ยังเป็นเรื่องที่”ไม่ง่าย” สำหรับ”แพทองธาร ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี ในการที่จะ”ปรับ ครม.” เพื่อให้เกิดการ”กระเพื่อม” น้อยที่สุด และเพื่อให้”รัฐบาล” สามารถ”เดินหน้า” อย่างมี”เสถียรภาพ” อย่างน้อยก็ให้ถึง ปี 2569 ก่อนที่จะ”ยุบสภาฯ” หาก”รัฐบาลผสม” ไป”ไม่รอด”จริงๆ…..เพราะ”เอาเข้าจริง” ปรากฏว่า”ภูมิใจไทย” ที่ เชื่อว่าเป็น”ลูกแกะ”ใน”กำมือ” ไม่กล้า”หือ” ปล่อยให้” เพื่อไทย” ทำการยึดคืน”มหาดไทย” ก็ยังไม่”สำเร็จ” เพราะการ”ฮึดสู้” ของ” เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย “รองนายกรัฐมนตรี” และ”เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย” ที่”ออกแรงยื้อ” แบบไม่ยอมปล่อยให้”มหาดไทย” หลุดมือไปง่ายๆ เป็น”สัญญาณ” บอกเหตุว่าถึง”เพื่อไทย” จะได้”มหาดไทยไป” และกระทบถึง”เสถียรภาพ” ของ”รัฐบาล” อย่างแน่นอน….เรื่องของ”ลูกพรรค” พรรครวมไทยสร้างชาติ” ที่ออกมา”เคลื่อนไหว” เพื่อให้มีการ”ปรับ ครม.” โดยไม่มี”พีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค” ผู้เป็น”หัวหน้าพรรค” เป็น”รัฐมนตรี” ใน”ครม. ที่จะมีการ”ปรับเปลี่ยนใหม่” นี่อาจจะเป็น”ปรากฎการณ์” ที่เป็น”ครั้งแรก”ของ”การเมืองไทย” ที่”ลูกพรรค” จำนวน”กว่าครึ่ง” มีการ”ส่งหนังสือ” ถึง”รัฐบาล” ให้ปรับ”หัวหน้าพรรค”ของตนเองออกจาก”ตำแหน่ง รัฐมนตรี” ดังนั้น”การเมือง” ของ”ประเทศไทย” ณ วันนี้จึง”วุ่นวายสับสน อลเวง” และไม่มี”เสถียรภาพ” พร้อมที่จะ”แตกหัก” ภายใน”พรรคร่วม” ที่ส่งผล”กระทบ” อย่าง”ร้ายแรง” ต่อการ”บริหารประเทศ” ให้”ก้าวหน้า” ต่อไป
“ผลกระทบ” ที่เกิดขึ้น ทั้งหมด จึงส่งผลโดยตรงต่อ”การบริหารประเทศ” ดังนั้น “ประเทศไทย” ในวันนี้จึงเต็มไปด้วย”ปัญหา” ที่”อีรุงตุงนัง” ทั้งเรื่องของ”ความมั่นคง” เรื่อง”เศรษฐกิจ” และ”ปากท้อง” ของ”ประชาชนส่วนใหญ่” ที่อยู่ในภาค”เกษตรกร”และ”ผู้ใช้แรงงาน”เกษตรกร” เมื่อ”ผลผลิตทางการเกษตร” ที่ผลิตออกมา ต้อง”กล้ำกลืน” ขายให้กับ”พ่อค้าคนกลาง” ในราคาที่”ตกต่ำ” ที่”รัฐบาล”อ้างว่าเป็น”กลไกการตลาด” ทั้งที่โดย”ข้อเท็จจริง” อาจเป็นเพื่อถูก”พ่อค้าคนกลาง” ทำการ”กดราคา” เนื่องจาก” กลไกรัฐ” ทั้งของ”กระทรวงพาณิชย์” และ”กระทรวงเกษตรและสหกรณ์” ขาด”ประสิทธิภาพ” ที่ไม่สามารถ”ควบคุมพ่อค้าคนกลาง” อย่าให้”เอาเปรียบ” ผู้เป็น”เกษตรกร” และที่น่า”หดหู่” ถ้าฟังจาก”สื่อ” ที่”รายงาน” ข่าวการ”ปรับ ครม.” และมีชื่อ”บุคคล” ที่จะมาเป็น” รัฐมนตรี”ของ”กระทรวงต่างๆ โดยเฉพาะกระทรวง สำคัญๆ ที่”เกี่ยวกับ”ปากท้อง”ของ”ประชาชน” และที่เกี่ยวกับ”เศรษฐกิจการค้าการลงทุน”ของ”ประเทศ” รายชื่อที่”สื่อนำเสนอ” ทุกคนเห็นแล้ว”หดหู่หัวใจ” เพราะเป็น”บุคคล” ที่”ไม่ตรงปก” กับ”หน้าที่” ซึ่งต้อง”รับผิดชอบ” ดังนั้นการ”ปรับ ครม.” ที่จะมีขึ้นในครั้งนี้ ไม่ใช่ทำเพื่อ”ประชาชน” หรือเพื่อความ”รุ่งเรือง”ของ”ประเทศชาติ” แต่เป็น”ต่างตอบแทน” ของ”พรรคการเมือง” และเป็นเรื่อง”สมบัติผลัดกันชม” สำหรับ”นักการเมือง” ให้เป็น”กลุ่มทุน”ของ”พรรคการเมือง” โดยที่ไม่มี”ประชาชน” และ”ประเทศชาติ” อยู่ใน”สมการ”ของการ”ปรับ ครม.ที่จะเกิดขึ้น แต่อย่างใดเป็น”เหล้าเก่า ในขวดใหม่” ที่ไม่มี”คุณภาพ” และ”คุณประโยชน์” ไม่ว่ากับ”ประชาชน” หรือ”ประเทศชาติ” ดังนั้นการ”ปรับ ครม.จึงไม่ใช่”ข่าวดี” สำหรับ”ประชาชน
เรื่องของ”ความมั่นคง” ใน”แนวชายแดน”ด้าน “ที่ติดกับ”ประเทศกัมพูชา” ตั้งแต่”จังหวัดสระแก้วจนถึงจังหวัดสุรินทร์” มีปัญหา”คาราคาซัง” มา”ยาวนาน” ในเรื่องของ”พื้นที่”แนวชายแดน” ที่เป็นของ”ประเทศไทย” และถูก”ผู้นำ” ของ”กัมพูชา” ออกมา”อ้าง”อย่าง”หน้าด้านๆ” ว่าเป็นของ”กัมพูชา” ปัญหาที่”สำคัญ” คือเรื่องของการใช้”แผนที่คนละฉบับ” และ”กัมพูชา”ไม่ให้ความ”สำคัญ”กับการ”เจรจาทวิภาคี” แต่จะใช้การ”ฟ้องศาลโลก” อย่างเดียว แบบที่เคยใช้ในกรณี”เขาพระวิหาร” ที่ไทยเคย”เสียเปรียบ” มาแล้ว และนั้นคือ”ประวัติศาสตร์” ที่จะต้องไม่”ซ้ำรอยเดิม” เรื่องนี้”รัฐบาล”ถูก”ประชาชน” มองว่ามี”นโยบาย” ต่อ”กัมพูชา” แบบ”หน่อมแน้ม” เหมือนกับ”ผู้นำรัฐบาล” มีความ”เกรงอกเกรงใจ” ผู้นำ”ของ”กัมพูชา” โดยเฉพาะ”กระทรวงต่างประเทศ” ที่ถูกมองว่ามี”บทบาท” ที่”น้อยไปหน่อย” กับเรื่องของการ”รุกล้ำดินแดนไทย” ของ”กัมพูชา” ประชาชนส่วนใหญ่ จึงมี”ท่าที” ที่”ด้อยค่า” กับ”รัฐบาล” และให้”เครดิต” กับ”กองทัพ” นี่คือ”ประเด็น” ที่”รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง” และ”เสนาบดีกระทรวงกลาโหม” อย่าง” ภูมิธรรม เวชยชัย” ต้อง”สำเหนียก” และต้องมีการ”สื่อสาร” ถึง”ข้อเท็จจริง”ระหว่าง” รัฐบาล” กับ”ประชาชน” ให้มากกว่าที่ผ่านมา “กัมพูชา” ไม่มีด้านไหน ที่จะ”เหนือ”กว่า”ไทย” ไม่ว่าจะเป็น”เรื่อง”การทหาร” เรื่อง”เศรษฐกิจ” ซึ่ง”รัฐบาล”ไม่”จำเป็น” ที่จะ”ต้องหงอ” ให้กับ”เขมร” หรือ”กัมพูชา” และ ใน”ข้อเท็จจริง” ผู้นำของ”เขมร” หรือ”กัมพูชา” ทุกยุคทุกสมัย” ก็มอง”ประเทศไทย”อย่างมี”อคติ” ไม่”เป็นมิตร” มาโดยตลอด
ดังนั้น”วิฤกตแนวชายแดน” ที่เกิดขึ้นตั้งแต่การที่”ทหารของกัมพูชา” บุกเข้ามาเผา”ศาลาตรีมุข”ที่”กองทัพภาคที่ 2 สร้างไว้ ใน”ดินแดนของไทย” รวมทั้งการส่ง”ทหาร”เข้ามา”ขุดคูเลต” ในพื้นที่ของ”ประเทศไทย”จนมีการ”ยิงปะทะ”เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ที่ผ่านมา จึงเป็น”หนทาง” ที่”รัฐบาล” ต้องมีการ”เจรจา”อย่าง”แตกหัก” เพื่อ”ยุติ” ปัญหาของการ”บุกรุก”แนวชายแดนทั้งในบริเวณ”ปราสาทตาเมือนธม” และ”อีก”สามปราสาท” ใน ชายแดน อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์” และการ”บุกรุก” ใน”เขตแดน”ของ” อ.น้ำยืน” ทุกจุด ใน”จังหวัดอุบลราชธานี ต้อง”เจรจา”ให้จบใน”รัฐบาล”ของ”แพทองธาร ชินวัตร” และต้องมีความ”ชัดเจน” ว่า”ปัญหา”การ”รุกล้ำดินแดนไทย”ของ”กองทัพกัมพูชา” ต้องแก้ด้วยการ”พูดคุย” ตาม”กลไก” ของ”ทวิภาคี” โดย”ประเทศไทย” ไม่ยอมรับการ”ใช้ศาลโลก” เป็น”ผู้ตัดสิน” เพราะ”ศาลโลก”เป็น”ศาลการเมือง” ที่ไม่มีความ”เที่ยงธรรม” และไม่มี”กฎหมายบังคับ” ว่าต้องทำตามที่”ศาลโลกตัดสิน”……รวมทั้งหยิบเอา”ปัญหา”ของ”พื้นที่ใน”ทะเล”ด้านที่ติดกับ”เกาะกูด”ของ” จังหวัดตราด” มา “พูดคุย” ทำความเข้าใจกับ”กัมพูชา” ให้มีการ”สะเด็ดน้ำ” เพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็น”พื้นที่ของประเทศไทย” ที่”กัมพูชา” อ้างว่าเป็นของ”กัมพูชา” ทุกอย่างระหว่าง”ไทยกับกัมพูชา” ควรจะมี”ข้อยุติ” ที่”ชัดเจน” และ”ประเทศไทย” ต้องไม่”เสียเปรียบ” กับ”ประเทศที่”คิดจะ”เอาเปรียบ”กับ”ประเทศไทย” เพียงอย่างเดียว …..ฮุนเซ็น” ซึ่งเป็นผู้มี”บารมี”นอก”รัฐบาล”ของ”ฮุนมาเน็ต” ผู้เป็น”ลูกชาย” เก่งกว่าเราอย่างเดียวคือเรื่อง”ยุทธศาสตร์ทางการเมือง” และการ”โกหกหลอกลวง” แต่ที่เหมือนกันกับ”รัฐบาลไทย” ในขณะนี้คือ” รัฐบาลไทย” มี”แพทองธาร ชินวัตร “ เป็น”นายกรัฐมนตรี” และมี”ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี”ผู้เป็นพ่อ” เป็น”ผู้มีบารมี”ที่คน”ส่วนใหญ่” เชื่อว่าเป็นผู้”สั่งการ” ให้”รัฐบาล” ซ้ายหัน ขวาหัน ได้ เช่นเดียวกับ”ฮุนมาเน็ต” นายกรัฐมนตรีของ”กัมพูชา” ที่ต้องฟัง”คำสั่งของ” ฮุนเซ็น” ผู้เป็น”พ่อ” และเป็น”ผู้นำตัวจริง” ของ”กัมพูชา”
วันนี้” กองทัพภาคที่ 2 ที่มี”พล.ท.บุญสิน พาดกลาง” เป็น”แม่ทัพภาคที่ 2 ปฏิบัติการ” โดยใช้”กำลังทหาร” เข้า”กดดัน” ในทุกพื้นที่ชายแดน ที่มี”ทหาร”ของ”กัมพูชา” ทำการ”รุกล้ำเข้ามา” เป็นการใช้”ทหารนำหน้า” ซึ่งโดยข้อเท็จจริง” กัมพูชา” สู้กับ”กองกำลัง”ของ”ทหารไทย” ไม่ได้ ทั้งในเรื่อง”กำลังพล” และ”ยุทธโธปกรณ์” เพียงแต่ “กองทัพบก” ไม่มี”นโยบาย” ในการ”เปิดการรุก”หรือ”เปิดฉาก” ในการ”เข้าตี” กำลังของ”ทหารไทย” จึงใช้”ยุทธวิธี” ในการ”วางกำลัง” ทุกพื้นที่ ที่มีการ”รุกล้ำ”ของ”ทหารกัมพูชา” ด้วยการ”ตั้งรับ” หาก”ทหารกัมพูชา” เปิดเกมรุก” เมื่อไหร่ เชื่อว่า”กำลังทหาร”ของ”กัมพูชา” ที่ยกมาทั้งประเทศ จำนวน ไม่เกิน 2 กองพัน ที่”ตรงข้าม”อำเภอพนมดงรัก” ที่ต้องการ”ยึด”ปราสาทตาเมือนธม และอีก “สามปราสาท” ไม่”คนามือ”ของ”ทหารไทย…..ซึ่ง” ฮุนเซ็น” และ”ฮุนมาเน็ต” นายกรัฐมนตรี”ของ”กัมพูชา” รวมทั้ง” รัฐมนตรีกลาโหม”ของ”กัมพูชา” รู้ดี ถึง”ขีดความสามารถ”ของ”ทหารไทย” พอเห็น”กองทัพภาคที่ 2 “มีการ”เอาจริง” จึงมีการใช้”ยุทธวิธีลับลวงพราง” โดยการ”กลบคูเลต” ที่”แอบเข้าขุด” และ”ถอนกำลัง”ออกไป แต่เพิ่มกำลัง ใน”จุดอ่อน” โดย”ฮุนเซ็น” มีการ”ออกข่าว” ว่าไม่มีการ”ถอนกำลัง” เป็นการ”สับเปลี่ยนกำลัง”เท่านั้น นี่เป็นการ”ป้องกันการเสียหน้า” ซึ่ง”พล.ท.บุญสิน” พาดกลาง” แม่ทัพภาคที่ 2“”รู้เช่นเห็นชาติ” ของ”กัมพูชา” ดี…..จึงได้ ดำเนิน”ยุทธศาสตร์”ด้วยการ”เข้มงวด”ทุก”ด่านเข้า-ออก” ลดการให้”วีซ่า” ของ”คนกัมพูชา” ให้เหลือเพียง 7 วัน ควบคุมการ”เข้า-ออก” ทั้งในเรื่องของ”สินค้า”และ”คน” เพราะนี่คือ”จุดแข็ง”ของ”ไทย” ที่”กัมพูชา” รู้ดีว่า หากมีการ”ปิดด่าน” เมื่อไหร่” ประชาชน”ของ”กัมพูชา” ต้อง”ระส่ำระสาย” อย่างหนัก
”จุดตายของ”กัมพูชา” เรื่องเรื่อง”บ่อนการพนันที่ปอยเปต” ชายแดนด้าน “อรัญประเทศ” จังหวัดสระแก้ว ที่หาก”กองทัพสั่งปิดเมื่อไหร่” จะมีผลกระทบกับ”รายได้”ของ”บ่อนการพนัน 10 กว่าแห่ง ที่เป็น”หัวใจ”ของ”กัมพูชา” ในทันที เพราะ” ก็ไม่ต้อง”ดูอื่นไกล” วันนี้แค่” พล.ท.บุญสิน พาดกลาง” แม่ทัพภาค 2 สั่ง”เข้มงวด” ด่านทุกด่าน “ฮุนเซ็น” ก็ออกมา”เต้นพล่าน” เหมือน”…. ถูกน้ำร้อนลวก” ออกมา”โวยวายกล่าวหา”ว่า”ประเทศไทยรังแกคนเขมร” และที่”สำคัญ” วันนี้” กองทัพ” ยืนยันว่าจะใช้”ยุทธวิธีทางหหาร” อย่างไม่มี”กำหนด” จนกว่า”กำลังของทหารเขมร” จะมีการ”ถอนออกจาก”ดินแดน”ของ”ประเทศไทย” ใน”ทุกด้าน” ใช้เฉพาะที่” ตรงข้ามปราสาทตาเมือนธม” เท่านั้น ดังนั้นจึงต้อง “ติดตาม” นโยบายของ”รัฐบาล” ทั้ง”ภูมิธรรม เวชยชัย”รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง “ และ”เสนาบดีกระทรวงกลาโหม” และ”มาริษ เสงี่ยมพงษ์” เสนาบดีกระทรวงต่างประเทศ และ” ฉัตรชัย บางชวด” เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งเป็นฝ่าย”การเมือง” จะมีการ”เดินหมากการเมือง” อย่างไร ในวันที่ 14 มิถุนายน ที่มีการ”ประชุมร่วม”หรือการ”ประชุมทวิภาคี” ระหว่าง”ไทย”กับ”กัมพูชา” เพื่อ “แก้ปัญหา”ข้อ”พิพาท” ที่เกิดขึ้น
ข้อสังเกตสำหรับ”กระทรวงต่างประเทศ” ที่ผ่านมาคือ 1 ไม่ควรเรียก”พื้นที่ของไทย” ที่”ทหารกัมพูชา” ส่งกำลังเข้ามา”ยึดครอง” ว่าเป็น”พื้นที่ทับซ้อน”หรืทอ”พื้นที่อ้างสิทธิ์” เพราะโดย”ข้อเท็จจริง” แม้จะยังไม่มีการ”ปักปันชายแดน” แต่”หลักฐาน” ที่”ฝ่ายไทยมี” ทั้งหมดเป็น”พื้นที่ของประเทศไทย” ที่”สำคัญ” กัมพูชา”ไม่เคยเรียกพื้นที่ ที่มีการ”ส่งทหารเข้ามาบุกรุก” ว่าเป็นพื้นที่ทับซ้อน”หรือพื้นที่”อ้างสิทธิ์” อย่างที่”กระทรวงต่างประเทศ”ของเราเรียก หรือ”บัญญัติศัพท์” แต่”ผู้นำ”กัมพูชา” ทั้ง”ฮุนเซ็น” และ”ฮุนมาเน็ต” รวมทั้ง”ฝ่ายกองทัพ”ของ”กัมพูชา” เรียกพื้นที่”ที่ส่ง”ทหารเข้าบุกรุก”ว่าเป็น”ดินแดนของกัมพูชา” และอีก”ประเด็น” สำหรับ”กระทรวงต่างประเทศ”คือต้องไม่เรียก พื้นที่ ซึ่ง”ทหารกัมพูชา” เข้า”บุกรุก”ว่าเป็น”โนแมนส์แลนด์” เพราะถ้ามีพื้นที่”โนแมนส์แลนด์” ว่าจะกว้าง 200 เมตร หรือ กี่ร้อยเมตร พื้นที่”โนแมนส์แลนต์” ที่ถูก”กำหนด” จะถูก”การยึดครอง” จากฝ่าย”กัมพูชา” ในทันที…..เพราะ”ยุทธศาสตร์”ของ”กัมพูชา” ที่ใช้ในการเข้า”ยึดครอง” ดินแดนของ”ประเทศไทย” ในทุดด้านที่เกิดขึ้น คือการใช้”ประชาชน” และ”ครอบครัวทหาร” ในพื้นที่ เข้า”ยึดครอง”ด้วยการตั้ง”หมู่บ้านยุทธศาสตร์” โดยการ”สนับสนุน”จาก” ฝ่ายทหาร”ของ”กัมพูชา” และ”หมู่บ้านยุทธศาสตร์” เหล่านี้ นอกจากเป็น”แนวหน้า” ของ”ทหารกัมพูชา” แล้ว ยังสร้างความ”เสียหาย”ต่อ”ทรัพยากรธรรมชาติ” ของ”ประเทศไทย เพราะคนเหล่านี้จะ”บุกรุก” เข้ามาทำ”สวนทำไร่” และ”ตัดไม้” ที่มี”ราคา”เช่น”ไม้พยุง” และ”อื่นๆ รวมทั้ง”ของป่า” เพื่อ”ขาย” กลายเป็น”อาชีพหลัก” ของ”หมู่บ้านยุทธศาสตร์” ที่”กองทัพกัมพูชา” เป็นผู้”สร้างขึ้น” และ”สนับสนุน”
เรื่องของ”หมู่บ้ายยุทธศาสตร์” เป็นเรื่อง”สำคัญ” ซึ่งในอดีต” ในการแก้ปัญหา”ความมั่นคง” ใน”แนวชายแดนไทย” กระทรวงมหาดไทย เคย ร่วมมือกับ”กองทัพภาค” และ”กระทรวงอื่นๆ เช่น “กระทรวงเกษตรและสหกรณ์” ในการจัดตั้ง”หมู่บ้านยุทธศาสตร์”แนวชายแดน ที่เรียกว่า”หมู่บ้านป้องกันตนเอง” โดยการ”สนับสนุนจากรัฐบาล” หรือ”หมู่บ้านความมั่นคง” โดย”กระทรวงที่รับผิดชอบ” จัดหาที่ดินของรัฐ” ให้เป็นที่”ทำกิน”เป็นที่”ปลูกบ้าน” เพื่อการ”ร่วมพิทักษ์แนวชายแดน” ซึ่งได้ผลในการแก้ปัญหาใน”แนวชายแดน”เป็นอย่างดี แต่วันนี้ เรื่องเหล่านี้หายไปจาก”กระทรวงมหาดไทย” ก็ขอฝากไปยัง” อนุทิน ชาญวีรกุล” เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ให้มีการใช้”นโยบาย” ในการจัดตั้ง”หมู่บ้านป้องกันตนเองแนวชายแดน”หรือ”หมู่บ้านยุทธศาสตร์” เช่นเดียวกับที่”กัมพูชา” ใช้ในการ”บุกรุกดินแดน”ของ”ประเทศไทย….เช่นเดียวกับ” สภาความมั่นคงแห่งชาติ” ซึ่งมีหน้าที่ในการ”กำหนดยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง” เท่าที่”สอบถาม”จาก”ฝ่ายของ”กองทัพภาคที่ 2 ทุกเสียงต่างมีความเห็นว่า”ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง”ของ”สภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ”สมช.” เขียน”ยุทธศาสตร์” ที่”กว้างเกินไป” เรื่องนี้” ฉัตรชัย บางชวด” เลขาธิการสภาความมั่นคง” ต้องนำไป”พิจารณา”
มาดู “สถานการณ์ความรุนแรง” ในพื้นที่”จังหวัดชายแดนภาคใต้” ที่ล่าสุดคือการ”วางระเบิดแสวงเครื่อง” ใน”ตลาดโต้รุ่ง” ที่เป็นเหมือน”หัวใจ” ของ”เมืองปัตตานี” แม้ความ”เสียหาย” จะไม่มาก” ไม่มี”ผู้เสียชีวิต” มีเพียง”ทรัพย์สินเสียหาย” แต่ก็”บ่งบอก” ให้”ทุกฝ่าย” รู้ว่า” กองกำลังติดอาวุธ” ของ” บีอาร์เอ็น” ยังมี”เสรีภาพ” ในการ”เคลื่อนไหว” เพื่อการ”ก่อการร้าย” ในทุกพื้นที่ ที่ต้องการ…..โดย”ข้อเท็จจริง” การ”รักษาความปลอดภัย” เป็นหน้าที่หลักของ”กำลังอาสารักษาดินแดน”ของ”ฝ่ายปกครอง” และ”กำลังของ”ตำรวจ” เป็น”ด้านหลัก ส่วน”ทางเข้าเมือง” ของ”กำลังสามฝ่าย” ที่ร่วม”รับผิดชอบ” ซึ่งต้องการ”ประชุมร่วมกัน” เพื่อการหาจุด”บกพร่อง”ที่เกิดขึ้น เพราะเห็นชัดว่าการ”รักษาความปลอดภัย”ของ” หน่วยงานที่รับผิดชอบ” มี”ปัญหา” ตั้งแต่ต้นปี 2568 เป็นต้นมา “เขตเทศบาลปัตตานี”ถูก”วางระเบิดแสวงเครื่อง”มาแล้ว 2 ครั้ง ๆแรก ที่”หน้าศูนย์เรียนรู้” ใกล้”สภ.เมืองปัตตานี” มี”ตำรวจ” ได้รับ”บาดเจ็บ “ 5 นาย เรื่องนี้” พาตีเมาะ สะดียามู” ผู้ว่าราชการจังหวัด” ที่เป็น”หญิงแกร่ง” ของ”มหาดไทย” และ” พล.ต.ต.สันทัด เชื้อพุฒตาล” ผบก.ภ.จว. ปัตตานี ต้องมีการ”บูรณาการ” เพื่อหา”จุดบกพร่อง” ก่อนที่จะมี”ระเบิดแสวงเครื่อง” ครั้งที่ 3 ที่ 4 เกิดขึ้น ซึ่งอาจจะไม่ใช่เป็น”ระเบิดสร้างสถานการณ์” แต่เป็น”ระเบิด”ที่ต้องการ”ทำลายชีวิต” และ”ทรัพย์สิน” ทาง”ราชการ” และ”ประชาชน” เพราะจาก”หลักฐาน” ระเบิดที่ตลาดโต้รุ่ง” ครั้งนี้เป็นการ”ปฏิบัติการ”ของ”เยาวชน” ที่เป็น”หน้าขาว” หรือ”เป็น”กองกำลังรุ่นใหม่” ของ”บีอาร์เอ็น” ที่ออกมา”ปฏิบัติการ” เพื่อการ”ทดสอบ” ความ”สามารถ” ถ้าเป็น”ปฏิบัติการ”ของ”ตัวตึง” ที่เป็น”รุ่นใหญ่” ของ”บีอาร์เอ็น” ความ”สูญเสีย” ไม่ใช่อย่างที่เกิดขึ้น อย่าง แน่อนนอน
ส่วน”องค์กรภาคประชาชน” ที่”ชื่นชม” และยืนอยู่กับ”บีอาร์เอ็น” ก็อย่าลืม ช่วย”ส่งสาร” ถึง”บีอาร์เอ็น” ด้วยว่า” ทำไมจึง”ปฏิบัติการ” ในพื้นที่”สาธารณะ” อย่าง”ตลาดโต้รุ่ง” ที่มี”ประชาชนพลุกพล่าน” ไหนว่า”บีอาร์เอ็น” เคยประกาศที่จะไม่”โจมตีเด็ก โจมตีสตรี และ คนชรา รวมทั้ง”สถานที่สาธารณะ” อย่าง “ตลาด” และ”โรงเรียน” ดังนั้น วันนี้”บีอาร์เอ็น” อย่าได้อ้างข้อตกลง”เบอร์ลิน” ระหว่าง”บีอาร์เอ็น”กับ”หน่วยงาน”บางหน่วย” ของ”รัฐบาล” เพราะ”บีอาร์เอ็น” มีการ”ตระบัดสัตย์” มาโดยตลอด…..ล่าสุดในเทศกาลวัน”ฮารีรายอ” หรือ”อีดิ้ลอีกฎฮา” ตัวแทนของ”บีอาร์เอ็น” ก็”ส่งสาร” ถึง”ผู้คนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ “ด้วยการ”ยอมรับ”ว่า “สถานการณ์ที่รุนแรง”ขึ้นมาจากการที่”รัฐบาลไทย” หยุดการ”ขับเคลื่อน”การ”พูดคุยสันติภาพ” กับ”บีอาร์เอ็น” และ”เรียกร้อง” ให้”รัฐบาลไทย” เร่งการ”ขับเคลื่อน”การ”เจรจา”ในกรอบของ”เจซีพีพี.” เพื่อลดความ”รุนแรง”…..ประเด็น”ปัญหา” เชื่อได้อย่างไรว่า”การเจรจา”จะทำให้ความ”รุนแรง”ลดลง เพราะ 9 ปีที่ผ่านมา การ”ขับเคลื่อนการ” การ”พูดคุย” หรือการ”เจรจา” ไม่เคยทำให้การ”ก่อการร้าย” ในพื้นที่”หยุดหรือยุติ” แต่เป็นการ”ฆ่ากันไปคุยกันไป” และทำไม่ต้อง”พูดคุย”ในกรอบของ”เจซีพีพี.” เท่านั้น เพราะ”บีอาร์เอ็น”ได้เปรียบ” หากมีการ”เจรจา” ในกรอบของ”เจซีพีพี.” หากต้องมีการ”ยกเลิก” กรอบของ”เจซีพีพี.” และมีการ”ร่างกรอบการเจรจา” ขึ้นใหม่”บีอาร์เอ็น” ยังจะเรียกร้องการ”เจรจา”หรือไม่” ที่สำคัญ” ภูมิธรรม เวชยชัย” ส่ง”สัญญาณ” ถึง” บีอาร์เอ็น” และ”ผู้นำของ”ประเทศมาเลเซีย” มาแล้ว “หลายเดือน” ว่าจะ”เจรจา”หรือ”พูดคุย”กับ”ผู้มีอำนาจจริง”ของ”บีอาร์เอ็น” ที่ไม่ใช่แค่”ตัวแทน” วันนี้”บีอาร์เอ็น” และ”มาเลเซีย” ยังไม่มี”คำตอบ” แล้วจะให้เรื่อง”ขับเคลื่อน” การ”เจรจา” อย่างไร
เรื่องการ”เจรจา” ตั้งไว้ก่อน เพราะ”รัฐบาล” ยังไม่ได้เปรียบ ที่จะไป”เจรจา”กับ”บีอาร์เอ็น” ในขณะนี้ เรื่องที่”ต้องทำ” คือเรื่อง “ขับเคลื่อน”ในการ”จับกุม” แนวร่วม และ”กองกำลังติดอาวุธ” ที่”หลบซ่อน” ในพื้นที่ของ”จังหวัดชายแดนภาคใต้” ซึ่งในเดือน”พฤษภาคม” ที่ผ่านมา สามารถ”จับเป็น” ได้ถึง 30 กว่าคน และล่าสุด คือการ”จับกุม” กลุ่ม”กองกำลังติดอาวุธ” ที่วางระเบิด”แสวงเครื่อง” ต่อ”รถยนต์เจ้าหน้าที่ทหารพราน” ที่.”บ้านม่วงหมัง” ต.เมาะวาวี อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ได้ 3 คน ผลจากการ”ซักถาม” ทราบว่า การก่อเหตุในครั้งนั้นมีการ”ใช้กำลัง” จำนวน 10 คน นี่คือ”ข้อดี”ของการ”จับเป็น” ที่ในการ”ซักถาม” จะได้”ข้อมูล” และสามารถ”ติดตามจับกุม” หรือถ้ายัง”จับกุม”ไม่ได้ ก็จะได้”ข้อมูล” ว่ามี”บุคคล”ใดบ้างที่เป็น”สมาชิก” ของ”บีอาร์เอ็น” และอยู่ใน”หมู่บ้าน,ตำบลไหน” เพราะจะง่ายในการ”เฝ้าระวัง” และ”จับกุม” ขอ “สนับสนุน” นโยบายของ” พล.ท.ไพศาล หนูสังข์” แม่ทัพภาคที่ 4 และขอให้มีการ”ขับเคลื่อน”การใช้”กฎหมาย” เพื่อ”จับกุม” ให้”ต่อเนื่อง” เชื่อเถอะ กำลังของ”บีอาร์เอ็น” ที่เป็น”กองกำลังติดอาวุธ” มี”ไม่มาก” ถ้าถูก”จับกุม”ทุกวัน ความ”อ่อนแอ” ของการ”ปฏิบัติการ”ด้วย”อาวุธ” จะต้อง”ลดน้อยลง
ข่าวว่า”เปิดสภาผู้แทนราษฎร” ในเดือน”กรกฏาคม” ที่จะถึงนี้”รัฐบาล” จะมีการ ผลักดัน”พรบ.อินเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์” และ” พรบ.การพัฒนาภาคใต้”หรือ” SEC.” ที่เป็นแผน”พัฒนาอุตสาหกรรมภาคใต้” ซึ่งจากการ”ตรวจสอบ” พบความ”เคลื่อนไหว” ของ”องค์กรพัฒนาเอกชน” หรือ” NGO” ทั้งประเทศ โดยเฉพาะ”ภาคใต้” ที่วันนี้การ”ขับเคลื่อน” การ”ต่อต้าน”ไม่เอา”SEC” อยู่ที่” อ.จะนะ จ.สงขลา ก็ต้อง”ติดตาม”กันต่อไปว่า “องค์กรพัฒนาเอกชน” จะสามารถ”หยุดยั้ง” แผนการ”พัฒนาอุตสาหกรรม”ของ”ภาคใต้” อย่างไร และ”รัฐบาล” จะ”ยอมหงอ” ให้กับ”NGO” อย่างที่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” อดีต”นายกรัฐมนตรี” เคย”หงอ” ให้กับ”NGO” ที่ออกมา”คัดค้าน” และ”ล้มเวที” ของโครงการ”นิคมอุตสาหกรรมจะนะ” หรือ”เมืองต้นแบบอุตสาหกรรม” ที่”ผลักดัน”โดย”ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้”มาแล้ว และ”โครงการเมืองต้นแบบ” ที่”อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา” ก็ถูก”ดึงเกม” ให้”เดินช้าๆ” เพื่อให้”เอกชน” เจ้าของ”โครงการ”ยกเลิก”ไปเอง นั้นคือการ”แก้ปัญหา” ของ”รัฐบาล” ที่”ยอมหงอ” ให้กับ”NGO” โดยไม่ต้องการเห็น”ม็อบหน้าทำเนียบ” โดยยอมที่จะไม่”พัฒนาภาคใต้”
วันที่ 13 มิถุนายน นี้ การ”ชะลอการใช้กฎหมาย” เพื่อการ”รื้อถอนโพงพาง” ที่เป็น”เครื่องมือประมงที่ผิดกำหมาย” และ”รุกล้ำร่องน้ำการเดินเรือ” ใน”ทะเลสาบสงขลา” จะ”สิ้นสุดลง” ก็ต้อง”ติดตาม”ดูว่า” โชตินรินทร์ เกิดสม” ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา จะ”กล้าหาญ” ในการใช้”กฎหมาย” เข้าดำเนินการกับ”กลุ่มผู้ทำผิดกฎหมาย” หรือให้”กฎหมู่” อยู่เหนือ”กฎหมาย” ต่อไป แล้วพบกันใหม่ในวันศุกร์หน้า สวัสดีครับ
ไชยยงค์ มณีพิลึก
