การเมืองยังไม่มีความ”แน่นอน” แม้ว่า”เพื่อไทย” จะดันให้ “แพทองธาร ชินวัตร” เป็น นายกรัฐมนตรี” ได้สำเร็จ แต่ เก้าอี้”นายกรัฐมนตรี” ของ” แพทองธาร ชินวัตร” ในยามนี้ ก็ยังไม่มีความ”มั่นคง” เพราะ”กูรู” ทาง”การเมือง” ของ”ประเทศไทย” ส่วนใหญ่ ไม่มีความ”มั่นใจ” ว่า “รัฐนาวา” ภายใต้การนำของ” นายกรัฐมนตรีหญิง”ที่ชื่อ”แพทองธาร ชินวัตร” จะสามารถ”อยู่ยาว” ถึง 6 เดือน หรือไม่ เพราะมีการ”พยากรณ์อาการ” ที่เกิดขึ้นกับ” รัฐบาล” ชุดนี้ พบว่า มีทั้งการ”เจาะยาง” มีทั้งการ”วางระเบิดเวลา” มีทั้ง”จั่นห้าว”และ”จั่นหับ” ที่เป็น”ขวากหนาม” เต็มไปหมด ซึ่ง”กับดัก” ที่ถูกวางไว้มากมาย คือ”ปัญหา” และ”อุปสรรค” ที่ทำให้”รัฐบาล” ของ”แพทองธาร ชินวัตร” มีอายุสั้นกว่า”รัฐบาล”ของ”เศรษฐา ทวีสิน” ……ยิ่งการ”ปรากฏตัว”ของ” ครูใหญ่เซราะกราว” อย่าง” เนวิน ชิดชอบ” มังกรบุรีรัมย์”ที่”เคียงกาย” ด้วย” เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกุล ที่”บ้านจันทร์ส่องหล้า” เมื่อหลายวันก่อน ในการเข้าพบ”ทักษิณ ชินวัตร” อดีต “นายกรัฐมนตรี” ที่แม้จะเป็นอดีต”นักโทษการเมือง” แต่ยังเป็น”บุคคล” ที่มาก”บารมี” ยิ่งทำให้ “คนการเมือง” และ”นักวิเคราะห์สถานการณ์” ต่าง”วิเคราะห์เจาะลึก” ไป”ต่างๆนาๆ” และทั้งหมดคือเรื่อง”การเมือง” คือเรื่อง”ทางออก” ทั้งเรื่อง”กฎหมายประชามติ” ที่ “สมาชิกวุฒิสภา” ไม่เห็นชอบการขอแก้ใน”มาตรา 13 จนต้องมีการ”ส่งคืน” และมีการตั้ง”กรรมาธิการร่วมกันระหว่างสองสภา รวมทั้งเรื่องการ”แก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ” ที่”เพื่อไทย” ต้องทำการ”ออมชอบ” กับ”ภูมิใจไทย” และ” สว.” สาย”สีน้ำเงิน” ซึ่งต้อง”อาศัย” บารมีของ”ครูใหญ่” อย่าง” เนวิน ชิดชอบ” การ”ปรากฎารของ”ครูใหญ่ เนวิน” จึงถูก” กูรูทางการเมือง” ตีความไป”สารพัดเรื่อง” แม้แต่เรื่องที่”เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกุล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย “รองนายกรัฐมนตรี” และ” เสนาบดี” กระทรวงมหาดไทย” จะเป็น”นายกรัฐมนตรี” คนต่อไป หาก”อุ๋งอิ๋ง” แพทองธาร ชินวัตร” ต้องถูก”ลอยแพ” ก่อนเวลาอันสมควร
แต่ เชื่อเถอะ การเมืองไทยยุค”ทักษิณ ชินวัตร” เป็นผู้อยู่”เบื้องหลัง” ในการ”กำหนดเกมการเมือง” จะไม่มี”นายกรัฐมนตรี” คนที่ 3 ใน รัฐบาลชุดนี้ ถ้า”แพทองธาร ชินวัตร”ไปต่อในตำแหน่ง”นายกรัฐมนตรี”ไม่ได้ ทางออกสำหรับ”การเมืองไทย” คือการ”ยุบสภาฯ” เพื่อการ”เลือกตั้ง” ครั้งใหม่ ให้”จับตา” การ”แจกเงินเฟส 2 ที่”เพื่อไทย” ต้องเร่ง”ผลักดัน” ให้เป็นไปตาม”นโยบาย” แจกเงินประชาชน เพื่อ” ฟื้นเศรษฐกิจ” ที่จะต้องเกิดขึ้นในไม่ช้า เพราะนี้คือการ”หาเสียงล่วงหน้า” ก่อนที่จะมีการ”ยุบสภา” เกิดขึ้น ……จากการ”พูดคุย” กับ” หัวหน้าพรรคการเมือง “ และกับ”เสนาบดีกระทรวงต่างๆ” ต่างมี”มุมมอง” ไปใน”ทิศทางเดียวกันถึงความ”ง่อนแง่น” ของ”รัฐบาล” ภายใต้การนำของ”แพทองธาร ชินวัตร” ที่เป็น”นายกรัฐมนตรี”เพียง 1 เดือน แต่มีเสียง”วิพากษ์วิจารณ์” จากหลาย”ฟากฝ่าย” ที่มองเห็นแต่”ด้านลบ” ของการเมืองไทย โดยเฉพาะใน”บทบาท” ของการ”ปฏิบัติหน้า” ของ”ผู้นำประเทศ ที่ถูกมองว่า”ด้อยประสบการณ์” และขาด”วุฒิภาวะ”ของผู้นำประเทศ,,,,,,ทางหนึ่ง อาจจะเป็น”เรื่องจริง” ในเรื่อง ในกรณีที่”ไม่มีประสบการณ์ทางการเมือง” ในการเป็น”เบอร์หนึ่ง” ของ”ประเทศ ที่ต้องมี”บทบาท” ทั้งใน”เวทีโลก” และการเป็น”ผู้นำ” รัฐบาล ที่”นายกรัฐมนตรี” ต้องมี”บารมี” และ”ประสบการณ์” จะอาศัยเพียง”บารมี”ของ”คนรอบข้าง” ที่” ครอบครัว” จัดตั้งมาไม่ได้ แต่ถูกทางหนึ่ง ก็ต้อง”ให้เวลา”กับ” นายกรัฐมนตรี” ในฐานะของ”คนรุ่นใหม่” ที่อาจจะใช้เวลาในการ”ศึกษา” และ”ทำความเข้าใจกับ”การเมือง” ซึ่งหากผ่านไประยะหนึ่ง ทุกอย่าง อาจจะดีขึ้น ก็เป็นไปได้ ก็ต้อง ติดตาม กันต่อไป และหากไปไม่ไหว ก็ให้เป็นไปตาม”ครรลอง” ของ”ใน”ระบอบประชาธิปไตย” นั้นคือการ”คืนอำนาจ”ให้กับ”ประชาชน” เพื่อการ”เลือกตั้ง” กันใหม่
อย่ามองแต่เรื่อง”เลวร้าย” เรื่องดีๆ ที่เกิดขึ้นใน”รัฐบาลมือใหม่หัดขับ”ก็มีให้เห็น อย่างการ”โยกย้าย” ใน “สภาความมั่นคงแห่งชาติ ( สมช.) ที่ครั้งนี้ไม่มีการ”ยื้อยุดฉุกกระชากลากถูก” ด้วยการเอาตำแหน่ง”เลขาธิการ สมช.” ให้กับ”บุคคล” ที่อยู่นอกหน่วย ที่เป็นมาแล้วกว่า 10 ปี การ”แต่งตั้ง” เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ( สมช. ) ครั้งนี้”ฉัตรชัย บางชวด” ไม่ได้”ชวด” อย่างที่ผ่านมา เพราะได้รับการ”แต่งตั้ง” ให้เป็น”เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ “ เป็นการได้”ลูกหม้อ” ของ “สมช.” ให้ทำหน้าที่ ซึ่งนี่คือความ”ชอบธรรม” ของการ”โยกย้าย” และ”แต่งตั้ง” ใน สภาความมั่นคงแห่งชาติ ที่ต้อง”ชื่นชม” รัฐบาลชุดนี้…..และการ”แต่งตั้ง”ผบ.ตร. สำหรับปีนี้ ที่ไม่มี”ข่าวคาว” ไม่มีความ”ขัดแย้ง” โดยมีการแต่งตั้งให้” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์” รักษาการ ผบ.ตร. เป็น ผบ.ตร. ที่มีความ “เหมาะสม” โดยไม่มีข้อ”ครหา” ว่ามีการ”วิ่งเต้น” และมีการข้าม”อาวุโส” อย่างที่ผ่านๆมา…..สำหรับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลังจากที่ “พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์” รับหน้าที่เป็น” ผบ.ตร. “ แล้ว จะ”จัดสรร” ตำแหน่งของ”บุคลกร” ในเครื่องแบบ”สีกากี” อย่างไร ที่จะต้องไม่”เล่นพรรคเล่นพวก” ไม่มีการโยกย้ายแบบ”ผิดฝาผิดตัว” หรือต้องมีการ”วิ่งเต้น” มีการใช้”เส้นสาย” ไปนั่งใน”ทำเลทอง” เพราะที่ผ่านมา”วงการตำรวจ” ได้รับความ”บอบช้ำ” จากการออกมา”ฟาดฟัน” กันเอง โดยเฉพาะ”ศึก” ระหว่าง” บิ๊กต่อ” พล.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล” อดีต ผบ.ตร. กับ”บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล” อดีต รอง ผบ.ตร. ได้สร้างความ”บอบช้ำ” และความ”หมดศรัทรา” ให้กับ”ประชาชน” ทั้งประเทศ ก็ได้แต่ หวังว่า 2 ปี ในสมัยของ”บิ๊กต่าย” พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์” จะเป็นยุคของการ”กอบกู้” วงการ”สีกากี” ให้ดีขึ้นในสายตาของประชาชน
เรื่องสำคัญที่ทำให้”ประชาชน” เสื่อม”ศรัทธา” ต่อ”เจ้าหน้าที่ตำรวจ” ทั่วประเทศ คือเรื่องการแก้ปัญหา”ยาเสพติด” ที่”ตำรวจ” นอกจากไม่”ใส่ใจ” ในการ แก้ปัญหา”ยาเสพติด” อย่างจริงจัง ทั้งที่เรื่อง”ยาเสพติด” เป็นเรื่องที่”นายกรัฐมนตรี” ประกาศให้เป็น” วาระแห่งชาติ”แล้ว “ตำรวจ” ในแต่ละ”พื้นที่” ยังถูก”ประชาชน” ตั้งข้อสังเกตุว่ามี”ผลระโยชน์” กับ”พ่อค้ายาเสพติด” และ กลุ่มผู้ที่เป็น”นักเดินยา” ในพื้นที่……วันนี้ ราคายาเสพติด”ขายส่ง” เม็ดละ 5 บาท ซื้อ 10,000 เม็ด แถม 1,000 เม็ด “ขายปลีก” เม็ดละ 20 บาท จำนวน”สารเสพติด” ที่”ลดน้อยลง” ในยาแต่ละเม็ด” เพื่อขายในราคาถูก ทำให้”ผู้เสพยา” ต้อง”เสพยา” ครั้งละ 5 เม็ด ถึง 10 เม็ด ยาถึงจะ”ออกฤทธิ์” ยิ่งทำให้”ผู้เสพ” เกิดความ”คลุ้มคลั่ง” ทำร้ายคนใน”ครอบครัว” และกลายเป็นที่”หวาดกลัว”ของผู้คนใน”สังคม” นี่คือ” พัฒนาการ”ของขบวนการ”ยาบ้า” ที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้อง”ตามให้ทัน” และการแก้ไขต้องมีการ”บูรณาการ” ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะ”ตำรวจ” ต้อง ปรับขบวนการใหม่ทั้งหมด การแก้ปัญหา”ยาเสพติด” จึงจะได้ผล
เรื่อง”โศกนาฎกรรม” ไฟไหม้รถบัสที่เป็นรถนำนักเรียนจาก จ.ชัยนาท” ไป”ทัศนศึกษา” ทุกภาคส่วนโดยเฉพาะในส่วนของ”การเมือง” ทั้ง”สภาล่าง” สภาผู้แทนราษฎร” และ”สภาบน” วุฒิสภา ต่าง หยิบประเด็นปัญหานี้ขึ้นมา เรียกร้องให้”รัฐบาล” ดำเนินการ”ล้อมคอก” เพื่ออย่าให้”โศกนาฎกรรม” “ย่างสด” ทั้ง ครู ทั้ง นักเรียน” เกิดขึ้นอีก ก็ต้องติดตามดูว่า” กระทรวงที่เกี่ยวข้อง” ทั้ง “กระทรวงคมนาคม” และ”กระทรวงศึกษาธิการ” จะ”ล้อมคอก” ได้จริงหรือไม่ โดยเฉพาะรถบัส ทั้ง”ประจำทาง” และ”ไม่ประจำทาง” ที่ใช้”ก๊าซ” เป็น”เชื้อเพลิง” เพราะ”ราคาถูก” กว่าการใช้”น้ำมันดีเซล” จำนวนเกือบ 20,000 คัน วันนี้มีการ”ตรวจสอบ”ไปแล้ว กี่มากน้อย และผลการ”ตรวจสอบ” มีจำนวนมากน้อยเท่าไหร่ที่”ไม่ปลอดภัย” เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ที่ต้อง”แถลง”ให้ประชาชนได้รับรู้ โดยเฉพาะใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มี”รถบัสไม่ประจำทาง” ที่ใช้ในการ”ทัศนศึกษา” ทั้งนำนักเรียน ประชาชน ผู้นำศาสนา ไป”ทัศศึกษา” ตามโครงการของ” กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และ หน่วยงานอื่นๆ วันนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีการ”เรียกรถ”เหล่านี้ไป”ตรวจเช็ค” หรือไม่ อย่าให้เกิด”โศกนาฏกรรม” ขึ้นก่อน แล้วจึงค่อยหาทาง”แก้ไข” เพราะมันไม่”คุ้มค่า” ……ส่วน “โรงเรียน” ที่ชอบ”เหมาเช่ารถราคาถูก” ในการพา นักเรียน ไป”ทัศนศึกษา” เพื่อเป็นการ”ประหยัดเงิน” และเพื่อหวัง”เงินทอน” จาก”โศกนาฏกรรม” ที่เกิดขึ้น ก็ต้องไป”ใคร่ครวญ” ให้รอบคอบ ให้ได้ว่า”ของถูกคือของไม่ดี” เช่นเดียวกับ”ของฟรีไม่มีในโลก” ที่สำคัญ การใช้”ความรู้” กับ”ผู้โดยสาร” ที่อยู่ในรถ ก่อนที่จะ”ออกเดินทาง” มีการ ปฏิบัติ กันหรือไม่ เช่น ถ้าเกิด “อุติบัติเหตุ” รถ”พลิกคว่ำ” จะช่วย”ตนเอง” และ”ผู้อื่น” อย่างไร เมื่อเกิด”เพลิงไหม้” จะต้องช่วยกัน”ดับไฟ” อย่างไร และต้อง”เอาชีวิตรอด” แบบไหน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ “ต้องทำ” รวมทั้ง”อุปกรณ์” ในการ”ช่วยชีวิต” และ”เครื่องไม้เครื่องมือ” ในการ”ช่วยชีวิต” นอกจากจะต้องมีประจำรถ ยังต้องมีการ”สาธิต” ให้ ผู้ที่อยู่ในตัวรถต้องเข้าใจในวิธีการใช้ด้วย
อะไรเกิดขึ้นที่ จังหวัดสงขลา หลังคำสั่งจาก”กระทรวงมหาดไทย” แต่งตั้งให้” โชตินรินทร์ เกิดสม” รองปลัดกระทรวงมหาดไทย มาดำรงตำแหน่ง” ผวจ.สงขลา เพียง”ค่ำคืนเดียว” ก็มีการ”ปักป้าย” ติด”ใบปลิว” ในพื้นที่ อ.เมือง และ สิงหนคร ไม่เอา” โชตินรินทร์” เป็น” ผวจ.สงขลา เกิดขึ้น”เกลื่อนเมือง” ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “เปิดปูม” ประวิติของ”ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาคนใหม่” อายุ 56 ปี ยังเหลือเวลาในการ”รับราชการ” อีก 4 ปี เป็นคน “จ.สุราษฎร์ธานี” เคยเป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ก่อนที่จะไปเป็น”รองปลัดกระทรวงมหาดไทย” ที่สำคัญไม่เคยทำหน้าที่ใดๆ ใน จ.สงขลา ดังนั้นเรื่อง”ใบปลิว” ไม่เอา”โชตินรินทร์” เป็น”ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา” จึงเป็นเรื่อง”คลื่นใต้น้ำ” ที่ไม่”ธรรมดา” เพราะ สังเกตุจาก”ใบปลิว” ที่ติดใน อ.เมือง “และ”สิงหนคร” มาจาก”แหล่งเดียวกัน” และ ติดในพื้นที่”สองอำเภอที่ติดกัน เรื่องนี้ ต้องมี”เบื้องหลัง “ ที่ไม่”ธรรมดา” สิ่งที่ต้อง”ติดตาม” กันยาวๆ คือหลังจากที่” โชตินรินทร์” มาทำหน้าที่เป็น” พ่อเมืองบ่อยาง” จะมี”คลื่นใต้น้ำ” แบบไหน อย่างไร คอยดูกันต่อไป
ส่วนที่ จ.พัทลุง “นิสากร วิศิษฐ์สรอรรถ” ผู้ว่าราชการหญิง ที่ เป็น” ผวจ.ใน จ.พัทลุง 2 ปี ไม่มี ประชาชน ออกมา”วิพากษ์วิจารณ์” ในด้านลบ ครั้งนี้มี คำสั่งให้ไปเป็น” ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งเป็น”จังหวัดที่มีเพียง 3 อำเภอ และเป็น จังหวัดที่ “สงบเงียบ” ในขณะที่”พาตีเมาะ สดียามู” ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ที่เป็น “ผู้ว่าราชการจังหวังผู้หญิงที่เป็น”มุสลิม” เพียงหนึ่งเดียวของประเทศไทย ยังอยู่ที่เดิม เพราะ”ผลงาน” ที่ผ่านมา เป็นที่”พึงตาต้องใจ” ของประชาชน…..ส่วน” อำพล พงษ์สุวรรณ” ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ที่ต้องการ ขยับกลับมาเพื่อ”เกษียณอายุราชการที่”บ้านเกิด” จังหวัดสงขลา ก็ไม่”สมหวัง” ยังนั่งอยู่ที่เดิม และ”ว่าที่ ร.ต. ตระกูล โทธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ก็นั่งเป็น” ผู้ว่าราชการจังหวัด” เป็นปีที่ 2 ก็ ถูกต้องแล้ว เพราะการมาทำหน้าที่เป็น” ผู้ว่าราชการจังหวัด”เพียง 1 ปี แล้ว “วิ่งเต้น”เพื่อการ”โยกย้าย” หรือเพื่อ”เกษียณอายุราชการ ไม่สามารถสร้างการ”พัฒนา”พื้นที่ อย่างต่อเนื่อง เป็นการสร้างความ”เสียหาย” ให้กับ จังหวัด
เรื่องของ”ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้”หลังการเกิด”คาร์บอมบ์” ที่หน้าบ้านพักนายอำเภอตากใบ จ.นราธิวาส แล้ว ก็ ยังไม่มีเหตุร้ายเกิดขึ้น แต่ นั้นไม่ได้หมายความว่า” สถานการณ์ดีขึ้น” เป็นเพราะ” กองกำลังติดอาวุธ” ของ” ขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็น” ยังไม่มี”ช่องทาง” ในการ”ก่อวินาศกรรม” ใน”เป้าหมาย” ที่ต้องการ ต่างหาก ดังนั้น “กองกำลัง” ทั้งที่เป็น “ฉก 1 ตัว” ฉก.หมายเลข 2 ตัว ต้อง”ตื่นตัว” ต้อง”ปฏิบัติการเพื่อ”กดดัน” ให้ให้” กองกำลังติออาวุธ” ของ”บีอาร์เอ็น” มี”เสรีภาพ” ในการ”เคลื่อนไหว” เพื่อให้เกิดความ”คล่องตัว” ในการ”ก่อการร้าย” ……ซึ่ง”แหล่งข่าว” แจ้งว่า มีการ”ลำเลียงระเบิดแสวงเครื่อง 2 ลูก” มา”ซ่อนไว้” ในพื้นที่ จ.นราธิวาส เพื่อเตรียมก่อเหตุ รวมทั้งยังมีรถที่เป็น”เป้าหมาย” ในการ”ประกอบคาร์บอมบ์” อีก 2 คัน และ รถ “จักรยานยนต์” อีก 4 คัน และ ที่สำคัญ”เป้าหมาย” ของ” ชุดคุ้มครองตำบล” หรือ” ชคต.” ที่ “อ่อนแอ” ยังคงเป็น”เป้าหมาย” ของ” กองกำลังติดอาวุธ” ของ”บีอาร์เอ็น” ในการเข้า”โจมตี” ซึ่ง ต้องมีการ”ระวังป้องกัน”……ล่าสุด “ พล.อ. พนา แคล้วปลอดทุกข์” หรือ”บิ๊กปู” ก็เดินทางลงพื้นที่ เพื่อ ติดตาม สถานการณ์ความไม่สงบ และ ให้ แนวทางในการ ป้องกันเหตุ โดยมีการ เน้น แนวชายแดนไทย-มาเลเซีย ที่เป็น”ช่องทางธรรมชาติ” ให้มีการ”เข้มงวด” รวมทั้งการให้”เสริมสร้างกองกำลังท้องถิ่น” หรือ” กองอาสารักษาดินแดน” ให้มีความ”เข้มแข็ง” เพื่อให้เป็น กำลังสำคัญ ในการ ป้องกันเหตุ และ รักษาความสงบในพื้นที่…..ในขณะที่ “ พล.ท.ไพศาล หนูสังข์” แม่ทัพภาคที่ 4 คนใหม่ ก็ บรรยายให้ทราบว่า” ขบวนการแบ่งแยกดินแดน” ยังมี”เป้าหมาย” ในการแสดง”ศักยภาพ” และความมี”ตัวตน”โดยการ”ก่อการร้าย” ทุก”รูปแบบ” เป้าหมายยังอยู่ที่” เจ้าหน้าที่รัฐ” ซึ่ง “นโยบาย” ของ” กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” คือการ”บูรณาการ” กับหน่วยงานในพื้นที่ เช่น ตำรวจ “ และ “พลเรือน” รวมทั้ง ผู้นำศาสนา” “และ”ภาคประชาชน” เพื่อที่จะนำความ”สงบ” และ”สันติ” กลับคือสู่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ต้องติดตามดูกันว่า” พล.ท.ไพศาล หนูสังข์”” แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 43 คนใหม่ จะใช้ความเป็น”ลูกหม้อ” ของ”กองทัพภาคที่ 4 แบบไหน อย่างไร ในการ”ลดความ”รุนแรง”ของ”ไฟใต้”
ที่ สำคัญ” แนวชายแดนไทย-มาเลเซีย” ที่มี “แม่น้ำสุไหงโก-ลก” เป็น “เส้นกั้นเขตแดน” ติด”เส้นทาง” ในการ”ก่ออาชญากรรม” ทุกรูปแบบ” ทั้งการค้า “ยาเสพติด” การค้า” แรงงานเถื่อน” การค้า”วัวเถื่อน” การค้าของ”ผิดกฎหมาย” ที่เป็น”สินค้าหนีภาษี” ทุกประเภท ซึ่ง มี”เจ้าหน้าที่ไทย และ มาเลเซีย รวมกันรับ”ผลประโยชน์” จาก”ขบวนการ”อาชญกรรม” ข้ามประเทศ และยังมี” ขบวนการบีอาร์เอ็น” ที่รับ”ส่วยสาอากร” ของ”ขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ จึงเป็นเรื่อง”ไม่ง่าย” ในการที่นจะ”ซีลแนวชายแดน” เพราะเมื่อเกิด”ผลประทบ” ให้” เจ้าหน้าที่แต่ละหน่วยเสียประโยชน์ ก็จะมีการ”จับมือ”กันระหว่าง” เจ้าหน้าที่” และ”กองกำลังบีอาร์เอ็น” สร้าง “สถานการณ์” ความรุนแรงเกิดขึ้น นี่คือ”ภัยแทรกซ้อน” ที่ “หลายแม่ทัพ” ที่ผ่านมา ไม่เคย ประสบความสำเร็จ ในการแก้ปัญหา”อาชญากรรมข้ามชาติ” ใน จ.นราธิวาส จนสุดท้ายกลายเป็นเรื่อง” เลยตามเลย” อาชญากรรมข้ามชาติ จึงกลายเป็น”ธุรกิจนอกกฎหมาย” ที่ “โตวันโตคืน” อย่างที่เป็นอยู่
หน้าฝนหรือหน้า”มรสุม” ที่เริ่มมาเยือน”ภาคใต้” เริ่มสร้างความ”เสียหาย” ให้กับหลายพื้นที่แล้ว ล่าสุด”สวนหมื่นบุปผา ที่ ต.ตาเนาะแมเราะ อ.เบตง จ.ยะลา ที่”โตหอง แซ้ลี้” นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว อ.เบตง จ.ยะลา “ทุมเท” ทั้ง”เงินทุน” และ”สรรพความคิด” จนกลายเป็น สถานที่ท่องเที่ยว “เลื่องชื่อ” ที่มี”นักท่องเที่ยว ทั้งไทย และ มาเลเซีย เดินทางมาเที่ยว เป็นจำนวนมาก ถูก”ฝนถล่ม” ได้รับความเสียหาย ทั้ง ถนนหนทาง และพื้นที่ของ “สวนหมื่นบุปผา” ล่าสุด “อำพล พงษ์สุวรรณ” ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา นำคณะลงพื้นที่ไป”ปลอบขวัญ” และหาทาง”เยียวยา”……ส่วนที่ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา น้ำฝนจาก”เทือกเขาสันกาลาคีรี” พัดถล่มพื้นที่ หลายตำบล ต้องมีการ” อพยพ”ผู้คนมายัง”ศูนย์อพยพ” เป็นการ”ชั่วคราว” โดยมี”เจ้าหน้าที่ทหาร จาก”กองพันทหารม้าที่ 31 กองพลทหารราบที่ 15 ให้ความช่วยเหลือได้ทันท่วงที ทำให้ไม่เกิดการ”สูญหาย” หรือ”เสียชีวิต” นี้คือ คำตอบว่า”ทหารมีไว้ทำอะไร” เพราะ บางภารกิจ “ทหาร”จะมีความพร้อมมากกว่า”หน่วยงาน อื่นๆ….. ส่วน ชาวสวนยาง ที่ กำลัง ดีอกดีใจกับ”ราคายาง” ที่แพงขึ้น ก็กำลัง”เร่งมือ” ในการ”กรีดยาง” เพื่อ”สะสมเงิน” เพราะอีกไม่เกิน 1 เดือน เมื่อ ย่างเข้าหน้า”มรสุม” หมายถึงต้อง”หยุดกรีด” ไปโดย ปริยาย นี่คือการ”เล่นตลก”ของ”ธรรมชาติ” ที่ไม่ยอมให้ชาวสวนยาง” ร่ำรวย” หรือ”ลืมตาอ้าปาก” ส่วนชาว”สวนปาล์ม” ในภาคใต้ ปีนี้ ถือเป็น”ปีทอง” เพราะ “รับทรัพย์ล่ำซำ” กันถ้วนหน้า เนื่องจากราคาปาล์มล่าสุด ขึ้นราคาไปถึง กิโลกรัมละเกือบ 7 บาท แล้ว นั้นเอง แต่สิ่งที่ ติดตามมากับราคาปาล์มที่สูงขึ้น คือ”โจรเกิดขึ้นมากมาย” เพื่อ ลักผลผลิต”ของ”สวนปาล์ม” ที่เจ้าของสวนต้อง เข้า เวร ยาม ในการ รักษาผลผลิตอย่าให้ถูก”ขโมย” จาก “หัวขโมย” ซึ่งส่วนใหญ่คือคน”ว่างงาน” และ”คนที่ ติดยา”เสพติด” นั้นเอง
เรื่องการเมืองท้องถิ่น ของ จ.สงขลา ครั้งแรก คาดว่าจะมีการ”แข่งขัน”กัน”ดุเดือด” เพราะจะมีผู้สมัคร”สังกัดบ้านใหญ่”ถึง 3 ทีม แต่ สุดท้ายข่าวว่า”เคลียร์กันลงตัว” โดยการ”จัดการของ”นักการเมือง”ที่”มากบารมี” อย่าง”นายกชาย” หรือ”เดชอิศม์ ขาวทอง” รมช. สาธารณสุข เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และ สส.เขต 5 สงขลา ที่ทำให้ “ไพเจน มากสุวรรณ์” นายก อบจ.สงขลา คนปัจจุบัน ยอมที่จะ”พอแค่นี้” โดย”หลีกทาง” ให้”สุพิศ พิทักษ์ธรรม” อธิบดีกรมฝนหลวงฯ เป็นผู้ สมัครเพื่อ ชิงตำแหน่ง นายกองค์กรบริหารส่วนจังหวัดสงขลา โดยมี”มาดามปิ๋ม” หรือ”มาลัยทิพย์ ครุอำโพธิ์” หวานใจของ” เสี่ยถึก” หรือ”สมยศ พลายด้วง “ สส.เขต 3 สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ เป็น “รองนายก อบจ. โดยที่” นิพนธ์ บุญญามณี” อดีต รมช.มหาดไทย และ อดีต”คีย์แมน” ของ”พรรคประชาธิปัตย์” หลีกทางไม่จัดทีมในการ ส่งผู้สมัครแข่งขัน นี่คือเรื่องของ”การเมือง” ที่เมื่อ”สมประโยชน์” ย่อมแปร”ศาสตราวุธ” มาเป็น”แพรพรรณ” ส่วน”คู่แข่ง” ของ”สุพิศ พิทักษ์ธรรม” จึงเหลือเพียง ทีมเดียวคือทีมของ”พรรคประชาชน” ที่จนถึงบัดนี้ยัง”อุบเงียบ” ไม่มีการ”เปิดตัว” ตามแบบฉบับของการเมือง”พรรคประชาชน” นั่นแหละ….. แล้วพบกันใหม่ วันศุกร์หน้า สวัสดีครับ
ไชยยงค์ มณีพิลึก
