกรรมการสิทธิมนุษย์ชนแห่งชาติ” ยังอยู่ระหว่างการ”จัดเวทีแสดงความคิดเห็น” ของ”กลุ่มต่างๆ” เกี่ยวกับเรื่องของ”แลนด์บริจด์” ที่ยังไม่มี”ข้อสรุป” จาก”ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ที่สำคัญ”แลนด์บริจด์” แม้จะเกิดขึ้นได้ ก็เป็นเรื่อง”อนาคต” แต่วันนี้คือปัญหา”เฉพาะหน้า” ที่เป็นเรื่อง”หนักหนา” สำหรับประเทศไทย ที่ยัง”มองไม่เห็นทางออก

เช่นเดียวกับเรื่อง”ราคาพลังงาน” ที่แม้ว่า”พีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค” รัฐมนตรี”พลังงาน”จะมีข่าวเป็นระยะๆ ว่าอยู่ระหว่างการ”แก้กฎหมาย” เพื่อให้สามารถเข้าไปดู”ข้อมูล”ของ”ต้นทุน” ที่แท้จริงของ”ขบวนการกลั่น” การผลิต ของ”โรงกลั่น” เพื่อที่จะให้”กระทรวงพลังงาน” สามารถ”กำหนด” ราคา”จำหน่าย” น้ำมันในประเทศไทย แต่จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่เห็นสิ่งที่เรียกว่า”เป็นรูปธรรม” ขบวนการที่จะ”ควบคุมราคา”ในการ”จำหน่าย”หรือ”ขายปลีก” น้ำมันเชื้อเพลิงยังคง”ยักตื้นติดกึก ยังลึกติดกัก” เพราะที่ผ่านมา “ประเทศนี้” ปล่อยให้”กลุ่มทุนเชื้อเพลิง” ทำการ”ผูกขาด” มี”อำนาจ” เหนือ”รัฐบาล” มาเป็นเวลานับ 100  ปี เป็นการ”หยั่งรากลึก” จนยากที่ฝ่าย”การเมือง” จะเข้าไป”ผ่าตัดโครงสร้าง” ที่”นายทุน-ขุนศึก” ต่างเข้าไปมี”ผลประโยชน์” กับ”กลุ่มทุนพลังงาน”……ล่าสุดมีการออกข่าวว่า”ซีโนเปค” ยักษ์ใหญ่ “น้ำมันเชื้อเพลิง” จาก”ประเทศจีน” จะเข้ามามี”ส่วนร่วม” ใน”ตลาดน้ำมัน”ของประเทศไทย มีการ”กว้านซื้อปั๊มบางยี้ห้อ”ในประเทศไทยไว้แล้ว เพื่อที่จะ”ขายปลีก” น้ำมันให้”ผู้ใช้” ใน”ราคา” ที่”ถูกกว่า” ก็อย่าเพิ่ง”ดีใจ” เพราะ”สุดท้าย”แล้วจะ “ดีใจเก้อ” อย่าหวังว่า”กลุ่มทุนจีน” จะ”ฉลาดน้อย” ในเรื่องการ”ค้าขาย” สุดท้ายแล้วก็จะมีการ”ซูเอี๋ย” ระหว่าง”ทุนใหญ่”ด้วยกัน และร่วมกันทำ”กำไร” บนความ”เจ็บปวด” ของผู้”เสียภาษี” อย่าง เราๆ ท่านๆ เรื่องของ”พลังงาน” เป็นเรื่องของ”รัฐบาล” และ”กระทรวงพลังงาน” ที่ต้องร่วมมือกัน”รับผิดชอบ” ในเรื่องการ”ผ่าตัดโครงสร้าง” ของโรงกลั่น” เพื่อสร้างความ”ชอบธรรม” และ”เป็นธรรม” ให้กับ”ประชาชน”ทุกชนชั้นในประเทศนี้”ต่างชาติ” ไม่มี”ชาติไหน” ที่ หวังดีดับ”ประเทศไทย” ถึงขั้นที่จะ”ขายน้ำมันในราคาถูก เพื่อ”แข่งขัน”กับ”ยักษ์ใหญ่” อย่าง”ปตท.และ”บางจาก”

ถ้าจะคบกับ”จีน” ก็ให้ดู”บทเรียน” ของ”ล้งจีน” ที่กลายเป็นผู้ที่”ผูกขาด” และกำหนดราคาของ”ผลผลิต” ที่”คนไทยเป็นเจ้าของ” เช่น”ทุเรียน,มังคุด”,มะม่วง” และ”อื่นๆ ที่วันนี้”จีน”คือผู้”กำหนดชะตากรรม” ของ “เกษตรกร”ไปแล้ว หรือให้ดูการ”ทะลักทลาย” เข้ามาของ”สินค้าจีน” ที่แม้แต่”ห้างใหญ่ๆ” ที่เป็นของ”เจ้าสัว”ในประเทศไทยยัง”หวั่นไหว” และ”ต้าน”ไม่อยู่ เชื่อเถอะเรื่อง”ธุรกิจ การค้า” ไม่มีคำว่า”จีนไทย อื่นไกลพี่น้องกัน”…..เช่นเดียวกับเรื่อง ราคาผลผลิตปาล์มน้ำมันที่”ตกต่ำ” ทั้งจากการ”เห็นแก่ตัว”ของ”เกษตรกร” ที่ทำการ”ตัดปาล์มสุกแดด” มาขาย ความเห็นแก่ตัวของ”ลานปาล์ม” และ ความเห็นแก่ตัวของ”โรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม” ทุกฝ่ายต่างคิดเรื่อง”กำไร” และ”เห็นแก่ตัว” แต่ไม่มีคำว่า”ส่วนรวม” สุดท้ายราคาปาล์มจึง”ดิ่งเหว” จนกลายเป็นเรื่องของ”รัฐบาล” ที่ต้องเข้ามา”แก้ไข”ปัญหาที่เกิดขึ้น…..กลไก ในการ แก้ปัญหาเรื่อง”ผลผลิตทางการเกษตร”ไม่ว่าเป็น”พืชชนิดไหน” ด่านแรกที่ต้อง”ดำเนินการ” คือ” ผู้ว่าราชการจังหวัด” และ”พาณิชย์จังหวัด” ที่ต้อง”เห็น”และ”รู้” ถึงปัญหา ก่อนที่ปัญหาจะ”ลุกลาม”ไปยัง กระทรวงที่รับผิดชอบ และ”รัฐบาล “ แต่ที่ผ่านมา “ผู้ว่าราชการจังหวัด” ก็ไม่ได้”ใส่ใจ” นั่งรอให้ปัญหา”สุกงอม” ต้องมีการ”ประท้วง” ต้องมีการ”เดินขบวน” ฝ่ายปกครองจึงจะ”ขยับตัว” เช่นเดียวกับ”พาณิชย์จังหวัด” ที่ไม่ได้”ติดตามปัญหา” ที่เกิดขึ้นแต่”เริ่มแรก” พอ”ฝีแตก” จึง”กระตือรืนล้น” ลงไป รับรู้เรื่องราว ที่เกิดขึ้น หรือเหมือนกับที่”ชาวบ้าน” เขา”นินทา”กันว่า” หน้าที่ของ”พาณิชย์จังหวัด” ที่”พบเห็น”และ”เป็นข่าว” มีอยู่ 2 เรื่อง 1 ตรวจกระเช้าของขวัญ” เมื่อใกล้”วันปีใหม่ และ 2 การออกตรวจ”ชุดสังฆทาน” ในร้ายขายเครื่องสังฆพันธ์ ส่วน สินค้าอื่นๆ จะขึ้นราคาเท่าไหร่ น่าจะไม่ใช้”หน้าที่”ของ”พาณิชย์จังหวัด เรื่องนี้ “วัฒนศัพท์ เสือเอี่ยม” อธิบดีกรมการค้าภายใน”ต้องรับฟัง” เพราะเป็นเสียงของ”ประชาชน

และวันนี้”คำสั่ง” จาก “กรมการค้าภายใน” ให้ “ลานปาล์ม” รับซื้อปาล์ม ในราคา กิโลกรัมละ 4.50 บาท ก็”พ่นพิษ” มี”ลานปาล์ม” หรือ”ลานเท” ส่วนหนึ่ง หยุดรับซื้อ ส่วนที่เปิดอยู่ก็”รับซื้อ” ในราคา กิโลกรัมละ 3.50 บาท ถ้าเกษตรกรมาขาย ก็ไปขายที่อื่นที่เขาให้”ราคาแพง” เท่ากับที่ กรรมการค้าภายใน สั่งการ นี่คือ”เรื่องจริง” ที่ผู้ที่นั่งอยู่”บนหอคอยงาช้าง” ไม่เห็น และทุกอย่างก็จะจบลงที่”ผมสั่งไปแล้ว”….ที่ผ่านมา”มะนาวแพง,พริกแพง,ไก่ไข่แพง,หมูแพง” “รัฐบาลก็โทษ”ดินฟ้าอากาศ” เป็นเพราะ”หน้าร้อน” ทำให้”ผลผลิตน้อย” ขาดน้ำ “ผักหญ้า” แพงทุกอย่าง แม้แต่”ไก่” ก็”ไม่ใช่” เพราะ”อากาศ” วันนี้”หมดหน้าร้อน และย่างเข้า”หน้าฝน” แล้ว ก็ต้องฟังว่า”รัฐบาล” แนะ”กรมการค้าภายใน” จะหาสาเหตุอะไรมาบอกกับ”ประชาชน” เพราะราคาสินค้าที่ขึ้นไปแล้ว”ไม่ลดลง”แต่อย่างใด ฟัง “ภูมิธรรม เวชยชัย “ รองนายกรัฐมนตรี และ “เสนาบดี” กระทรวงพาณิชย์ บอกว่า “สินค้าขึ้นได้ก็ลงได้” ไหน ลงยกตัวอย่างมาให้ฟังหน่อยว่า สินค้าที่”ขึ้นราคา”ไปแล้ว มีกี่อย่างที่กลับ”ลงมา” เท่าเดิม

ที่ต้องชมว่าดีก็ต้องชม เช่นวันนี้ เกษตรกรชาวสวนยาง”ยิ้มกว้าง” เพราะราคายางพาราที่แห่ขึ้นในรอบ 7 ปี วันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมา ราคา”น้ำยางสด” พ่อค้ารับซื้อจาก”ชาวสวน” กิโลกรัมละ 80 บาท เป็นราคาที่ “เจ้าสวน” และ”ลูกจ้าง” พอใจ และ”อยู่ได้”  ก็ต้อง ชื่นชม “บอร์ดการยางแห่งประเทศไทย” และ” รอ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” เสนาบดี “กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่วนที่”ทางการโฆษณา” ว่าราคายาง “ทะลุกิโลกรัมละ 100 “ ขอให้”เข้าใจ” เสียใหม่ว่า นั้นเป็นราคา”ยางแผ่นรมควันชั้น 1 “ ที่ “ซื้อ-ขาย” ใน”ตลาดกลางยางพารา” เป็น”ยางของนายทุน” ไม่ใช่ของ”ชาวบ้าน” เพราะวันนี้”ชาวสวนยาง” ขายน้ำยางสด และ “ยางก้นถ้วย” และ ขายให้กับ”พ่อค้า” ที่ตั้งจุด”รับซื้อ” ใน”หมู่บ้าน ตำบล ดังนั้น”ราคาที่ตลาดกลาง” ไม่ใช่”ของจริง” ที่จะทำให้”เกษตรกรชาวสวนยางได้อานิสงค์” แต่อย่างใด “เสนาบดี” และ”ข้าราชการประจำ” รู้ไว้ด้วย

เรื่องของ”โพงพาง” เครื่องมือ”จับสัตว์น้ำ” ที่”ผิดกฎหมาย” ใน”ทะเลสาบสงขลา”  วันนี้”กลายพันธุ์”ไปสู่ความ”เห็นด้วย” และ”เห็นต่าง” ในการดำเนินการเพื่อการ”แก้ปัญหา” เช่น”สมโภชน์ โชติชูช่วง” อดีต รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ รับไม่ได้ที่ หน่วยงานที่รับผิดชอบไม่”ดำเนินการตามกฎหมาย” กับ”เจ้าของโพงพาง”  จึงได้”ร้องทุกข์กล่าวโทษ” กับ หน่วยงานราชการ ที่มีหน้าที่ในการ “รักษากฎหมาย” เช่น ประมงจังหวัด ,เจ้าท่าจังหวัด ตำรวจน้ำกองกำกับ 7” และ” ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา”  ตาม มาตรา 157 คือ”ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่” ซึ่งผู้ที่”ถูกกล่าวหา” ก็ต้องนำ”พยาน หลักฐาน” ต่อ”พนักงานสอบสวน”ว่าไม่ได้”ละเลย” ต่อ “ความผิด” ที่เกิดขึ้น  การ แจ้งความ”เอาผิดต่อเจ้าหน้าที่รัฐ “ ใน ม.157 นั้น พนักงานสอบสวน ต้องสรุปสำนวนภายใน 30 วัน จึงเป็น”เผือกร้อน” ที่อยู่ในมือของ “พ.ต.อ.บรรเทิง เหล่าเจริญ” ผกก.สภ.สงขลา ที่ผู้สนใจต้องติดตาม

เรื่องของ”โพงพาง” ใน”ทะเลสาบสงขลา” ที่เป็นทั้ง”เครื่องมือประมง” ที่ผิดกฎหมาย และทั้งการ”รุกร่องน้ำการเดินเรือ” วันนี้ ปัญหาใหญ่เกินกว่าที่”ท้องถิ่น” ฝ่ายเดียวจะ”จัดการ”ได้ “สมนึก พรหมเขียว” ทำหนังสือ”ราชการ” จำนวน 7 ฉบับ ส่งถึง”นายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์,รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม.  อธิบดีกรมเจ่าท่า, อธิบดีกรมประมง, ประกลัดกระทรวงทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ ทุกกระทรวงทุกหน่วยงาน”มีหน้าที่” ในการ”รับผิดชอบ”ร่วมกัน ได้มี “นโยบาย” ในการแก้ปัญหาที่”ยังยืน” หนังสือจาก จ.สงขลา ส่งไปตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน จนถึง ขณะนี้ ทุกกระทรวง ที่หน่วยงาน ยังไม่ตอบหนังสือกลับมาแม้แต่ หน่วยงานเดียว นี้คือการ”บริหารราชการแผ่นดินของประเทศไทย” ที่”ส่วนกลาง” ไม่ร่วม”รับผิดชอบ” กับปัญหาที่เกิดขึ้น โดยปล่อยให้เป็นเรื่องของ”ท้องถิ่น” หรือ”ภูมิภาค” ต้อง”รับผิด”และ”รับชอบ” ตาม “ยถากรรม” และล่าสุด “สมนึก” พรหมเขียว” ได้แสดงให้ สังคม เห็นถึงความ”รับผิดชอบ” ไม่ได้”ละเลย” ต่อปัญหาของ”บ้านเมือง” และจะไม่ยอมให้คนที่”ทำผิดกฎหมาย” อยู่”เหนือกฎหมาย” มีการ ส่งรายชื่อผู้ที่ทำผิดกฎหมายกว่า 30 ราย ส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีแล้ว และได้ให้ ประมงจังหวัด และ”พนักงานเจ้าท่าภูมิภาค จ.สงขลา จัดทำประกาศแนวเขตของ”ร่องน้ำ” ตั้งแต่”หัวพระยานาคจนถึงท่าเทียบเรือประมงใหม่ ( ท่าสะอ้าน ) ความยาว 5 กิโลเมตร เพื่อให้เป็น”ร่องน้ำ”ที่ปลอดภัยในการเดินเรือ ซึ่งปัจจุบันมี”โพงพาง” กีดขวาง”ร่องน้ำ” ของการ”เดินเรือ” รวม 13 แถว จำนวน 159 ช่อง ที่จะต้อง”รื้อถอน” ณ วันนี้”พนักงานตำรวจ”และ” พนักงานอัยการ” อยู่ระหว่าง ดำเนินการ ให้เป็นไปตาม”กฎหมาย” อีกไม่นานเกินรอ  สังคมของคนสงขลา ที่”อึดอัดขัดใจ” กับเรื่องของ”โพงพาง” และกลุ่มคนที่ทำตัวเป็น”อภิสิทธิชน” ใช้”กฎหมู่เหนือกฎหมาย” ไม่ยอมรับ”กบิลเมือง” ด้วยการ”ปิดถนน ปิดแพขนาดยนต์” จะได้เห็นการใช้”กฎหมาย” ในการแก้ปัญหา” โพงพาง” ที่มีเจตนา”ดักเรือ” ให้จบสิ้นไป ส่วน”โพงพาง”อีก 1,500 ปาก ที่”เต็มทะเลสาบสงขลา” รวมทั้ง”ไซหนอน” และ”ไซนั่ง” และ”ลอบพับ”หรือ”ไอ้โง่” ที่เป็นเครื่องมือในการทำ”ประมงที่ผิดกฎหมาย” เช่นกัน ก็ต้องเป็นหน้าที่ของ”กรมประมง” ที่ต้องเข้าไป”ดำเนินการ” ส่วนจะใช้”กฎหมาย” หรือ”นายละม่อม”ก็ต้องไปคิดเอาเอง  ส่วนชาวประมงที่ไม่ใช้เครื่องมือที่”ผิดกฎหมาย” ไม่เห็นว่าจะ”เดือดร้อน”

เรื่อง “ร้อนๆ” ที่ จังหวัดพัทลุง ก่อนหน้าที่”แป้ง นาโหนด” จะ”จนมุม” ที่ “เกาะบาหลี”ประเทศ อินโดนีเซีย” ตำรวจชุด”หนุมาน” จาก”กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง” นำกำลังเข้า”ตรวจค้น” พื้นที่”เป้าหมาย” ใน จ.พัทลุง และ จ.สงขลา จำนวน 15 จุด เพื่อ”จับกุม” กลุ่ม”อิทธิพล” ที่เกี่ยวกับ คดีการฆ่า”หมี ป่าบอน” สมุนมือขวา ของ”แป้ง นาโหนด” ที่ อ.ป่าบอน จ.พัทลุง และ “ไม่ผิดหวัง” เพราะ”หนุมาน” จับได้ทั้ง”กำนันคนดัง” ใน อ.ปากพะยูน จับกุม ตำรวจระดับ พ.ต.ท. ประจำ สภ.ปากพะยูน จ.พัทลุง จับ “เลขานุการ” นายกเทศบาล  ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา และ “กลุ่มมือปืน”  ที่มีคดี”ยาเสพติด” ที่”รับงานฆ่า” เพื่อแลกกับการไม่”ติดคุก” ในคดี”ค้ายาเสพติด” ที่ อ.ควนเนียง จ.สงขลา ได้แบบ”ครบเซ็ท” เชื่อว่า แม้จะไม่ทำให้กลุ่ม”อิทธิพล” ของ”พัทลุง” หายไป แต่ก็ทำให้กลุ่ม”อิทธิพล” หยุดความ”อหังการ์” ไปได้”ชั่วคราว” สิ่งที่ต้องติดตามดูคือ” ในขบวนการ”สอบสวน” จะมีการ”ร่วมด้วยช่วยกัน” อย่างไร เพราะ กลุ่ม”อิทธิพล” ใน “พัทลุง” มีทั้ง”นักการเมือง” และ”คนมีสี” เป็น”กองหนุน”

ส่วน เบื้องหลังการจับกุม”แป้ง นาโหนด” ที่ “อินโดนีเซีย” ที่ทำให้”แป้ง” จนมุม” ได้เร็วขึ้นนั้น มาจากการที่”แป้ง” ให้”ดต.หญิง” ที่เห็น”หน้าห้อง”ของ” ตำรวจใหญ่” นายหนึ่ง  ใช้รถยนต์ส่วนตัวมารับ” ชาวอินโดนีเซีย” ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อใช้เป็น”ตัวประกัน” ในการเรียกเก็บเงิน”ค้ายาเสพติด” ไป”ควบคุมตัว” ที่ บ้านสมุนของ”แป้ง “ที่ ต.ท่าแค อ.เมือง จ.พัทลุง  และ หลังจากที่” ดต.หญิง.” ถูก”จับกุม” เป็นผู้ต้องหา ในการร่วมกันจับคนไปเรียก”ค่าไถ่” ความลับของ”แป้ง นาโหนด” พักอยู่ที่ไหน อย่างไร จึง”พรั่งพรู” ออกจากปาก และมีการ”เขียนแผนที่คอนโด” ที่”แป้ง  นาโหนด” พักอยู่ที่ “เมืองเมดาน” อย่าง”ละเอียดยิบ” เพื่อ แลกกับ”อิสรภาพ” ใน คดีมีส่วนร่วมในการจับ”อินโดนีเซีย” เรียกค่าไถ่ นั้นเป็นที่มาของ “10 วัน” ในการ ติดตาม”แป้ง นาโหนด” ภายใต้การ”คอนโทรล” ของ” พ.ต.อ.ทวี สองส่อง “ เสนาบีดกระทรวงยุติธรรม ที่วาง “ขุมข่าย” ติดตาม”แป้ง นาโหนด” ใน “อินโดนีเซีย” มานานแล้ว ตั้งแต่ “แป้ง” หนีลงเรือจาก” อ.ละงู จ.สตูล ไปยัง “จังหวัดอาเจะ” ประเทศอินโดนีเซีย แต่คดีการ”นายซาวานา” ชาวอินโดนีเซีย เพื่อเป็น”ตัวประกัน” ในการค้า”ยาเสพติด” ทำให้การ”เข้าถึงตัว”ของ”แป้ง นาโหนด” เร็วขึ้น” ดังนั้น”จุดจบ”ของ”แป้ง นาโหนด” ล้วนมาจาก” ผู้หญิง” ทั้ง “หญิงไทย” ที่เป็นคนสนิท”ที่เป็น “นายดาบ” และหญิง อินโดนีเซีย ที่เป็น”กิ๊ก”

สำหรับ “แป้ง นาโหนด” คงยอมรับกับ”ชะตากรรม” ที่เกิดขึ้น แต่ สำหรับกลุ่ม”ตำรวจ” และ”การเมือง” ที่เกี่ยวข้องกับคดีของ”แป้ง นาโหนด” ตั้งแต่การ ช่วยนำ”หลบหนี”จาก”พัทลุง” ไป “อินโดนีเซีย”  และ กลุ่มค้ายาเสพติด” ในพื้นที่ จ.พัทลุง และ สงขลา ต่างมีอาการ”สะบัดร้อนสะบัดหนาว” เพราะไม่รู้ว่า หลังจากนี้ ถ้ามีการ”โอนคดี”ของ”แป้ง นาโหนด “ ให้กับ”ดีเอสไอ” และมี” ปปส. “ เข้ามาร่วมด้วย ขบวนการ “สอบสวน” ถ้าทำให้”แป้ง นาโหนด” สามารถ”เปิดปาก”ได้ เชื่อว่าจะมี”คนในเครื่องแบบ” จำนวนไม่น้อย”เดินพาเหรด” เข้าไปเป็นเพื่อนของ”แป้ง นาโหนด” ในเรือนจำ อย่างแน่นอน และหลังการ”จบคดี”ของ”แป้ง นาโหนด”แล้วในการ”โยกย้าย” ในเดือน “ตุลาคม” นี้ นายตำรวจชื่อดัง “พ.ต.อ.สมพงศ์ สุวรรณวงศ์” รอง ผบก.สืบสวน ภาค 9 น่าจะได้”อวยยศ” เป็น” พล.ต.ต.” ในตำแห่ง”ผู้การ”

เรื่องของ”แป้ง นาโหนด” ไม่ได้จบเพียงแค่นี้ ก็ที่”แป้ง นาโหนด “ จะ”จนมุน”ที่”เกาะบาหลี”  ตำรวจมีการ”สืบสวน” จนพบว่า ทีมงานของ”แป้ง นาโหนด” ใน จ.สงขลา และ พัทลุง คือผู้”ค้าน้ำมันเถื่อนรายใหญ่” ที่นำเข้า”น้ำมันเถื่อน” จาก”ประเทศมาเลเซีย” ผ่านทางด่านชายแดน อ.สะเดา จ.สงขลา วันละหลายคันรถสิบล้อ  วันนี้แม้ว่า”แป้ง นาโหนด” จะ”จนมุม” เจ้าหน้าที่แล้วก็จริง แต่ “ขบวนการค้าน้ำมันเถื่อน”ยังคง”ขับเคลื่อน”อยู่ เรื่องนี้”เดอะโต้ง” พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 สั่งการให้ ชุด “ปราบปรามน้ำมันเถื่อน” ดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายหน่อยเถอะ

เรื่องของ”ไฟใต้” ยังเป็นเรื่องที่”ร้อนแรง” เพราะยังมีการ”ก่อเหตุรายวัน” โดย “กองกำลังติดอาวุธ”ของ”บีอาร์เอ็น” ให้ “เจ้าหน้าที่รัฐ”ต้องเกิดความ”สูญเสีย” เป็น”ใบไม้ร่วง” ล่าสุด 2 ศพ ที่  ต.ท่าม่วง อ.เทพา จ.สงขลา ซึ่งเป็น”ทหารการข่าว” และ”สายข่าว” ของ ฉก.สงขลา เดือน พ.ค.ที่ผ่านมา เป็นเดือนที่มีความ”สูญเสีย” มากที่สุด ประเด็นที่ “คนในพื้นที่” ถามไถ่” กันมามากคือ ประสิทธิภาพในการ”ป้องกันเหตุ” ของ”กอ.รมน.ภาค ภ 4 ส่วนหน้า ในพื้นที่ ทำไมจึง”ป้องกันเหตุ”ไม่ได้ และ นี่กระมั่ง ที่เป็นเหตุให้”ภาคประชาสังคม” ที่เป็น”ปีกทางการเมือง”ของ”บีอาร์เอ็น” เรียกร้องให้มีการ”ถอนทหาร” ออกจากพื้นที่ “จังหวัดชายแดนภาคใต้” เพราะมีไว้ก็”ป้องกันเหตุ” ไม่ได้ ก็เห็นใจ”พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์” ผบ.ทบ. ที่”เที่ยวไล้เทียวขื่น” ขึ้นๆ ลงๆ” ในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อ”ขันน็อต” กอ.รมน.ภาค 4  ส่วนหน้าในการ”ดับไฟใต้” แต่ก็ไม่มีอะไรที่”เปลี่ยนแปลง” ในทางที่ดีขึ้น มีแต่เห็น”บีอาร์เอ็น” รุกหนักขึ้นเรื่อยๆ

มี ข่าวดี จาก” แม่ทัพน้อยที่ 4” พล.ท.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ ถึงเรื่องการ”จัดกิจกรรม”ของ” โรงเรียนตาดีกา” ที่มักจะ”ล้ำเส้น เลยขอบ” มี”แกนนำบีอาร์เอ็น” แฝงตัวเข้ามา”ปลุกระดม” ว่า ต่อไปเรื่องอย่างนี้จะไม่เกิดขึ้น เพราะจะมีการ”ตรวจสอบ” ก่อนการเกิดขึ้นของ”กิจกรรม” รวมทั้งการ”จัดกิจกรรม” ของ”กลุ่มอื่นๆของ”ภาคประชาชน” ที่วันนี้”ล้ำเส้น”และ”เลยธง” เช่นนำ”คนต่างประเทศ” มาร่วมกิจกรรม รวมทั้งไป”จัดกิจกรรม” ในประเทศเพื่อนบ้าน ต่อไปจะ ไม่ยอมให้เกิดเรื่องเหล่านี้ขึ้นอีก

ส่วน “พล.ท.ศานติ ศกุลตนาค “ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผอ.กอ.รมน.ภาค 4  วันนี้ กำลัง”เดินหน้า” เพื่อ”เอาผิด”กับ” กลุ่มอิทธิพล” ทั้ง “ต่างชาติ” และ”คนไทย” ที่”บุกรุกที่ดิน” บน”เกาะสมุย “จ.สุราษฎร์ธานี” เพื่อเอา”คนผิด”มา”ลงโทษ” จำได้ว่าเรื่อง “บุกรุกที่ดิน” และ”ป่าไม้” ใน อ.เกาะสมุย  และอีก หลายเกาะ ใน ภาคใต้ เคยมีการดำเนินการอย่าง”เอาจริงเอาจัง” มาแล้วแต่สุดท้ายมีการ”นินทากันว่า “กลุ่ม”อิทธิพล” ทำ”เงินหล่น”ไว้”หมื่นตำลึง” การดำเนินการกับผู้”บุกรุก” จึง”เดินหน้า”ต่อไปไม่ได้  ก็ดีใจที่วันนี้” บิ๊กต้น” หยิบเรื่อง”บุกรุกเกาะ”มา”ปัดฝุ่น” เพื่อ”เอาผิด”เป็นรอบที่ 2 ก็หวังว่า”ประวัติศาสตร์” จะไม่”ซ้ำรอย”เดิม

ปิดฉากไปแล้ว สำหรับบทบาทของ”กรรมาธิการ คสช. ที่มี “จาตุรนต์ ฉายแสง “ เป็นประธานกรรมาธิการ ด้วยการ นำเสนอ ให้ ครม. พิจารณา ในเรื่องของการ ยกเลิก คำสั่ง คสช. จำนวน 3 ฉบับ ที่ออกมาบังคับใช้กับ “ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้” จนทำให้”ศอ.บต.”ถูก”บอนไซ” กลายเป็นองค์การที่เป็น”เป็ดง่อย” มาเป็นเวลา 9 ปี  พร้อมทั้งมี ข้อเสนอจาก”คณะกรรมาธิการ” ที่เป็นประโยชน์ แก่” ศอ.บต.” ในการ บริหารราชการแผ่นดิน ที่เป็น”ประโยชน์กับการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้” หาก ครม. มี มติ  ตาม ข้อเสนอของ”กรรมาธิการ คสช.” บทบาทของ”ศอ.บต.” ก็จะเป็นไปตาม”พรบ.ของ”ศอ.บต. และไม่ต้องขึ้นอยู่กับ” กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า “ศอ.บต.” จะมี”อิสระ” ในการใช้ นโยบายของ “ศอ.บต. อย่างเต็มที่ ก็ต้องติดตามกันต่อไป ว่า ถ้า ศอ.บต.มี”อิสระ” จะทำประโยชน์ให้กับ จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างไร และ”ศอ.บต.”ภายใต้การนำของ”ปลัดบิลลี่” พ.ต.ท.วรรพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการ ศอ.บต. จะสามารถ”เป็นที่พึง เป็นที่”ถูกใจ” ของ”ประชาชน” ได้หรือไม่…. แล้วพบกันใหม่วันศุกร์หน้า สวัสดีครับ

ไชยยงค์ มณีพิลึก