วันพฤหัสบดี, 14 พฤษภาคม 2569

สังคมภูมิภาคใต้ตอนล่าง…แจก ‘เงินหมื่น’ฉุดเศรษฐกิจไทยพ้นหลุดดำได้จริงหรือ?

22 พ.ย. 2024
1011

เริ่มต้นที่เรื่องของ”การเมือง” ซึ่งใน”ภาพรวม”ของ”รัฐบาล” ที่มี”เพื่อไทย” เป็น”แกนนำ”ของ”รัฐบาล” และมี แพทองธาร ชินวัตร” เป็น”หัวหน้ารัฐบาล” หรือ”นายกรัฐมนตรี” ยังไม่มี”สัญญาญบวก” ใดๆ ที่จะบอกกับ”ประชาชน” ว่า” ประเทศไทย” กำลัง”จะขึ้นจาก”หลุมดำ” ทั้งทาง”เศรษฐกิจ” และทาง”การเมือง” ซึ่ง” กูรูก”ทาง”การเมือง” และ”บรรดา”โหรจริง” และ”โหรต่องแต่ง”” ต่างก็ยัง”ทำนายทายทัก” ถึง”อายุ”ของ”รัฐบาล” ว่าไม่”อยู่ยาว” เพราะ”บริบท” ของ”รัฐบาล” ที่เล่นกับ”กฎหมายรัฐธรรมนูญ” แบบการ”ไต่บันไดลวด” ตาม”แบบฉบับ” ของ” ทักษิณ ชินวัตร” ทั้งเรื่องของ”ชั้น 14” ที่ “โรงพยาบาลตำรวจ” ที่กำลัง”ขมวดปม”เข้ามาทุกที เรื่องการ”ครอบงำ”พรรคการเมือง” ที่ไม่ใช่การ”ครอบครอง” และเรื่องอื่นๆ ที่”นักร้อง” ยื่นต่อ”ศาลรัฐธรรมนูญ” เพื่อให้”วินิจฉัย”ซึ่ง”สุดท้าย” แล้ว การ”วินิจฉัย” ก็ต้อง”เกิดขึ้น” อยู่ที่”ช้า”หรือ”เร็ว” เท่านั้น…..ในขณะที่” นักพยากรณ์” ต่างก็นำเอา”ดวงเมือง” กับ”ดวง”ของ”ผู้นำ” มา”ตรวจสอบ” และมีการ”ฟันธง” ไปในทาง”ลบ” ทั้ง”ดวงเมือง” และ”ดวงผู้นำ” ในขณะที่” นัก”วิพากษ์วิจารณ์” ที่มี”อคติ” กับ” ผู้นำ” และกับ”ตระกูลชินวัตร” ก็ “พยายาม” หยิบโน่น จับนี่” รวมทั้ง”ภาษาพูด” และ”ภาษากาย” ของ” นายกอิ๊งค์”  ทั้งในการเดินทางไป”ประชุม” ยัง”เวทีโลก” มาเพื่อ”ด้อยค่า” ของ”ผู้นำประเทศ” นี่ก็เป็นการ”ซ้ำเติม” ให้”สถานการณ์” ของ”การเมืองไทย” เดินไปสู่ความ”เลวร้าย” ใน”สายตา” ของ”คนทั่วโลก” เพราะวันนี้เป็นยุค”ไร้พรมแดนของข่าวสาร”

ในส่วนของ”ประชาชน” ส่วนใหญ่ของประเทศ วันนี้สิ่งให้”ถามไถ่” อย่าง”ใจจดใจจ่อ” นั้นคือเรื่อง”แจกเงิน” ให้ประชาชนที่ไม่ใช่คนที่ถือ”บัตรสวัสดิการ” และกลุ่ม”คนเปราะบาง” คนละ “10,000” บาท ว่าจะได้เมื่อไหร่ และยังจะมีการ”แจกจริง” หรือไม่ เพราะ”ความหวัง”ของ”คนส่วนใหญ่” ต้องการได้รับการ”แจกเงิน” เพื่อแก้ปัญหาความ”ยากจน” ที่เกิดขึ้น เพราะ”ทางอื่น” ที่จะให้”เป็นความหวัง” ยัง”ว่างเปล่า”…..”ข่าวร้าย” สำหรับ”ผู้ใช้แรงงาน” นั้นคือ ทุกเดือน จะมีการ”ปิดโรงงาน” เพราะไม่มี”ออเดอร์” ในการ”สั่งของ” สายการผลิต มีปัญหา “นายทุน” จึง”ปิดโรงงาน” และส่วนหนึ่ง ใช้วิธีการ”ลดคนงาน” เพื่อให้”โรงงาน” ให้”ธุรกิจ” เดินต่อไปได้ ดังนั้นไม่ต้องมี”โหรใหญ่” หรือ”โหรต่องแต่ง” ที่ไหนมา”ทำนายทายทัก” ก็เป็นที่”รู้กัน” ว่า ปี 2568 จะเป็นที่”เลวร้าย” ในทุกด้านของ”ประเทศไทย” เรื่องนี้” รัฐบาล”รู้ และ”นักการเมือง”รู้  ผู้บริหารกระทรวงทุกกระทรวง” ต่างรู้ แต่ยังมองหา”ทางออก” จาก”หลุมดำ” นี้ไม่เจอ …… นโยบายทาง”เศรษฐกิจ” ของ”รัฐบาล” ไม่ว่าจะ เดินอย่างไร ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ เพราะ”เศรษฐกิจ” ของ”ประเทศ” วันนี้”ติดกับ” หนี้สินครัวเรือน” ที่สูงกว่า”มาตรฐาน” และ ส่งผลกระทบกับ”ธุรกิจ”ทุกภาคส่วน” เจ้าของบ้านจัดสรร “ ขายบ้านไม่ได้ เพราะ”ธนาคาร” ไม่”อนุมัติสินเชื่อ” ให้กับผู้ที่มี่ต้องการ”ซื้อบ้าน” โดยเฉพาะ”บ้านจัดสรร” ที่ราคา 1 ล้านบาทขึ้นไป วันนี้”เหลือบานเบอะ” สร้างแล้ว ขายไม่ออก เจ้าของโครงการ”แบกหนี้หลังแอ่น” สุดท้ายจนที่ธุรกิจ”ล่มจม” ถูก” สถาบันการเงิน” ฟ้อง”ยึดทรัพย์”…..”ตลาดรถมือสอง” กำลัง” กำลังตายสนิท” เพราะ”ขายไม่ออก” คนซื้อนะมี แต่”ไฟแนนซ์” ไม่ให้”สินเชื่อ” เมื่อก่อน”มีรถยนต์” เท่ากับมี”เงินสด” เพราะสามารถเข้า”ไฟแนนซ์” ได้ แต่วันนี้ต้อง”จำนำ” กับ” นายทุนดอกโหด” หากต้องการ”ใช้เงิน” ดังนั้น”การเข้าถึง”เงินทุน”ของ” ผู้ลงทุนระดับล่าง” และ”คนชั้นกลาง” อยู่ใน”ภาวะตีบตัน” เพราะ”สถาบันการเงิน” ไม่”เสี่ยง” ในการ”ปล่อยสินเชื่อ”

ที่ สำคัญวันนี้”ชนชั้นกลาง” ของประเทศ ที่มี”ภาระหนี้สิน” ในการ”ผ่อนบ้าน” เดือนละ 50,000 บาท ขึ้นไป เริ่ม”ผ่อนไม่ตรงเวลา” จาก”ลูกค้าชั้นดีของสถาบันการเงิน” กลายเป็น”ลูกค้าผิดนัด” ยิ่งทำให้”สถาบันการเงิน” ยิ่ง”ระมัดระวัง” ในการ”ปล่อยกู้” หรือ”ปล่อยสินเชื่อ” มากยิ่งขึ้น ก็ต้องถามว่า” รัฐบาล” และ”ผู้นำรัฐบาล” จะ “ขับเคลื่อน”ประเทศไทย” ในด้านของ”เศรษฐกิจ” การค้า  การลงทุน อย่างไร เมื่อ”สถาบันการเงิน” ทำการ”รูดซิป” ปิด”กระเป๋าเงิน” ถามว่า” รัฐบาล” จะ”บังคับ” สถาบันการเงิน “ปล่อยกู้” ให้กับ”ผู้ทำ”ธุรกิจ” หรือ” ประชาชน” ทั่วไป ได้หรือไม่ ถ้าทำไม่ได้ สถานการณ์”เศรษฐกิจ” การค้า” ของ”ประเทศจะ”ฟื้น”ได้อย่างไร เมื่อ”เงินอยู่กับนายแบ๊งค์” ไม่ได้อยู่กับ”รัฐบาล” และ”รัฐบาล” ก็ไม่มี”อำนาจ” ในการ”บังคับ” บรรดา”นายแบ๊งค์” ให้ทำตาม”นโยบาย” ของ”รัฐบาล” ประเทศไทยจึงยังคงอยู่ใน”หลุมดำ” เพราะไม่มี”บันได” ให้ขึ้นจากหลุม เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน ของ”ชนชั้นกลาง” ซึ่งเป็นคน”ส่วนใหญ่” ของ”ประเทศ” ก็น่าจะ”เอวัง พอมี ด้วย ปะการะ ฉะนี้

ฟังการขึ้นเวลา”หาเสียง”ของ”ทักษิณ ชินวัตร” อดีต”นายกรัฐตรี” ซึ่งไป “ขึ้นเวที ” เพื่อหาเสียงให้กับ”ผู้สมัครนายก อบจ.อุดรธานี” ที่เป็นการ”แข่งขัน”ระหว่างผู้สมัครของ”พรรคเพื่อไทย” กับของ”พรรคประชาชน”  ซึ่งก็ยังเป็นการ”ตอกย้ำ” ในปัญหาเก่าๆ ที่”รัฐบาล” ยังแก้ไม่ได้ เช่นเรื่อง”ยาเสพติด” ที่”ระบาดไปทั่วบ้านทั่วเมือง” ที่ในการ”หาเสียง” ของ”พรรคเพื่อไทย” ก็บอกกับชาวบ้านว่า”เพื่อไทยมายาเสพติดหมด” แต่”เพื่อไทย” เป็น”รัฐบาล” เข้าปีที่ 2 แล้ว “ยาเสพติด” ยังคง”เต็มบ้านเต็มเมือง” วันนี้”ทักษิณ ชินวัตร” ก็ยังขึ้นเวที”หาเสียง” ด้วยการที่จะ”ปรามปรามยาเสพติด” ซึ่งเหมือนกับ”ปาหี่ทางการเมือง” เพราะ วันนี้ไม่มีใครเชื่อ”น้ำยา” ในการ”ปราบปรามยาเสพติด” อีกแล้ว เพราะ”เพื่อไทย” เป็น”รัฐบาล” มาแล้ว เข้าปีที่ 2 ยังไม่มีอะไรที่เรียกว่า”เป็นชิ้นเป็นอัน” สำหรับการ”ปราบปรามยาเสพติด”

เรื่องการแก้ปัญหา”ความยกจน” ด้วยการ”แจกเงิน” การ”ขึ้น”ค่าแรง” การขึ้น”เงินเดือน” ให้กับผู้จบ”ปริญญาตรี” นี่ก็เป็นเพียงการ”ขายฝัน” ที่” พรรคเพื่อไทย” ขายมาแล้ว ตั้งแต่การ”ขึ้นเวที” ในการ”หาเสียง” ในการ”เลือกตั้ง” ที่” แพทองธาร ชินวัตร” ยังทำหน้าที่เป็น”หัวหน้าครอบครัว” ของ”พรรคเพื่อไทย” และจนถึงบัดนี้”แพทองธาร ชินวัตร” มาเป็น”นายกรัฐมนตรี” แทน”เศรษฐา ทวีสิน” ที่”ตกกระป๋อง” เพราะการแต่งตั้ง” พิชิต ชื่นบาน” เป็น”รัฐมนตรี” ที่ขัดกับ”กฎหมายรัฐธรรมนูญ” เรื่องการ”ขึ้นค่าแรง” ขึ้น”เงินเดือน” ก็ยังเป็นเพียง นโยบาย ที่”เฟ้อเจ้อ” เพราะใน”โลกของความเป็นจริง” ที่” พิพัฒน์ รัชกิจประการณ์” ซึ่งเป็น” รัฐมนตรีแรงงาน” ประกาศขึ้น”ค่าแรง” วันละ 400 บาท พยายามเรียกประชุม”ผู้เกี่ยวข้องมาแล้ว 2 ครั้ง ก็ยัง”ล้มเหลว” เพราะฝ่ายของ”นายจ้าง” คัดค้านการขึ้น”ค่าแรง” และ”เล่นเกม” กับข้อ”กฎหมาย” โดยไม่เข้าร่วมประชุม เมื่อเป็นอย่างนี้ “ทักษิณ ชินวัตร” ยังจะไป”ป่าวประกาศ” กับชาวบ้านในเรื่องการ”ขึ้นค่าแรง” การขึ้น”เงินเดือน” ก็เป็นเรื่องการ”หลอกลวง” ที่ไม่เป็น”ความจริง”  เรื่อง”นโยบาย”ของการ”หาเสียง” ถ้า”กกต. “  เอาจริง กับทุกพรรคการเมือง ป่านนี้”พรรคการเมือง” ที่มีอยู่ต่างถูก”ยุบพรรค” หมดแล้ว เพราะ”นโยบาย”ในการ”หาเสียง” ของ”ทุกพรรคการเมือง” ล้วนแต่เป็นการ”หลอกลวง” ให้ประชาชน”หลงเชื่อ” ทั้งสิ้น

มาที่ “แผ่นดินปลายด้ามขวาน” เรื่องของ”ตากใบ” จบแล้ว สำหรับ “ขบวนการของกฎหมาย” ในการที่จะ”เอาผิด”กับ”บุคคลที่ถูกศาลออกหมายจับ” เพราะ”ตำรวจ” จับใครมาเป็นผู้”ต้องหา” ไม่ได้แม้แต่คนเดียว จนต้องปล่อยให้”คดีหมดอายุความ” เรื่องนี้”ทางกฎหมาย” ณ วันนี้จึง”จำหน่ายคดี”โดยไม่มี”คนทำผิด” แต่”พรรคการเมือง” ที่”โหนกระแสของตากใบ” ยังไม่จบ เพราะมีการตั้ง” คณะทำงาน” เพื่อ”ศึกษาเรื่องของคดีตากใบ” เพื่อให้เป็น”แนวทาง”ในการ”คืนความยุติธรรม” ให้กับ”ผู้ที่”สูญเสีย” คดีนี้เป็นที่”สังเกต” ว่า ผู้ที่เป็น”ผู้สูญเสีย” กลายเป็นผู้ที่”เสียสิทธิ” ในการ”พูดเพื่อแสดงออก” เพราะทุก “กรณี” คนที่ออกมา”พูดแทน” ครอบครัวของผู้”สูญเสีย” และ”ประชาชน” ในพื้นที่ ในขณะที่ผู้มีอาชีพเป็น” สื่อมวลชน” ก็ได้แต่”นำสาร” ของ” ฝ่ายการเมือง” ของ”นักกิจกรรม” ของ”ภาคประชาสังคม” ในการ”ส่งสาร”ไปยัง”ประชาชน” ผู้เป็นผู้”เสพสื่อ” วันนี้”เสียงประชาชน” ที่แท้จริง ในพื้นที่ของ”ปลายด้ามขวาน”  จึงถูก”แทนที่” ด้วย”นักการเมือง” และ อื่นๆ ซึ่งล้วนแต่มี”ผลประโยชน์” ที่”แฝงเร้น” โดยอ้างการเป็น”เสียงของประชาชน” ทั้งที่เป็นการ”เคลมเอาเอง” เพราะไม่เคยได้รับ”ฉันทามติ” จาก”ประชาชน”….. ซึ่งก็ไม่ผิดกับ” ขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็น” ที่อ้างว่าเป็น”ตัวแทน”ของประชาชนใน “จังหวัดชายแดนภาคใต้” ซึ่งต้องถามไปยัง “แกนนำ” ของ”บีอาร์เอ็น” อย่าง “คอซาลี เวาะเล” หรือ” ลี สะปอม” ประธานขบวนการบีอาร์เอ็น และ”นิเซะ นิฮะ”หรือ”เปาะอาซิ” เลขาธิการของ บีอาร์เอ็น ว่า ได้รับ”ฉันทามติ” ให้เป็นตัวแทนของ ประชาชนที่ สามจังหวัด และ สี่อำเภอของ จ.สงขลา ที่เป็น”มุสลิม” ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทั้งหมดล้วนเป็นการ”เคลมกันเอง” เพื่อ ประโยชน์ ที่ต้องการทั้งสิ้น

ผ่านไปแล้วเกือบ 1 เดือนกับ คดีการ”ปลิดชีพ”ของ” พิเชษฐ์ ไทยทองนุ่ม” หรือ”นายกอาร์ม” นายกเทศบาลตำบลรือเสาะ จ.นราธิวาส และ “นายกสมาคมกีฬาจังหวัดนราธิวาส” ที่ เจ้าหน้าที่ยังไม่”แถลงความคืบหน้า” ของการ”จับคนร้าย” รวมทั้งการ”ปลิดชีพ” ”นายกอาร์ม” มาจากสาเหตุอะไร เรื่องนี้ ประชาชน กำลัง”จับจ้อง”ไปยัง “พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี” ผบช.ภ.9 ด้วยความ”สงสัย” ทำไมคดีนี้จึงเป็นไปด้วยความ”ล่าช้า” ยิ่งกว่าการ”คืบคลาน” ของ”หอยทาก” ทั้งที่ในการ”สืบสวน”ใน”ทางลับ” รู้ว่ามี”หนอนบ่อนไส้” ใน โรงงาน”แฮนด์อินแฮนด์” ทำหน้าที่”ส่งข่าว” ให้กับ”มือสังหาร” ให้เข้ามา”ปลิดชีพ” ของ”นายกอาร์ม” ที่มาประชุมในห้องประชุมของโรงงาน” แฮนด์ อิน แฮนด์” รวมทั้งรู้ว่า”มือสังหาร” ทั้งหมด มาจาก”หมู่บ้านใด”ของ” ต.รือเสาะ และ รู้ด้วยว่าสาเหตุมาจาก”เรื่องอะไร” และใครเป็นผู้”บงการ” เรื่องนี้ถ้า”จับใครไม่ได้” โดยปล่อยให้”คนดีๆ” อย่าง”นายกอาร์ม” ตายฟรี ทั้ง” พล.ต.ต. ไมตรี สันตยานุกุล ผบก.ภจว.นราธิวาส และ พล.ต.ท. ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 ต้อง “พิจารณา ตนเอง

ใน ส่วนของ “พล.ท.ไพศาล หนูสังข์” แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 เรื่อง สำคัญที่สุดคือเรื่อง”การข่าว” ในพื้นที่ ของ”รือเสาะ” และความพร้อมของ”กองกำลัง” ในการ”ติดตาม” ตรวจสอบ”ความเคลื่อนไหว” ของกลุ่ม”อัมรัน แมเราะ” ซึ่ง เกี่ยวข้องกับการ”ปลิดชีพ”ของ”นายกอาร์ม”วันนี้”ทั้ง” แนวร่วม” และกลุ่ม”มือสังหาร” หลัง”เสร็จงาน” ได้”หลบหนี”ไป”หลบซ่อน” นอกพื้นที่แล้วก็จริง แต่ไม่นานก็จะ”กลับมา” ตาม”ลักษณะ”ของ”ขบวนการบีอาร์เอ็น” ดังนั้น จึงอย่างพลาดในการเข้า”ปิดล้อม” และ”ตรวจค้น” เพื่อ”จับกุม” ที่สำคัญสิ่งที่ต้องการเห็นคือการทำให้”รือเสาะ” เป็นพื้นที่”ปลอดอิทธิพล” ของ”ขบวนการบีอาร์เอ็น” ด้วยจำนวน “กองกำลังติดอาวุธ”  ที่มีอยู่ “ 1 พลาตง” จำนวน 36 คน และ สต๊าป อีก 12 คน ถ้า”เจ้าหน้าที่” ในพื้นที่ “เอาจริง” ก็ต้องมี”แนวทาง” ของความ”สำเร็จ” ……ที่สำคัญ ใน”ฝ่ายปกครอง” ของ”จังหวัดนราธิวาส” การแต่งตั้งรองผู้ว่าราชการจังหวัดครั้งนี้” กรมการปกครอง” มีการแต่งตั้งให้”วิชาญ ไชยเศรษฐสัมพันธ์” อดีต นายอำเภอรือเสาะ มาทำหน้าที่”รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส” ด้วยประสบการที่เคยทำงาน”การข่าว” และเป็น”นายอำเภอ”ในพื้นที่รวมทั้งเป็นผู้ที่มี”มาตุภูมิ” ใน จ.นราธิวาส น่าจะเป็น “กำลังหลัก” ในการ ช่วยเหลือ  เจ้าหน้าที่ทหาร ในการทำ”จัดการ” กับ”กองกำลังติดอาวุธ” ในพื้นที่ของ”รือเสาะ” ให้เป็นพื้นที่”ปลอดภัย”

ล่าสุด พล.ท. สุรเทพ หนูแก้ว  ผอ.ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 5  กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร  นำ”สื่อส่วนกลาง” ลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อการ”รับรู้สถานการณ์ความเป็นจริง”ของ”จังหวัดชายแดนภาคใต้” ซึ่งจะ”สนับสนุนงานการข่าว” ให้”สื่อมวลชนส่วนกลาง” ได้เห็นรู้ข้อเท็จจริง จะได้ไม่กลายเป็น” เครื่องมือ” ของฝ่าย”การเมือง(บางกลุ่มบางพรรค) และ “เอ็นจีโอ” รวมทั้ง”ปีกการเมือง”ของ” บีอาร์เอ็น” ที่”แฝงกาย” ภายใต้ชื่อ”ภาคประชาสังคม” ในการ”บิดเบือนข้อเท็จจริง” ให้”สื่อสวนกลาง” เข้าใจผิด ในเรื่องของ”สถานการณ์”ของ”ไฟใต้” ที่”สื่อ” ( บางคน ) ยังมอง ว่าปัญหา”จังหวัดชายแดนภาคใต้” มาจากเรื่อง”ความไม่เป็นธรรม” ที่คน”มุสลิม” ในพื้นที่ได้รับการปฏิบัติจาก”ข้าราชการ” ทั้งที่ โดยข้อเท็จจริง  คน”มุสลิม” ในพื้นที่”จังหวัดชายแดนภาคใต้” ได้รับการ”ดูแล” และ”เอาใจใส่” รวมทั้งได้รับ”สิทธิพิเศษ” มากกว่าคน”ไทยพุทธ” ที่อาศัยอยู่ใน “จังหวัดชายแดนภาคใต้” นาๆนับประการ จนเป็นเหตุให้”คนไทยพุทธ” น้อยใจ และ เห็นว่าวันนี้”ไทยพุทธ” ในจังหวัดชายแดนภาคใต้คือ”คนกลุ่มน้อย” ที่ขาดความ”เท่าเทียม” กับคน”มุสลิม” ที่กลายเป็น”ส่วนใหญ่” ในพื้นที่ ก็หวังว่าการที่” เดอะจ้อย” พล.ท. สุรเทพ หนูแก้ว “ผอ.ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 5 กอ.รมน.” นำ”สื่อส่วนกลาง” ลงพื้นที่ใน” จังหวัดชายแดนภาคใต้” ครั้งนี้ จะเป็น”ประโยชน์” กับการ”ดับไฟใต้” โดย”งบประมาณ” ไม่”สูญเปล่า” อย่างที่ เคยเกิดขึ้น

ส่วนในพื้นที่ วันนี้ มี”ปรากฎการณ์”ที่เป็น”เชิงบวก” เกิดขึ้น อย่างน้อย 2 อย่าง เช่น”มุขมนตรีคนใหม่” ของ”รัฐกลันตัน” ประเทศมาเลเซีย ประกาศที่จะ”ไม่อนุญาต” ให้มีการข้ามประเทศใน”ช่องทางธรรมชาติ” ใน “แนวแม่น้ำสุไหงโก-ลก” จ.นราธิวาส เพื่อป้องกัน”อาชญากรรมข้ามชาติ” เช่นการ”ค้ายาเสพติด” และ”การค้าสินค้าเถื่อน” ทั้งที่ไปจาก”ประเทศไทย” และที่มาจาก”ประเทศมาเลเซีย” โดยมีการกำหนดวัน”ดีเดย์” คือวันที่ 1 ธันวาคม 2567  ใครที่ใช้”ท่าข้ามธรรมชาติ” จาก”รัฐกลันตัน” มายัง ประเทศไทย และ ใครที่ข้ามจาก”ประเทศไทย”ไปยัง”รัฐกลันตัน” จะถูก”จับกุม” โดย “เจ้าหน้าที่”ของ”มาเลเซีย” ในข้อหา”เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย” ซึ่งทางที่ถูกต้อง” เมื่อ”รัฐบาลไทย” ไม่มีการ”เคลื่อนไหว” ใดๆกับ”สัญญาญเชิงบวก” ที่มาจาก” ผู้นำรัฐกลันตัน”  กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และ ฝ่าย”ปกครอง” หมายถึง” ผวจ.นราธิวาส” ต้องรีบ”ตอบรับ” และต้องมีแผนที่”สอดประสาน” กับการ”ปิดช่องทางธรรมชาติ” ที่เป็น”ท่าข้ามเถื่อน” โดยการ”ร่วมมือ”ระหว่าง” เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น” ของ” ทั้งสองประเทศ” โดยทันที เพราะ นี้คือการ”แก้ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ” ที่ได้ผล โดยที่”ฝ่ายไทย” ไม่ต้อง”ลงทุน” และไม่ต้อง”ขัดแย้ง” กับ”คนในพื้นที่” และ”นักการเมือง” ที่”คัดค้าน”การสร้าง”รั้วชายแดน” เพื่อแก้ปัญหา”ช่องทางเถื่อน” ในการ”ข้ามไป-มา” ของคนทั้ง “สองประเทศ” ใน”แนวชายแดน” ซึ่งหาก”รัฐกลันตัน”  ทำจริง  ปัญหา”ยาเสพติด,ปัญหา”แรงงานเถื่อน” จะเป็น สองเรื่องใหญ่ ของ จังหวัดนราธิวาส จะได้”เบาบาง” ลงได้บ้าง ก็ต้องบอกว่า”อานิสงส์” ของเรื่องนี้เกิดจากที่”ตำรวจ สภ.สุไหงโก-ลก” จ.นราธิวาส จับกุม”นักร้องสาวชื่อดัง และพวกรวม 6 คน” ที่ข้ามมาเพื่อ ซื้อยาเสพติด” และตั้งวง”เสพยา” ในโรงแรมแห่งของ ในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก และถูก”สื่อมวลชน” นำเสนอข่าว”โด่งดัง” ทั้งใน”มาเลเซีย” และ” อินโดนีเซีย” จนทำให้” มุขมนตรีรัฐกลันตัน” ประกาศ”ปิดท่าข้ามเถื่อน” หรือ”ช่องทางธรรมชาติ” ในที่สุด

ส่วน “สัญญาณเชิงบวก” อีกเรื่อง คือการที่” องค์กรกาชาดระหว่างประเทศ” หรือ” ICRC “ ที่เข้ามา”แทรกแซง” กิจการภายในของ”จังหวัดชายแดนภาคใต้”กว่า 10 ปี ได้”ถอนสมอ”  ออกจากพื้นที่ของ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยที่”หัวหน้าคณะทำงาน”ของ”ไอซีอาร์ซี” ได้”เดินสาย” เพื่อเข้า”อำลา” ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เป็น”สัญญาณ” ที่”บอกเหตุ” ว่า สถานการณ์ของ”ไฟใต้” จะ”ดีขึ้น”  เมื่อ”องค์กรต่างชาติ” จาก”ชาติตะวันตก” หยุดการ”แทรกแซง” ทั้ง 2 เรื่อง เป็นเรื่องที่ถือเป็น”ข่าวดี” สำหรับ” พล.ท.ไพศาล หนูสังข์”แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 “ ที่หลังเข้ารับ”ตำแหน่ง”เป็น”แม่ทัพภาคที่ 4 “ ก็มี”สัญญาณเชิงบวก” โดยไม่ต้อง”ออกแรง”…..และอีกเรื่องที่” พล.ท. ไพศาล หนูสังข์” แม่ทัพภาคที่ 4 เดินมา”ถูกทาง” ในการ”ดับไฟใต้” นั้นคือการที่”สื่อสารกับสังคม” ในเรื่องของ”สถานการณ์จริง” ของ”จังหวัดชายแดนภาคใต้” ใน รอบ 20 ปี ที่มีการ”บอกความจริง” ว่า”เหตุร้าย” ทั้งหมด ใน 20 ปี มาจากการ”กระทำ”ของ”ขบวนการบีอาร์เอ็น” ที่มี”เป้าหมาย” เพื่อการ”แบ่งแยกดินแดน” ซึ่งการออกมา”สื่อสารความจริง” นอกจากจะทำให้”ประชาชนตาสว่าง” แล้ว ยังเป็นการ”ปอกเปลือก” และ”เปิดโปง” ขบวนการ”บีอาร์เอ็น” ให้ สังคมได้”รู้จัก” และได้”รับรู้” ถึงความ”เลวร้าย” ในฐานะที่”บีอาร์เอ็น” คือ”ฆาตรกร” ในการ”สังหาร” ประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐ ถึง 5,000 กว่า ศพ. มีผู้ที่”รับบาดเจ็บ” จาก” กองกำลังติดอาวุธ” ของ”บีอาร์เอ็น” เกือบ 20,000 คน และยังมี”ผลพวง” ที่เป็น”ภาระกับสังคม” นั้นคือ”คนพิการ,หญิงหม้าย” และ”เด็กกำพร้า” อีก จำนวนมาก “เปิดโปง” กันขนาดนี้ถ้า”คนในพื้นที่” ยัง”ยกย่องบูชา” และยังให้การ”สนับสนุน” ขบวนการแบ่งแยกดินแดน”บีอาร์เอ็น” ต่อไป ก็นับได้ว่านั่นคือ” เสี้ยนหนาม” ของ”แผ่นดิน”

วันก่อน “ผู้เขียน” ได้มีโอกาส”สอบถาม” เรื่องการประกาศให้”ขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็น” เป็น”องค์กรก่อการร้าย” จาก” เสี่ยอ้วน”หรือ” สหายใหญ่” ภูมิธรรม เวชยชัย “รองนายกรัฐมนตรี” และ”เสนาบดีกระทรวงกลาโหม” ถึงความ”คืบหน้า” ในเรื่องดังกล่าว ซึ่ง” เสนาบดีกนระทรวงกลาโหม” ตอบว่า มีผู้นำเสนอ และเป็นเพียง”แนวทาง” ที่ยังไม่”ตกผลึก” ยังต้องมีการ”ศึกษาถึงผลได้ผลเสีย” ที่จะเกิดขึ้นหากมีการประกาศให้” ขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็น” เป็น”องค์กรก่อการร้าย” แต่อีก”แนวทาง” ที่มีโอกาสที่เป็นไปได้ นั้นคือการประกาศให้”ขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็น” เป็น”อาชญากรรมข้ามชาติ” ซึ่งมี”กฎหมาย”ในการ”รองรับ” และ”จัดการ” กับ”บีอาร์เอ็น” โดยไม่ต้อง”ยกระดับ” ให้เป็น”องค์กรก่อการร้าย”…..แต่ใน”มุมมอง” ของ”รัฐบาล” ยังให้”น้ำหนัก” ในการแก้ปัญหาความไม่สงบใน”จังหวัดชายแดนภาคใต้” ในเรื่อง”เศรษฐกิจ,การลงทุน” และการ”สร้างอาชีพ” การ”พัฒนาคุณภาพชีวิต” ของคนในพื้นที่  ซึ่งยังเป็นการมองปัญหาในพื้นที่ว่าเกิดจากความ”ยากจน” เกิดจากการ”ว่างงาน” และ”รัฐบาล” จะมีการ”ส่งเสริม” เรื่อง”อุตสาหกรรมอาหารฮาลาล” เรื่องของ”ปศุสัตว์”  ที่มองว่า”ผลผลิต”เหล่านี้มี”ตลาดรองรับ” ก็ไม่เถียง” ในเรื่องของ”ตลาดรองรับ” หากมีการ”ผลิต” แต่ “โจทย์ยาก” ที่ทุก”รัฐบาล”แก้ไม่ตก” และ”ล้มเหลว” มาโดยตลอด คือเรื่องของ”คนในพื้นที่” ซึ่งไม่”ตอบรับ” กับ”โจทย์” ของ”รัฐบาล” เรื่อง”อุตสาหกรรมอาหารฮาลาล” พูดกันมาไม่น้อยกว่า 10 ปี วันนี้ก็เป็นเพียง”ลมปาก”

เรื่อง”ปศุสัตว์” โครงการ”โคบาลชายแดนใต้” ที่มีการ”ผลักดัน” และ”คาดหวัง” จาก” ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้” ( ศอ.บต. ) ครั้งที่ “พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร” เป็น” เลขาธิการ ศอ.บต. วันนี้ “เดินต่อไม่ได้” กลายเป็นโครงการที่”ล้มเหลว” มีการ”ร้องเรียน” ว่ามีเรื่อง”ทุจริต” มีการ”สอดไส้” โครงการ   ซึ่งมีการ สรุปว่านอกจากเรื่องที่ “เกษตรการ” ผู้”ร่วมโครงการ”ออกมา”กล่าวหา”หน่วยงานของรัฐ” แล้ว ยังพบว่า”เกษตรกร” ที่เข้าร่วมโครงการ”โคบาลชายแดนใต้” ไม่มีความรู้ ความเข้าใจ ใน โครงการดังกล่าว และสุดท้าย”นำมาสู่ความ”ล้มเหลว” ของโครงการ ถ้าปัญหาเหล่านี้ยัง”แก้ไม่ได้” ทุกโครงการที่เข้ามาก็จะมี”ปัญหา” อย่างที่เกิดขึ้น ปัญหาของ”จังหวัดชายแดนภาคใต้”ต้อง”พัฒนาคน” เป็น”อับดับแรก” และเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการ”ศึกษา” แต่” กระทรวงศึกษาในยุคที่” พล.ต.อ. เพิ่มพูน ชิดชอบ”เสนาบดีกระทรวงศึกษาธิการ” ไม่เข้าใจใน”บริบท”ของ”การ”ศึกษา” ใน จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงมองว่า”กระทรวงศึกษาธิการ”ไม่เกี่ยวกับเรื่องความไม่สงบของจังหวัดชายแดนภาคใต้  เฮ้อ กรรมของคนใต้

เรื่องความ”เดือดร้อนของประชาชน” ที่ใช้”บริการโทรศัพท์มือถือ” ทั้ง”สองค่าย” ที่”ควบรวมกัน” ซึ่ง ทุกคนที่ใช้”บริการ” ต่าง”โอดครวญ” กันทั้งประเทศว่า”หลังการควบรวม” การให้”บริการ ห่วยแตก” การใช้โทรศัพท์ไม่เสถียร การคิดค่าบริการแพงขึ้น  เรื่องของการ”โปรโมชั่น”ไม่มีแล้ว” อินเตอร์เน็ตสัญญาณ” แย่กว่าเดิม เรื่องนี้ต้องถามไปยัง” กสทช.” ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ ควบคุมกำกับ “ค่ายโทรศัพท์ที่มีการควบรวมกัน” ว่า จะแก้ปัญหาการ”ร้องเรียน”ของผู้”บริโภค” อย่างไร และ “องค์กรผู้คุ้มครองผู้บริโภค” มี แนวทาง ในการแก้ปัญหาความ”เดือดร้อน” ของ”ประชาชน” อย่างไร “กสทช.” ต้องออกมา”เปิดเผย”ด้วยว่า หลังจาก”รับเงิน” จากค่า”สัมปทาน” มาจาก” กลุ่มทุน” ที่มีการ”ควบรวม” แล้ว ได้”สั่งการ” ให้”กิจการ”ดังกล่าว ดำเนินการในการ”พัฒนาประสิทธิภาพ” ในการให้”บริการประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ” อย่างไร หรือ หน้าที่ของ” กสทช.” แค่”รับเงิน” แล้วก็จบ โดยไม่ได้”ใส่ใจ” กับผู้ใช้”บริการ” อย่าง”ประชาชน” ทั่วประเทศ ที่ต้อง”เสียหาย” และเสีย”ประโยชน์” ถามว่า ถ้าการให้”บริหารห่วยแตก”  จะมีการ”ยกเลิกสัญญาการควบรวม” ได้หรือไม่…..เรื่องของ”พลังงาน”ในประเทศ ที่ต้อง”จับตา” วันนี้”ทัพพลังงาน” โดย”กลุ่มทุน” อย่าง” กัลฟ์เอนเนอยี” ซึ่งเป็น”เจ้าพ่อพลังงาน” และ”กันกุล” ที่เป็น”บริษัทลูก” รวมทั้ง”ไฟฟ้าราชบุรี” มีการ”เดินทัพ” สู่”ภาคใต้” เพื่อการ”ลงทุน” ในเรื่องของ”ไฟฟ้าโซล่าเซล” หรือ”โซล่าฟาร์ม” ครั้งใหญ่  โดย” กันกุล” คือ”เสือปืนไว” ที่”ซื้อที่ดิน” ใน”บ้านยางเกาะ ต.ปริก อ.สะเดา จ.สงขลา เพื่อเป็น”ฐานการผลิต” ก่อนใครเพื่อน ซึ่งดูตาม”รูปการณ์”  การลงทุนด้าน”พลังงาน” กำลังเกิดขึ้น จำนวนหลายราย ในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะ จ.สงขลา เพราะพื้นที่ของ”ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” มีการนลงทุนเต็มพื้นที่แล้ว สิ่งที่ตามคือ” เอ็นจีโอ” มีการเตรียมที่จะ”เคลื่อนไหว” ดังนั้นถ้า”กลุ่มทุนไหน” มี”จุดอ่อน” เรื่องของ”มวลชน”  มี”กำแพงหลัง” ที่ไม่”เข็มแข็ง” การ”ขับเคลื่อน” ก็ไม่ได้หมายความว่าจะ”ราบรื่น” อย่างที่คิด เตรียมรับมือไว้บ้างก็ดี เพราะ”เอ็นจีโอ”ภาคใต้ ต่างกับ”เอ็นจีโอ”ภาคอีสาน นะ จะบอกให้

ขณะเดียวกัน การ”ยื่นประมูล”พลังงาน 3,600 เมกกะวัตต์ ของ”กระทรวงพลังงานในครั้งนี้ ก็มี”คลื่นใต้น้ำ” ที่ไม่”ราบรื่น” เหมือนยุคของ”ลุงตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” อดีตนายกรัฐมนตรี เพราะมีการ”ร้องเรียน” มีการ”ต่อต้าน” จาก”กลุ่มทุนรายเล็ก” ที่เห็นว่า”เสียเปรียบ” กลุ่มอภิมหาทุน” อย่าง” กัลฟ์เอนเนอยี่” จนทำให้การ”ประมูล” ที่ต้องเกิดขึ้นในเดือน ตุลาคม ที่ผ่านมา ต้องมีการ”เลื่อนออกไป” อย่างไม่มีกำหนด และ วันนี้ กลายเป็นเรื่อง”ปวดหมอง” สำหรับ” เสนาบดีกระทรวงพลังงาน” อย่าง”พีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาคย์”    ก็ต้องติดตามดูตอนต่อไปอย่าง อดีต”เปาบุ้นจิ้น” อย่าง”เสนาบดีพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาคย์” จะแก้”สมการ” ที่เกิดขึ้นอย่างไร เพื่อไม่ให้เรื่องของ”พลังงาน”กลายเป็นเรื่อง”ผูกขาด” จาก”กลุ่มทุนใหญ่” ที่ถูกมองว่ามีการ”กินรวบ” โดยไม่ยอมให้มีการ”แบ่งปัน”ในขณะที่”สังคมไทย”ต้องการเห็น”การแคร์แอนด์แชร์” เกิดขึ้นในทุก”ธุรกิจ”เพื่อให้เป็นเรื่องของ”ธรรมาภิบาล”…..เช่นเดียวกับเรื่องการ”จัดสรรคลื่นความถี่” ของ”สถานีวิทยุ” ทั้งประเภทความถี่ธุรกิจระดับท้องถิ่น ( FM ) และ “วิทยุชุมชน” ที่ “ กสทช.” อยู่ระหว่างการ ดำเนินการ เรียกประชุม “ผู้ประกอบการ” เพื่อให้ทราบถึง”หลักเกณฑ์” ตาม”ข้อกฎหมาย” ในการ”ประมูลคลื่นความถี่” เพื่อรับ”ใบอนุญาต” ซึ่ง กำลังมีประเด็นที่”เจ้าของคลื่นความถี่เดิม” กำลังบอกว่าไม่ได้รับ”ความเป็นธรรม” เรื่องนี้ก็เป็นเรื่อง”สำคัญ” ที่” กสทช.” ต้องมองให้”รอบด้าน” เพราะ สังเกตได้ว่าผู้ที่”เข้าประชุม” ซึ่งเป็น”เจ้าของสถานีวิทยุ” ส่วนใหญ่เป็น”คนบ้านๆ” ที่มี”ข้อจำกัด”ในเรื่องของ”กฎหมาย” ในเรื่องของ”กฎระเบียบ” และที่สำคัญที่”กสทช. “ ต้อง”คำนึง” คือ” สถานีวิทยุ” เหล่านี้ เพราะ สถานีวิทยุ หมายถึง”หม้อข้าว” ที่เป็นที่มาของ”รายได้”ในการ”เลี้ยงครอบครัว” ของ”คนเหล่านี้” แม้จะไม่ใช่คน”กลุ่มใหญ่”ของ”สังคม” แต่ความ”เป็นคน” ต้อง”เท่ากัน”

เรื่องของ”ยางพารา” ที่”ราคาตกต่ำ” ทั้งที่”ผลผลิต”ออกสู่”ตลาด”ค่อนข้างน้อย” แต่ราคา”รูดทะราด” จาก” กิโลกรัมละ 80 กว่าบาท( น้ำยางสด ) เหลือเพียง 58 บาท ในเวลาเพียง 1 เดือน ได้สร้างความ”วิตกกังวล” ให้กับ”ชาวสวนยาง” เป็นอย่างยิ่ง  และเป็นการ”ตอกย้ำ” ให้เห็นว่า”ราคายางพารา” จะ”ขึ้น ลง” เป็นเพราะถูก” ต่างชาติ” เป็นผู้”กำหนดราคา” เป็นการ”ฉ้อโกง” แบบ”ไร้เหตุผล เพราะรู้กันอยู่ว่า “ วันนี้”ตลาดยางพาราจากทุกประเทศ” มีความต้องการ”ยางพารา” แต่ทำไมราคายางจึง”ตกต่ำ” ที่สำคัญ ณ วันนี้”พื้นที่ปลูกยางพารา” ใน”ภาคใต้” ถูก”แปรเปลี่ยน”ไปเป็นพื้นที่”ปลูกทุเรียน” และ” สวนปาล์ม” รวมทั้ง ปลูกพืชอื่นๆ เหลือที่เป็น”สวนยางพารา” ไม่มากแล้ว แต่ทำไม่ราคายางยัง”ตกต่ำ” นี้ก็ “สะท้อน” ให้เห็นถึง”ฝีมือ” การ”บริหาร”ของ”การยางแห่งประเทศไทย” ที่มี”เพิก เลิศวังพงษ์” เป็น”ประธานบอร์ด”ของ”การยางแห่งประเทศไทย” และ”เฉลิมชัย ศรีอ่อน “ เสนาบดีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่าสุดท้ายแล้ว ก็ไม่ต่างกับ “เสนาบดี”ที่ผ่านมา ……ฟังว่า “การยางแห่งประเทศไทย” จะใช้งบประมาณ 800 ล้าน ในการ”ซับผลผลิตยางพาราจากตลาด” ด้วยการให้”เกษตรกร” นำ”ผลผลิต”ไป”ฝากกับโกดัง” ไว้ก่อน เพื่อ”รอขาย” ใน ห้วงเวลา” ที่”ราคายางขึ้นราคา” มาตรการ” อย่างนี้ ช่วยได้สำหรับ”เกษตรกร” ชั้นกลาง ที่มี”ฐานะ” และเป็น “แปลงใหญ่” แต่”ชาวสวนยาง” ระดับ” ปลายแถว” และคนงาน”ตัดยางจ้าง” ยังไม่ได้รับ”ส่วนบุญ – ส่วนแบ่ง” จาก “ผลกำไร” อย่างแน่นอน เพราะ “ชีวิต”ของ”เกษตรกร” ระดับ”ปลายแถว” และคน”ตัดยางจ้าง” ต้อง”ขายน้ำยางสด”ให้กับ”พ่อค้า”แบบ”วันต่อวัน” เพื่อ”ประทังชีวิต” นี้คือ”ข้อเท็จจริง” ที่คนบน”หอคอยงาช้าง” ไม่เข้าใจ ดังนั้น งบประมาณ 800 ล้าน จึงเป็นการ”ช่วยเหลือ”คนที่”รวยอยู่แล้วให้รวยยิ่งขึ้น ใช่ หรือไม่

มีคำถามจาก”ชาวจังหวัดสงขลา” ผ่านทาง”โซเชียลมีเดีย”ถึงผู้สมัครเป็น”นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด” ทั้ง 4 คน ของ จ.สงขลา ข้อ 1. มี นโยบายในการแก้ปัญหา”โพงพาง” ที่เป็น”เครื่องมือประมง” ที่”ผิดกฎหมาย”และยัง”รุกล้ำร่องน้ำเดินเรือ” ใน” ทะเลสาบสงขลา”อย่างไร และจะ”จัดการ”กับ”สุสานเรือประมง”ที่กลายเป็น”ทัศนะอุจาด”ใน”ทะเลสาบสงขลา” อย่างไร 2. จะ แก้ปัญหาการ”บุกรุก โบราณสถานเขาแดง” ใน อ.สิงหนคร อย่างไร 3. จะแก้ปัญหาเรื่อง”อควาเรี่ยมหอยสังข์สงขลา”ของ”วิทยาลัยประมง” ที่มีการ”ทุตจริต” และถูก”ทิ้งงาน”ไปกว่า 15 ปี โดยไม่มีการดำเนินการใดๆ อย่างไร ก็ต้อง ติดตามว่า ผู้สมัครทั้ง 4 คน จะมีคำตอบให้กับ “คนสงขลา” แบบไหน แล้วอย่าลืม”จดจำ” เพื่อจะได้”ทวงถาม” หลังจากได้รับการ”เลือกตั้ง”……และ เรื่องทั้ง 3 ประเด็น ก็เป็น”เผือกร้อน” ที่ย้ายจากมือของ”อดีต ผวจ.สงขลา “สมนึก พรหมเขียว” มาอยู่ในมือของ”โชตินรินทร์ เกิดสม”  ผู้ว่าราชการจังหวัดคนใหม่ของ จ.สงขลา ซึ่งหลังจากได้รับการ”โปรดเกล้าฯ” ก็คงจะเดินทางมารับ”หน้าที่” ในเร็วๆ นี้  และ ข่าวว่า “ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา”คนใหม่” ขอ”จองเก้าอี้” นายอำเภอหาดใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่”เกรดเอ” ให้กับ “นายอำเภอ” ที่ตนเอง”ไว้วางใจ” มาทำหน้าที่เป็น”มือขาว” ซึ่งจะมาจาก “อำเภอชายทะเล” ของ จังหวัดนครศรีธรรมราช ข่าวนี้จึงเป็นข่าวที่”ดับฝัน” ของ”นายอำเภอหลายคน”  แต่ จะไปได้หรือไม่อยู่ที่จะได้รับ”ไฟเขียว” จาก” เสี่ยหนู” หรือ”เสี่ยเน” หรือไม่ ดังนั้น”นายอำเภอ” ทุกคนจึงยัง”มีลุ้น”…..แล้วพบกันใหม่วันศุกร์หน้า สวัสดีครับ

ไชยยงค์ มณีพิลึก