วันพุธ, 13 พฤษภาคม 2569

สังคมภูมิภาคใต้ตอนล่าง…จ่าเฉยฟังหน่อย! ‘สถานบริการ สภ.คอหงส์ ไร้ ‘ใบอนุญาต’แถมเปิดยันหว่าง

16 มิ.ย. 2023
983

ก็นับเป็น”ข่าวดี” สำหรับ”คนไทย” ที่ข่าวว่า” คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เริ่มที่จะเข้าสู่”ขบวนการ” ในการ”รับรอง” ว่าที่ สส. ที่มีการ”ตรวจสอบ” คุณสมบัติถูกต้อง และไม่มีการ”ร้องเรียน” เรื่องของ”ความผิด” เกี่ยวกับการ”เลือกตั้ง” ซึ่งหาก”กกต.” มีการประกาศ”รับรอง” เร็วขึ้นกว่ากำหนด การที่จะ”เปิดสภาฯ” เพื่อการ”โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี” ก็จะได้เร็วขึ้น และจะได้รู้ว่า”จุดจบ” ของ”ปัญหา”ที่มีการออกมา”วิพากษ์วิจารณ์”และการใช้”วิชามาร” ในการ”เตะตัดขา” เพื่อมิให้”พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้เป็น”นายกรัฐมนตรี”….เปิดสภาผู้แทนราษฎร” เมื่อไหร่ ถ้า “สมาชิกวุฒิสภา” และ”พรรค”ฝ่ายค้าน” ไม่โหวตให้” พิธา “ เป็น “นายกรัฐมนตรี” หรือ”เสียงโหวต” ไม่เพียงพอ ที่ทำให้”พิธา”ไปต่อไม่ได้  “ประเทศ” ก็จะได้มีการ”หาทางออก” ดีกว่าการ”ขึงพืด” แบบ”ไม่รู้”ชะตากรรม” ส่วนถ้า”พิธา” ไม่ผ่านการ”รับรอง” จาก”สภาผู้แทนฯ” แล้วจะมี”มวลชน” รวมตัวกัน”ลงถนน” หรือไม่อย่างไร ก็เป็น”หน้าที่” ของ” ผู้รับผิดชอบบ้านเมือง” ในขณะนี้เป็นผู้แก้ปัญหา

 

ที่เห็นชัดๆคือ” ณ วันนี้ ประเทศไทยกำลัง เดินเข้าสู่ความ”ขัดแย้ง” ครั้งใหม่ ระหว่าง “เสื้อส้ม”กับ”เสื้อเหลือง” ในขณะที่ในอดีตที่ผ่านมาเป็นความ”ขัดแย้ง” ระหว่าง”เสื้อแดง-กับ”เสื้อเหลือง” ก็เป็นเรื่อง”น่าเศร้า” สำหรับ”สยามเมืองยิ้ม” ที่ไม่สามารถ”ก้าวข้าม” ความ”ขัดแย้ง” ที่เกิดจากความ”เห็นต่าง” ทาง”การเมือง” มานานเป็นสิบๆ ปี ที่เริ่มตั้งแต่การ”ยึดอำนาจ”ของ” พล.อ.สนธิ บุญยะกลิน” ผบ.ทบ.ในสมัยนั้น จาก”รัฐบาลทักษิณ” เป็นต้นมา….และทั้งหมดที่เกิดขึ้น ก็ทำให้มี”คำตอบ” ที่”ชัดเจน”ว่า การที่”กองทัพ” แก้ปัญหาความ” ขัดแย้ง” ของคนในประเทศด้วยการ”ยึดอำนาจ” ไม่ใช่”ทางออก” เพราะหลังการ”ยึดอำนาจ”คณะ ทหาร” ที่เป็นตัวแทนของ”กองทัพ” ไม่เคยสร้างความ”ปรองดอง” ของคนในชาติได้สำเร็จ และที่สำคัญ”คณะปฎิรูป” หรือ”คณะปฎิวัติ” รวมทั้ง”คณะรักษาความสงบแห่งชาติ” หรือ”คสช.” ที่นำโดย “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา “ รักษาการนายกรัฐมนตรี  ในขณะนี้ ก็ยังนำพาประเทศให้”ล้าหลัง” ด้วยการเขียน”ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี “มาบังคับใช้กับประเทศอีกต่างหาก…..ดังนั้น ณ วันนี้ “กองทัพ” ต้องไม่เข้ามา”ยุ่งเกี่ยว”กับเรื่องของ”การเมือง” และต้อง”ปล่อยวาง”อำนาจ” ให้กับ “พรรคการเมืองที่มาจากการ”เลือกตั้ง” ให้เข้ามาบริหารประเทศ ตามความต้องการของ”ประชาชน” ถ้า “นักการเมือง” หรือ”พรรคการเมือง” ที่เข้ามา บริหารประเทศ ทำในสิ่งที่”ไม่ดีไม่งาม” ผู้ที่จะต้อง”รับผิดชอบ”คือ”นักการเมือง”และ”พรรคการเมือง”นั้นๆ โดย”ประชาชน” จะเป็นผู้”ตัดสินใจ”ในการ”ลงโทษ”ตามวิถีทางของ”ประชาธิปไตย” อย่าลืมว่า”ประเทศชาติ” ไม่ได้เป็นของ”ทหารคณะหนึ่งคณะใด” และ”บ้านเมือง” ก็ไม่ได้เป็นของ”กองทัพ” แต่เป็นของ”ประชาชนทุกคน” และทุกคนมีความ”รักชาติ”  ฉะนั้นอย่าได้”ผูกขาด”การ”รักชาติ” ไว้เพียงหมู่คณะเดียว ถ้าคิดได้  ประเทศชาติ  ก็จะเดินไปได้ และจะ”สลายความขัดแย้ง” ที่ดีที่สุด

 

นี้ก็เรื่องความ”ขัดแย้ง” และความ”เห็นต่าง” กับการแก้ปัญหา”ไฟใต้” หรือ”ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้” ระหว่าง”กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” ที่เป็น”ตัวแทน”ของ”กองทัพ” หรือ”หน่วยงานความมั่นคง” กับ “ประชาชน”( บางส่วน ) ในพื้นที่ “จังหวัดชายแดนภาคใต้” ที่มักจะเรียกว่า”ดินแดนปาตานี” ที่ ล่าสุด “ขบวนการนักศึกษาแห่งชาติ” ได้มีการจัด” เสวนา” ในหัวข้อเรื่อง”การกำหนดอนาคตตนเองในสันติภาพปาตานี” ที่มีการเชิญ นักกิจกรรม นักเคลื่อนไหวทางการเมือง และ”ตัวแทน”ของ”พรรคการเมือง” เข้าร่วม”เสวนา” เพื่อแสดงความ”คิดเห็น” และมีการ”จำลอง”การลง”ประชามิติ” ที่เหมือนกับการ”ชี้ทิศบอกทาง” ว่าจะใช้การ”กำหนดใจตนเอง” และการลง”ประชามิติ” เพื่อการ”แบ่งแยกดินแดน” ตาม”เสียงส่วนใหญ่” ของคน”มาลายู” ใน สามจังหวัด และ สี่อำเภอของ จ.สงขลา….เรื่องการ”แสดงออก” ของ “นักเคลื่อนไหว-นักศึกษา “ และ”ภาคประชาสังคม” รวมถึง “นักการเมือง” ( บางคน ) เป็นเรื่องที่”ทำได้” ตาม”สิทธิเสรีภาพ”แต่ต้องไม่”ล้ำเส้น”ของ”กฎหมาย” ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่”เพิ่งจะเกิดขึ้น” แต่เกิดมานานแล้ว ใน”แผ่นดินปลายด้ามขวาน” และเรื่องของ”ขบวนการนักศึกษาแห่งชาติ” ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่  นักศึกษาเหล่านี้มีการ”เคลื่อนไหว” มีการ”เรียกร้อง” เพื่อการ”กำหนดใจตนเอง” ที่นำไปสู่การลง”ประชามติ” มาโดยตลอดในชื่อขบวนการต่างๆ  เพียงแต่ยังไม่ถึงขั้นของ”การจำลองการลงประชามติ” เหมือนกับที่เกิดขึ้นในครั้งนี้

 

ฟัง”พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค” แม่ทัพภาคที่ 4 ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ให้”สัมภาษณ์นักข่าว” ว่า “นักศึกษาถูกหลอก” ก็ต้อง”ย้อนถามกับว่า” ถ้าคนที่เป็น”ปัญญาชน” ยังถูกหลอก แล้วคนที่”มาหลอกนักศึกษา”คือใคร” ขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็น” หรือเป็น”องค์กรจากชาติตะวันตก” ที่”กระทรวงการต่างประเทศ” อนุญาตให้เข้ามา”เคลื่อนไหว” อย่างนั้นหรือ “ถ้าใช่” ใครคือคนที่”ผิด” ตั้งแต่ต้น ก็ กอ.รมน.ภาค 4  ส่วนหน้า “ใช่หรือไม่” ที่”รับรู้ทุกความเคลื่อนไหว” ของ”ทั้ง”ขบวนการนักศึกษา” และ”ขบวนการบีอาร์เอ็น” รวมถึง”ขบวนการภาคประสังคม” และ “องค์กรต่างชาติ” ที่เห็น”ชัดเจน”ที่สุดคือ” เจนีวาคอลล์” และ”องค์กรกาชาดระหว่างประเทศ “ ( ไอซีอาร์ซี ) แต่ไม่เคย”จัดการ”กับเรื่องที่เกิดขึ้น  จนถึงวันที่” องค์กรนักศึกษาแห่งชาติฯ” จัด”เสวนา” และทำ”ประชามติจำลอง” เพื่อการ”แบ่งแยกดินแดน” จึงออกมา”เต้นแร้งเต้นกา” กันทั้ง”แม่ทัพ-นายกอง” รวมทั้ง “พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม “ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ( สมช.) ที่เพิ่งจะ”รับรู้”ถึง สถานการณ์ที่”เป็นจริง” และน่าจะ”หมายรวม” ถึง พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล” รมช.กลาโหม ผู้ดูแลงาน”ความมั่นคง” แทน” รัฐมนตรีกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา “รักษาการนายกรัฐมนตรี

 

อยากจะบอกว่า ตลอดเวลา 19 ปี ของ”ไฟใต้ละลอกใหม่” บรรดา”รัฐมนตรี,รัฐมณโฑ” ผู้ที่นั่งอยู่บน”หอคอยงาช้าง” ไม่”ถูกหลอก” ก็เหมือน”ถูกหลอก” จาก” แม่ทัพ-นายกอง” ที่อยู่ในพื้นที่ ซึ่งไม่เคยรายงานเรื่องที่”เป็นจริง” ให้ทราบ โดยเลือกแต่เรื่อง”ที่ดีๆ” รายงานให้ทราบเช่น” เราเดินมาถูกทางแล้ว” สุดท้าย”วันนี้” ก็”เดินมาถูกทางจริง” แต่เป็นการ”เดินเข้าทางโจร”ต่างหาก   และนอกจาก” กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ที่”รับรู้ทุกเรื่อง” แต่เลือกที่จะ”นั่งทับปัญหา”เอาไว้ โดยไม่มี “แนวทาง” ในการ”แก้ไข”แล้ว “สภาความมั่นคงแห่งชาติ” ( สมช.) ที่มี พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เป็น เลขาธิการ ก็ต้องมีส่วนในการ”รับผิด” กับเรื่องของ”ไฟใต้” ที่กำลัง”บานปลาย” เพราะ สมช. ทำหน้าที่ในเรื่องของ”ยุทธศาสตร์ความมั่นคง” ของ”จังหวัดชายแดนภาคใต้” แต่ สมช. ยุคที่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา “ รักษาการ”นายกรัฐมนตรี” ไม่เคยที่จะ”รับรู้” ความ”เป็นจริง” และความ”เป็นไป” ใน จังหวัดชายแดนภาคใต้แบบ”ถึงแก่นแกน” ดังนั้นเรื่องการ”เลยเถิด” ของ”ขบวนการนักศึกษาแห่งชาติ” และ”ภาคประชาสังคม” ที่”ก้าวหน้า” ไปถึงขั้นการ”ลงประชามติ” ในการ”กำหนดใจตนเอง” เพื่อขอ”แบ่งแยกดินแดน” คนที่”ผิด” คือ หน่วยงานความมั่นคง ทั้ง”กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” และ”สภาความมั่นคงแห่งชาติ” ( สมช.)

 

รู้แล้วใช่มั้ยว่า “องค์ความรู้” ที่ “ขบวนการนักศึกษาแห่งชาติ” และ”ภาคประชาสังคม” ที่เป็น”ปีกทางการเมือง”ของ”ขบวนการแบ่งแยกดินแดน” ได้รับนั้นมาจาก”องค์กรชาติตะวันตก” และ หลังจากนี้ไป ก็ต้องติดตามกันว่า” กระทรวงกลาโหม, กองทัพบก ,สภาความมั่นคงแห่งชาติ, กระทรวงต่างประเทศ ,และ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จะ”ดำเนินการ” อย่างไรกับการเข้ามา”ขับเคลื่อน”ของ “องค์กรต่างๆจากชาติตะวันตก” ซึ่งเคยเป็น”ผู้ล่าเมืองขึ้น” ใน”เอเชีย” ทั้งสิ้น…..สำหรับ “กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” ณ วันที่มี”แม่ทัพต้น” เป็นผู้นำ  ผู้ที่”เข้าใจ” เรื่องขบวนการ”นักศึกษา”และ”ภาคประชาสังคม” รวมทั้ง”บริบท” ของ”องค์กรต่างชาติ” ทั้งหมดคือ พล.ต.ปราโมทย์ พรหมอินทร์” รองแม่ทัพภาคที่ 4 และรอง ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ที่”แม่ทัพต้น” พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค” แม่ทัพภาคที่ 4 / ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ต้อง”หมอบหมาย” ให้เป็นผู้ที่”รับผิดชอบ” ในการ”จัดการ” กับ ปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้น…..การแก้ปัญหา”ไฟใต้” ที่ผ่านมา” กองทัพ” โดย กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า”แบกรับ”ความ”ผิดชอบ” เพียงฝ่ายเดียว ส่วน “สำนักงานตำรวจส่วนหน้า, ฝ่ายปกครอง “ และ “ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้” ( ศอ.บต. ) มีหน้าที่ในการ”เดินตาม” (ก้น ) ดังนั้นการแก้ปัญหา”ไฟใต้” จึง”ล้มเหลว” มาโดยตลอด ถ้า”ก้าวไกล” ได้เป็น”รัฐบาล” สิ่งที่ต้องทำคือไม่ต้อง”ยุบทิ้ง”กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” และ”ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)  แค่”จัดการใหม่” ให้แต่ละหน่วยมี”ภารกิจ” ที่”ถูกต้อง” เช่น “กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” ทำหน้าที่ “รักษาความสงบเรียบร้อย”ฝ่ายปกครอง และ ตำรวจ ทำหน้าที่ของตนตามภาระหน้าที่ของตน  และคืน”พรบ.ศอ.บต.” ให้กับ”ศอ.บต.เพื่อให้ “พรบ.ศอ.บต.”ทำหน้าที่ ในด้านการ”พัฒนา” และใน”มิติ” อื่นๆ ที่ในอดีตทำ และ ทำได้ดี แค่นี้การแก้ปัญหาของ”ไฟใต้” ก็จะเดินไปอย่าง”ถูกทิศถูกทาง”

 

เมื่อ”กองบัญชาการตำรวจแห่งชาติ” กลายเป็น”หมู่บ้านกระสุนตก” แต่ละวันมีแต่เรื่อง”เสียหาย” ที่ถูก”นักการเมือง” ออกมา”ประจาน” ให้”ประชาชน”ได้รับรู้ โดยเฉพาะเรื่องของ”ตำแหน่ง” ที่มากับ”เส้นสาย” เช่นการ”รับราชการ” 3 ปี จากยศ ส.ต.ต. เป็น ร.ต.อ. เรื่องอย่างนี้ใน”ต่างจังหวัด” มีเกิดขึ้นไม่น้อย เช่นมีผู้เป็น”ตำรวจ” ด้วยกัน”นินทา” ว่า ที่ “กองบังคับการตำรวจภูธรยะลา” มี ส.ต.อ. นายหนึ่ง ที่”รับราชการ”มานานร่วม 10 ปี แต่ไม่เคยทำหน้าที่”ราชการ” เพราะไปทำหน้าที่”เก็บส่วย” จาก” “กิจการบุหรี่เถื่อน” ที่มี”พ่อเป็นนายทุนใหญ่” ให้กับ”ผู้ใหญ่ในส่วนกลาง” เพียงอย่างเดียว โดยที่” ผู้บังคับบัญชา” ใน หน่วยงาน “ไม่กล้าที่จะ ดำเนินการแต่อย่างใด เพราะรู้ว่าเป็น”คนหาเงินส่งนาย” แบบนี้เรียกว่า”เอาเปรียบ” เพื่อนร่วมงาน โกงภาษีหลวงรับเงินเดือนแต่ไม่ทำงาน เรื่องนี้เห็นที่ต้องฝาก “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” อุกกาบาตน้อย” แห่งพรรคก้าวไกล และ “ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์” ช่วย”ขุดคุ้ย”ต่อ เพราะเชื่อว่า “ตำรวจ”แบบนี้มีอยู่ทุก”กองกำกับ” ของ”ประเทศไทย”

 

เรื่องของ”ส่วยทางหลวง” ที่เป็นข่าว”ฉาวโฉ่” เหมือนมี”อุจาระกองใหญ่” อยู่หน้า สำนักงานตำรวจแห่งชาติในขณะนี้ “ต้นเรื่อง”มาจาก” “ข้อเท็จจริง”กับ”ข้อกฎหมาย” ที่ไม่ได้ไปด้วยกัน” ข้อเท็จจริง”คือ”ในอดีต รถบรรทุกราคาคันละ 500,000 บาทมีกำลัง 120 แรงม้า บรรทุกน้ำหนักได้ 21 ตัน ถนนเป็น”ยางมะตอย”” กว้าง 2 เลน และรับน้ำหนักได้ ไม่เกิน 25 ตัน น้ำมันดีเซลลิตรละ 4-5 บาท แต่ ณ วันนี้ รถบรรทุกมีราคาคันละ 3,5 ล้าน ถนนมีการสร้างใหม่ 4 เลน 8 เลน มี”มาตรฐาน” ในการรับน้ำหนักได้ถึง 40 ตัน  ราคาน้ำมันลิตรละ 33 บาท แต่หน่วยงานที่รับผิดชอบไม่ยอมแก้”กฎหมาย” ให้ รถบรรทุกเพิ่มหนักจาก 25 ตัน เป็น 30 ตัน ซึ่งถนนในปัจจุบันรับน้ำหนักได้ถึง 40 ตัน ( ถ้าสร้างตามสเปคและไม่โกงกิน ) ที่สำคัญ” หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น”กรมทางหลวง, ตำรวจทางหลวง, ตำรวจภูธร,ตำรวจจราจร” ต่างรู้ดีกว่า ไม่มี”รถบรรทุก” ที่ไหนที่จะ “บรรทุก”น้ำหนัก 25 ตัน ทุกคันต่าง”บรรทุกน้ำหนักเกิน” และ”จ่ายส่วย” ให้กับ “หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง” ไม่เคยนำ”ข้อเท็จจริง” เพื่อเป็น”ข้อมูล” ในการแก้”ข้อกฎหมาย” ให้เป็นไปตาม”ข้อเท็จจริง” เพราะถ้ามีการแก้”ข้อกฎหมาย” ให้บรรทุกได้ 30-40 ตัน ตาม “ข้อเท็จจริง” ที่เป็นอยู่ “ตำรวจ” และหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องก็จะได้”เก็บส่วย” ไม่ได้  เรื่องนี้จะโทษ”ตำรวจ” และ”กรมทางหลวง” อย่างเดียวก็”ไม่แฟร์” ต้อง”กล่าวหา” ผู้ที่เป็น”ผู้แทนราษฎร” ของ “ทุกพรรคการเมือง” ที่ต่างรู้เห็น”ข้อเท็จจริง” แต่ไม่เคยนำเรื่องเข้าเสนอต่อ “สภาผู้แทนเพื่อแก้กฎหมาย” ทั้งที่มี”ผู้แทนรถบรรทุก”และ”ผู้รับเหมา” ร้องเรียนแล้วร้องเรียนอีก ถึงเรื่องของเพิ่ม”น้ำหนักและเรื่องของ”ส่วย” ที่ต้องจ่ายให้”ตำรวจ”  เรื่องนี้เป็น”การบ้าน” ที่ต้องฝากให้” พรรคก้าวไกล”ไปดำเนินการ หลังการได้เป็น”รัฐบาล”ทำ”ข้อเท็จจริง”กับ”ข้อกฎหมาย” ให้ไปกันได้”ส่วย” จะหายไปทันที

 

เชื่อเถอะ ยังไม่เคยเห็น”ถนนสายไหน”และ”สะพาน”ตรงไหนที่”พัง”เพราะการ”บรรทุกน้ำหนักเกิน” เพราะ “ถนนทุกสาย” ที่”พัง” และเป็นข่าว ล้วนมาแต่”ผู้รับเหมา” กับ”เจ้าหน้าที่รัฐ”ลดสเปคการก่อสร้าง” หรือที่เรียกว่า”คอรัปชั่น” มีการ” กิน หิน ดิน ทราย” ทั้งนั้น เรื่อง”ส่วยทางหลวง” เรื่องการ”บรรทุกน้ำหนักเกิน” ถ้าไม่เอา”ความจริง” มา”ตีแผ่” และ”พูดกัน” ต่อให้ เปลี่ยน ผบ.ตร.อีก 10 คน เปลี่ยน ผบก.ตำรวจ ทางหลวง อีก 100 คน ก็แก้ไม่ได้ และยิ่งใช้”กฎหมายที่ล้าหลัง” ยิ่งเป็นการ”ซ้ำเติม” เศรษฐกิจ เพราะขนาด”บรรทุกเกิน” และ”จ่ายส่วย”แล้ว เชื่อหรือไม่ว่า”ผู้รับเหมา” เจ้าของ”กิจการรถบรรทุก” แต่ละราย ยังจะ”อยู่ไม่ได้” เพราะราคา”น้ำมันที่แพง” ราคา”ยางรถยนต์” ที่ มีแต่”ขึ้นราคา”ทั้งที่ วัตถุดิบที่นำมา ผลิตยางรถยนต์คือ”ยางพารา” 3 กิโล 100 บาท

 

นานแล้วที่ “แนวร่วม” ขบวนการแบ่งแยกดินแดน ไม่มีการ”ทำร้าย” และ”ฆ่า” เจ้าหน้าที่ตำรวจ-ทหาร และ รปภ.ที่เข้าเวร จุดตรวจ”ไม่กั้น”ทางรถไฟ แต่วันนี้การ”ทำร้าย”และ”ฆ่า” เจ้าหน้าที่ รปภ.”ไม้กั้นทางรถไฟ” กลับมาอีกเป็นข่าวในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อีกแล้ว ล่าสุด ส.ต.ต.พิจักษณ์ บัวแก้ว ผบ.หมู่ นปพ.ภ.จว.ปัตตานี ซึ่ง ทำหน้าที่ “รักษาความปลอดภัย” จุดตัดทางรถไฟ ต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ก็กลายเป็น”เหยื่อ” ของ”แนวร่วม” หรือ”กองกำลังติดอาวุธ” ของ”บีอาร์เอ็น” ถูก”ประกบยิงขณะที่หน้าที่บริการประชาชนอย่างน่าอนาถ  ก็ขอแสดงความ”เสียใจ” กับ “ครอบครัว”บัวแก้ว” ไว้ ณ ที่นี้ด้วย และต่อไปนี้ การ”รปภ.”จุดตัดไม้กั้นรถไฟ” ทุกแห่งคงต้องกลับมา”เข้มข้น”เหมือนเมื่อ 10 ปีก่อนอีกครั้ง พล.ต.ท. นันเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.9. ต้อง”ติวเข้ม” และต้องเพิ่มกำลังพล ใน”จุดตรวจ”ที่เป็น”จุดตัดเส้นทางรถไฟ” เพื่อป้องกันชีวิตของ”ตำรวจ” ที่วันนี้” ประมาท” เมื่อไหร่”จบชีวิต” เมื่อนั้น….และอีกเหตุการณ์ที่” ต.มะรือโบออก อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ที่”อส.พท. อาสือมิง บูงอตันหยง”  ทหารพรานสังกัด ร้อย ทพ.4812 เหยียบกับระเบิดของ”แนวร่วม” ในขณะที่เดิน”ลาดตระเวน” รักษาความปลอดภัยในพื้นที่ กลายเป็นคน”พิการ” ขาขาดทั้ง 2 ข้าง ก็นอกจากแสดงความเสียใจในการ”เสียสละ”แล้ว ก็หวังว่า “หน่วยงานต้นสังกัด” จะ”รับผิดชอบ” ชีวิตที่เหลืออยู่ให้มีความสุขพอสมควร  และนี้คือ”สถานการณ์” ที่เป็น”ของจริง” ที่ไม่สามารถ”โกหกหลอกลวง” ใครได้ ยกเว้น หน่วยงานที่”ไม่ยอมรับความจริง” เท่านั้น

 

วันนี้” พระสงค์องคเจ้า” ในหลายพื้นที่ไม่กล้าออกมา”โปรดสัตว์” ด้วยการ”บิณฑบาตร” หลังจากที่ พระสงฆ์ วัด”ไพโรจน์ประชาราม” ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ถูก”แนวร่วม” วาง”ระเบิดแสวงเครื่องรถตู้” ที่ใช้เดินทางเพื่อหมายเอง”ชีวิต” เหตุครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า” แนวร่วม” กลับมาใช้ความรุนแรงอีกครั้ง ทั้งกับ”พระสงฆ์” และ”รปภ.”ไม้กั้น” ที่เป็น”จุดตัด” ของ “รถไฟ” ก็ไม่ถาม “กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” นะว่าจะ”แก้อย่างไร” เพราะถามไปก็”ป่วยการ” เพราะไม่เคยแก้ได้สักเรื่อง….แต่จะถาม”เจนีวาคอลล์” ที่เป็นผู้อยู่”เบื้องหลัง”การ”ขับเคลื่อน”ในการ”เจรจาสันติภาพ” ของ”บีอาร์เอ็น” ที่ “บีอาร์เอ็น” เคยรับปาก” ผู้นำ”องคกรเจนีวาคอลล์” ว่า จะไม่ทำร้าย”พระสงฆ์ ,เณร ,ชี” ไม่ทำร้าย “เด็ก-สตรี” ไม่ก่อการร้ายในที่ สาธารณะ เช่น “โรงเรียน ชุมชน “และ “ตลาด “ยังมีผลอยู่หรือไม่ ถ้ายังมีผลเพื่อให้”เจนีวาคอลล์” สนับสนุนใน”ขบวนการเจรจาสันติภาพ” เรื่องการใช้”ระเบิดแสวงเครื่อง” เพื่อ”สังหาร” พระสงฆ์วัดไพโรจน์ประชาราม” แกนนำของ ขบวนการแบ่งแยกดินแดน”บีอาร์เอ็น” จะแก้ตัวอย่างไร และ”เจนีวาคอลล์” จะดำเนินการอย่างไรในการ”ตระบัดสัตย์” ของ”บีอาร์เอ็น

 

คน”กินไข่” ต่างออกมา”โหวกเวกโวยวาย” เรื่อง”ไข่ไก่แพง” ที่ขึ้นราคาเดือนละหลายครั้ง ผู้เลี้ยงไก่อ้างต้องขึ้นราคาเพราะ”ไก่ไข่น้อย” ภาระที่เกิดขึ้นจึง”ถูกผลัก” ไปยัง”ประชาชน” ถ้าแพงก็”อย่ากิน” นั้นคือ”คำตอบสุดท้าย” ในยามที่ “รัฐบาล” เป็น”รัฐบาลรักษาการณ์” ส่วนข้าราชการประจำอย่าง “วัฒนศัพท์ เสือเอี่ยม” อธิบดีกรมการค้าภายใน จะดำเนินการอย่างไรกับปัญญหา”ไข่แพง” ก็เร่งทำในฐานะ”ข้าราชการประจำ”ที่รับเงินเดือนจาก”ภาษีของประชาชน”

 

ไม่มีตรงไหนที่”ไม่ขัดแย้ง” สำหรับโครงการของ”ชลประทาน”ล่าสุดโครงการอ่างเก็บน้ำชุมชนวังหีบ ต.นาหลวงเสน อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ที่ก่อสร้างโดยสำนักงานชลประทานขนาดใหญ่ที่ 15  ถูก ประชาชน”คัดค้าน”อย่าง”หัวชนฝา” สาเหตุเพราะไม่มีการ”สร้างความเข้าใจ”กับประชาชนอย่างเพียงพอ ถ้าจะสร้างต่อไปให้ได้ “ชูศักดิ์ สิทธิ” ผอ.สำนักชนประทานขนาดใหญ่ที่ 15   ต้องกลับไป”ทำความเข้าใจ” กับ”คนในพื้นที่” ให้”ตกผลึก” อีกครั้ง…..เช่นเดียวกับการทำ”เหมืองหิน” ใน จ.ปัตตานี,ยะลา,นราธิวาส ที่มีการ”คัดค้าน” จาก”คนในพื้นที่” ทุกแห่ง เรื่องนี้เจ้าของ”กิจการ” หรือ”กลุ่มทุน” ต้องไม่ฟังแต่” เจ้าหน้าที่รัฐ” และ” ผู้นำท้องถิ่น, ผู้นำท้องที่”เพียงฝ่ายเดียว   ต้องไม่ทำการเปิดเวทีรับฟังเสียงของประชาชนแบบ”สุกเอาเผากิน” หรือ”ขอไปที” ตาม”รูปแบบ”ทาง”ราชการ” เพราะวันนี้”ประชาชน” ต่างเข้าถึง”ข้อมูลข่าวสาร” และสามารถหา”องค์ความรู้”ได้หลากหลายทิศทาง ดังนั้น”นายทุน” และ”เจ้าหน้าที่รัฐ” อย่ากล่าวโทษ”ชาวบ้าน” และ”เอ็นจีโอ” ฝ่ายเดียว ต้อง”โทษตนเอง” ที่ยังมองปัญหา มอง”ชาวบ้าน”แบบเดิมๆ เรื่องนี้คนที่เป็น”ผู้ว่าราชการจังหวัด”เป็น”นายอำเภอ” ต้องช่วยกัน”ใส่ใจ” เพราะประเทศนี้ยังต้อง”เดินหน้า” ถ้าทำ”เหมืองหิน”ไม่ได้” ทำ”บ่อดิน”และ”บ่อทราย” ไม่ได้ จะเอา”วัตถุดิบ” จากที่ไหนมาใช้ในการ”ก่อสร้าง” ส่วน”ประชาชน” ที่”สุดโต่ง” ก็ต้องมองปัญหาให้ครบ”ทุกมิติ” ไม่ใช่บอกว่า”ไปปลูกภูเขาให้ได้ก่อน” แล้วค่อยมา”ทำเหมืองหิน” อย่างนี้ก็ไม่ถูก

 

เขียนเรื่อง”สถานบันเทิง” ใน เขต สภ.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยเฉพาะในย่าน”ถนนธรรมนูญวิถี”ที่นอกจากไม่มี”อนุญาต”ให้ มี “นักร้อง นักดนตรี” และ”เปิดยันสว่าง” ไปแล้ว หลายครั้ง แต่”ตำรวจ”สภ.คอหงส์” เจ้าของพื้นที่ ก็ยังทำตัวเป็น”จ่าเฉย” เช่นเดิม ทั้งที่มี”ตัวอย่าง” ที่ อ.กระทู้ จ.ภูเก็ต ที่ “หน่วยเฉพาะกิจ” ของ”กรมการปกครอง” เข้า”จับกุม” และ”สั่งปิด”ไปแล้ว 2 แห่งด้วยกัน ซึ่งเช่นเดียวกับที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา แต่ที่”หาดใหญ่” นอกจาก”ของเก่า” ที่ทำผิดไม่มีการ”ตรวจสอบ” ยังปล่อยให้มี”ของใหม่”เกิดขึ้น และทั้ง”ของเก่า” และ”ของใหม่” ต่างอยู่ใกล้ “สถานศึกษา” และ”ใกล้วัด”อีกด้วย เห็นท่าเรื่องนี้ ต้อง”ส่งผ่าน” ให้กับ “รังสิมันต์ โรม”  แห่งพรรคก้าวไกล ให้มาติดตามตรวจสอบ ผู้รับผิดชอบ จึงจะรู้จักคำว่า”ผิด-ถูก “เป็นอย่างไร…..เห็นว่าวัน”เสาร์-อาทิตย์ “ ที่ผ่านมา พอมีข่าวว่าคนของพรรคก้าวไกล ลงพื้นที่”หาดใหญ่” ปรากฏว่า “สถานบันเทิง” ทุกแห่งของ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา “ต่าง”เปิด-ปิด” ตามเวลา เป๊ะ รวมทั้ง ร้านเหล้า ร้านบุหรี่ หนีภาษีต่าง”ปิดหน้าร้าน” ไม่ซื้อ ไม่ขาย เล่นเอา”สิงห์อมควัน” เกือบ”ลงแดง” ก็เพิ่งรู้นะว่า”วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” และ”รังสิมันต์ โรม”รวมทั้ง ”ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์” มีความ”ศักดิ์สิทธิ์” กว่า”กฎหมาย” และมีความ”น่าเกรงขาม”

 

จบกันเสียทีกับ”คดีการขุดโบราณสถานเขาน้อย” อ.สิงหคร จ.สงขลา เมื่อ”บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. แถลงชัดว่า “อัยการ” มีความเห็น”สั่งฟ้อง” ผู้ทำผิดที่เป็น “ครอบครัวนักการเมือง” ใน อ.สิงหนคร จ.สงขลา ครบทุกคน โดยจะมีการส่งสำนวนให้”ศาลอาญาสงขลา” ในวันที่ 27 มิถุนายน นี้  ส่วนหลังจากที่”ศาลประทับรับฟ้อง” ตำแหน่ง “นายกเทศมนตรีเทศเทศบาลเมืองสิงหนคร จะว่างลงหรือไม่ และจะมีการ”เลือกตั้ง”ใหม่เกิดขึ้นหรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไป…แต่การ”เลือกตั้งซ่อม” นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองเขารูปช้าง อ.เมือง จ.สงขลา แทน”คนเก่า” ที่ถูก”กกต.ให้”ใบแดง นั้น”พะเยีย ศิริโชติ” ผอ.กกต.สงขลา มีการประกาศรับสมัครผู้ที่ต้องการเป็น”นายกเทศบาลเมืองเขารูปช้าง” คนใหม่แล้ว   ข่าวว่ามีผู้สมัครกันหลายคน  รวมทั้ง”นราเดช คำทัปม์” สจ.น้ำดี ของ จ.สงขลา  ก็ระวังการ”หาเสียง”ให้ดีอย่าให้”ปากพาจน” เพราะที่ผ่านมาทั้ง”นายกเทศบาลนครสงขลา “และ “นายกเทศบาลเมืองเขารูปช้าง “ซึ่งเป็นพื้นที่ติดกัน ต่างถูก”กกต.กลาง” ทำการ”สอยร่วงจากเก้าอี้นายก”” ในข้อหาเดียวกันนั้นคือ”ใส่ร้ายป้ายสี”คู่แข่ง…..แล้วพบกันใหม่วันศุกร์หน้า ครับ

 

ไชยยงค์ มณีพิลึก