การเมือง”ร้อนฉ่า” เมื่อ “คณะกรรมการการเลือกตั้ง”( กกต.) มีมติส่ง กรณีการ”ถือหุ้น ไอทีวี”ของ”พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีราชชื่อ และ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ต่อ”ศาลรัฐธรรมนูญ” เพื่อให้มีการ”วินิจฉัย”ว่า”สมาชิกภาพ”ของ”พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หัวหน้าพรรคก้าวไกล และ สส.บัญชีรายชื่อ” ที่เป็น”แคนดิเดด” นายกรัฐมนตรี เพื่อ”วินิจฉัย หรือ ”ตีความ” ถ้ามีความผิด”ตามฟ้อง” ก็จะ”พ้นจากตำแหน่ง สส.” วืด” จากการเป็น”นายกรัฐมนตรี” ทันที….ถ้า ศาลรัฐธรรมนูญ” สั่งให้” พิธา “ลิ้มเจริญรัตน์” หยุด “ปฏิบัติหน้าที่”ในขณะที่อยู่ระหว่างการเดินหา”โหวต” จาก” สภาผู้แทนฯ”การ “ เดินหน้า” เพื่อการดำเนินการ จัดตั้ง”รัฐบาล” จึงไม่เป็นไปตาม”ไทม์ไลน์” ตามที่ 8 พรรคการเมือง”ขั้วรัฐบาล” ต้องการ และ เนื่องจาก” “คอลัมน์นี้” เขียนเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม จึงไม่กล้าที่จะ”วิพากษ์วิจารณ์” เพราะ”การเมือง” เป็นเรื่อง”กลิ้งกลอก” เหมือน”ลิงหลอกเจ้า” แถมยังเรื่อง”ลับลวงพราง” เข้ามาอีก ดังนั้น จึงต้องรอคำ”วินิจฉัย”จาก”ศาลรัฐธรรมนูญ” ก่อนที่”การเมือง” การจัดตั้ง”รัฐบาล” จะ”เดินหน้า” ไปได้หรือไม่” ถ้าคำ”วินิจฉัย”ของ”ศาลรัฐธรรมนูญ” เป็นโทษ กับ “พิธา ลิ้มเจริญรัฐ” การจัดตั้ง”รัฐบาล” ก็ต้องเริ่ม”นับหนึ่งใหม่” ละ”ตัวแปร” ก็จะเป็น”พรรคเพื่อไทย” ในการเป็น”แกน”การจัดตั้ง”รัฐบาล”
แต่ที่ แน่ๆ วันนี้”นี้”ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา “รักษาการนายกรัฐมนตรี “ยื่นใบลา” ออกจาก”การเป็น “สมาชิก” ของพรรครวมไทยสร้างชาติ และ”วางมือ” ทาง”การเมือง” เรื่องนี้ถ้า”บิ๊กตู่” คิดเร็ว ทำเร็ว ตัดสินใจเร็ว ก่อนการ”เลือกตั้ง” การ”วางมือของ”บิ๊กตู่” จะ”สง่างาม”กว่านี้มากนัก แต่ถึงอย่างไรวันนี้”บิ๊กตู่”ยังทำหน้าที่”นายกรักษาการ” เพื่อรอ”รัฐบาลใหม่” ที่จะเข้ามา”รับช่วง”ในการบริหารประเทศต่อไป แต่เมื่อ”เกมการเมือง” ที่ดูๆแล้ว การ”จัดตั้งรัฐบาล” อาจจะต้องมีการ”ตั้งเกมกันใหม่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา น่าจะ”รักษาการยาว” และเป็นผู้ทำหน้าที่ ในการ”แต่งตั้ง โยกย้าย” ใน”กองทัพ” และ”สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” เป็นการ”จัดวางคน” ที่เป็น”น้องนุ่ง” เพื่อวาง”รากฐาน” ที่ต้องการ ก่อนที่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” จะ”วางมือทางการเมือง” เพื่อไป”ทำหน้าที่อื่น”ของประเทศ
ประเด็นปัญหาที่ต้อง”จับตามอง” คือเมื่อ”พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หัวหน้าพรรคก้าวไกล สส.บัญชีรายชื่อ และ”แคนดิเดด” นายกรัฐมนตรี ถูก “กกต.” ยื่น”ศาลรัฐธรรมนูญ” ตีความ เพื่อให้”พ้นจากตำแหน่ง สส.” บรรดาผู้สนับสนุน ประชาชน ที่เลือก ผู้สมัครของ” ก้าวไกลจนได้ “สส” มาเป็น อันดับหนึ่ง และ”สาวก” ที่เป็น”ด้อนส้ม” จะมีการ”เคลื่อนไหว” ออกมาเพื่อ”กดดัน” ต่อ”ศาลรัฐธรรมนูญ” อย่างไร หรือไม่ ประเด็นนี้ ต้องติดตาม แต่ ฝ่ายความมั่นคง รวมทั้ง “ตำรวจ” คงมีการ”เตรียมพร้อม” ตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว ก็ถือเป็นเรื่อง”เหนื่อย” ก่อนที่จะ”เกษียณอายุราชการ” ของ” พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์” ผบ.ตร……ก็ได้แต่”หวังว่า” ประเทศไทยจะไม่ถึง”ทางตัน” และ “มวลชน” ทุกฝ่ายต้องฟัง”เหตุผล” และยอมรับใน”กติกา” ของการ”ตรวจสอบ” เพื่อรอ”ศาลรัฐธรรมนูญ” ชี้ขาดในกรณี”ถือหุ้นไอทีวี” ของ”พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” แต่นั้นแหละถ้า”พิธา” รอดพ้นจาก”บ่วง” ของ”ไอทีวี” ก็ยังมี”บ่วงกรรม” รออยู่อีก”หลายบ่วง”…… ส่วน พรรคประชาธิปัตย์ การประชุมเพื่อ”เลือกตั้ง”หัวหน้าพรรคคนใหม่ แทน”จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” ที่”ลาออก” เพราะ”ล้มเหลว” จากการเลือกตั้งที่นำพรรคประชาธิปัตย์ไปไม่ถึง”ฝั่งฝัน” จากการที่”ประเมิน”ว่าจะได้ สส.ทั้งประเทศ มากกว่าการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว จำนวน 52 คน เหลือเพียง 26 คนไม่เป็นไปตามที่ “คาดหวัง” โดยเฉพาะที่”ภาคใต้” ซึ่ง”คาดหวัง” ว่าจะได้ 35 ที่นั่ง ก็”เหลวเป๋ว” จึงกลายเป็น หัวหน้าพรรคคนที่ 2 ที่ต้อง”พ้น” จาก”หัวหน้าพรรค”หลังไม่ประสบความสำเร็จในการ”เลือกตั้ง” เช่นเดียวกับ”อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” อดีต หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่”ล้มเหลว” ในการ เลือกตั้ง เช่นเดียวกัน
แต่”ประชาธิปัตย์” ก็คือ”ประชาธิปัตย์” ที่”ฟัดกันนัวเนีย” และการประชุม”ล่ม” โดยไม่สามารถตกลงกันได้ ต้องมีการนัดประชุมกันใหม่ ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าจะเป็นเมื่อไหร่ แต่เท่าที่รู้ ฝั่งของ”เฉลิมชัย ศรีอ่อน” เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ที่มี”สส.อยู่ในมือมากที่สุด สนับสนุนให้”นราพัฒน์ แก้วทอง” รองหัวหน้าพรรค ขึ้นเป็น”หัวหน้าพรรคคนใหม่” ส่วนฝั่งที่สนับสนุน”อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” อดีตหัวหน้าพรรค ไม่เห็นด้วย จนเป็นเหตุมีการ”เล่นเกม” จน”องค์ประชุมไม่ครบ” ต้องเลิกประชุมในที่สุด…..และถ้า “เกมการเมือง” ในพรรคประชาธิปัตย์ เป็นไปตามที่ฝั่งของ” เฉลิมชัย ศรีอ่อน” เป็นผู้”กำหนดเกม” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนต่อไปคือ” นราพัฒน์ แก้วทอง” และ “เลขาธิการ” พรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ คือ”เดชอิศม์ ขาวทอง” ( นายกชาย ) สส.เขต 5 สงขลา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นั่นเอง ก็ต้องต้องติดตามกันต่อไป โดยเฉพาะ”คนภาคใต้” ที่เป็น”ฐานเสียงใหญ่” ของ”ประชาธิปัตย์” ก็ได้แต่ หวังว่า เมื่อผ่านการเลือกตั้ง”หัวหน้าพรรค” ไปแล้ว คงจะไม่มีเรื่องของ”พรรคแตก” เกิดขึ้น เหมือนที่เคยเกิดขึ้น”หลายครั้ง” สำหรับพรรคการเมือง”เก่าแก่” อย่าง”ประชาธิปัตย์”
เรื่องของ”ภาคใต้” ไม่ได้จบแค่เรื่อง”การเมือง” แต่”ภาคใต้” มีเรื่องอีกมากมาย โดยเฉพาะเรื่อง”เถื่อนๆ” ทั้งหลาย เช่น “น้ำมันเถื่อน”,บุหรี่เถื่อน,สุราเถื่อน,คนเถื่อน” และวันนี้มีข่าว”แพลมๆ”ออกมาถึง”ขบวนการค้าแก๊ส ( ก๊าซ )” เถื่อน ที่มีการทำเป็น”ขบวนการ” เช่นเดียวกับการค้า”น้ำมันเถื่อน” ซึ่ง วันนี้ กำลังทำการ”รวบรวมข้อมูล” เพื่อที่จะนำมา”เปิดเผย” ให้ สังคม ได้รับทราบ ว่ามีใครบ้างที่อยู่ในขบวนการนี้ และมี”เจ้าหน้าที่”หน่วยไหนบาง ที่ร่วมกัน”รับผลประโยชน์” จากการทำผิดกฎหมาย และทำลาย”เศรษฐกิจ” ของประเทศ…..สำหรับเรื่องน้ำมันเถื่อน หลังจากที่”เดลินิวส์” ออกมา”เปิดโปง” ทำให้การ”นำเข้า”น้ำมันเถื่อนทางบก” ลดน้อยลง เพราะ”ศุลกากร” ที่เป็น”นายทวาร” ด่านศุลกากร“ร้อนตัว” กลัว”ความผิด” จึงมีการ”เข้มงวด” ไม่ปล่อยให้มีการ”นำเข้า” มากเกินไป อย่างที่ผ่านมา…..แต่การ “นำเข้าน้ำมันเถื่อน” ที่มาจากทางทะเลด้าน”อ่าวไทย” นำขึ้นฝั่งที่ จ.สงขลา.นครศรีธรรมราช “ และ”สุราษฎร์ธานี” ยังมีการ”นำน้ำมันเถื่อน” ขึ้นฝั่งแบบไม่”หยุดหย่อน” วันนี้” ผู้ค้าส่งรายใหญ่ใน จ.ตรัง ถูก เจ้าหน้าที่ สรรพสามิต และ ตร.ปนม. จับกุมได้ 2 คันรถบรรทุก 10 ล้อ โดยจับได้ใน อ.เมือง จ.ตรัง ขณะที่กำลังนำ”น้ำมันเถื่อน”ไปส่งให้ลูกค้าในพื้นที่ จ.ตรัง …..สอบสวน มีการ “ยอมรับ”ว่า “น้ำมันเถื่อน” ทั้งหมดซื้อจาก”ปั้นน้ำมันรายใหญ่” ใน อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช ในราคาที่ถูกกว่า”คลังน้ำมัน” ถึงลิตรละ 3 บาท และผลจากการตรวจสอบจาก “หน่วยงานที่รับผิดชอบ” พบว่าเป็น”น้ำมันเถื่อน” จริง แต่ถึงบัดนี้ “เจ้าหน้าที่” ชุด”จับกุม” ยังไม่ได้”แจ้งข้อกล่าวหา” เพื่อ”ดำเนินคดี” กับ”เจ้าของปั้ม” ที่เป็น”เอเย่นต์” น้ำมันเถื่อน แต่อย่างใด
ล่าสุด” เจ้าหน้าที่สรรพสามิต และ ตร.ปนม. จับกุม รถบรรทุกน้ำมันเถื่อน เป็นรถบรรทุก 10 ล้อ โดยมี น้ำมันเถื่อนในรถ 15,000 ลิตร ในพื้นที่ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช จากการ สอบสวนเป็นของผู้ค้าน้ำมันเถื่อนรายใหญ่ของ จ.สุราษฎร์ธานี และจะนำไปส่งให้ลูกค้าที่ อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ผลการ ตรวจสอบ เป็นน้ำมันเถื่อน ซึ่งก็ต้องรอดูว่า นอกจากการให้”เจ้าของน้ำมัน” ทำการ”เสียค่าปรับ” และ ดำเนินการ”คืนรถ คืนน้ำมัน” ให้ เจ้าของแล้ว เจ้าหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้อง จะดำเนินการอย่างไรกับ”นายทุน” ผู้ค้าน้ำมันเถื่อน …..และน่าจะสรุปได้ว่า ขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนคือ”เชื้อชั่วที่ไม่เคยตาย” ใน”ภาคใต้” และ ผู้รักษากฎหมาย ก็ไม่ได้”เอาจริง” ในการ”จับกุม” เพื่อทำให้”ขบวนการค้าน้ำมันเถื่อน” หมดสิ้นไปจากภาคใต้ เพราะการ”จับแล้วปรับ” และคืนน้ำมันให้กับ”เจ้าของ”เพื่อนำไป”ขายต่อ” ไม่ได้สร้างความ”เสียหาย” ให้กับ”นายทุน”…..ทำไม่จึงไม่จับแล้วส่ง”ของกลาง” ให้กับ”ตำรวจ” และทำการ”ฟ้องศาล” เพื่อที่จะได้ยึด” ทั้งน้ำมัน” ที่เป็น”ของกลาง” และ”รถยนต์”ที่เป็น”พาหนะ” ในการใช้ทำผิด เพื่อให้”กลุ่มทุน” ได้รับความ”เสียหาย” จากการทำผิดกฎหมาย
และอีกเรื่อง”ข่าววงใน” กระซิบให้ฟังว่า “ปั๊มน้ำมันใหญ่” ที่ขายน้ำมันเถื่อน ทั้ง”ค้าปลีกและค้าส่ง” ในภาคใต้ ยกตัวอย่าง ปั้มน้ำมันใน อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช ที่สามารถดำเนินการในการทผิดกฎหมายได้เป็นเพราะมีการ”จ่ายส่วย” ให้กับ”เจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมี” พ.ต.ท. คนหนึ่ง “เก็บส่วย” ในราคาลิตรละ 50 สตางค์ เช่นถ้าปั้ม”นาย ก” ขายน้ำมันได้วันละ 200,000 ลิตร ก็ต้อง”จ่ายส่วย” วันละ 100,000 บาทต่อวัน เป็นต้น สำหรับ”พ.ต.ท. คนนี้ อ้างว่าเป็นคนของ”บิ๊กตำราจใหญ่” จริง หรือ เท็จ ก็ต้องไป “สืบค้า” เอาเองนะ
ส่วนที่ “บ้านโคกเนียนตก รอยต่อบ้านสองพี่น้อง” ต.ท่าโพธิ์ อ.สะเดา จ.สงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่ของ สภ.คลองแงะ อ.สะเดา จ.สงขลา ข่าวว่ามี”บ่อนไฮโลโปปั่น” ขนาดใหญ่ เปิดเล่นแบบ”โล่งโจ้ง” โดยอ้างว่าเป็นบ่อนของ”ผู้ใหญ่” แต่ละวันมีผู้คน”เข้า-ออก”กัน”ขวักไขว่” คนในพื้นที่เห็นจน”ชินตา” แต่แปลกนะที่ ตำรวจ สภ.คลองแงะ อ.สะเดา จ.สงขลา มองไม่เห็น แถมยังมีหวยสัตว์ ออกวันละ สามเวลาอีกด้วย เอ้า โรงพักนี้ ใครเป็น”ผู้กำกับ” ไปดูหน่อยนะ
คดีด้านความมั่นคง ที่ “พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค “ แม่ทัพภาคที่ 4 /ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า สั่งการให้ “ฝ่ายกฎหมาย” แจ้งความเพื่อ”เอาผิด” กับ”ขบวนการนำศึกษาแห่งชาติ” และ”กลุ่มคนที่เกี่ยวข้อง ซึ่ง “ล็อตแรก” มีการ”กล่าวหา”ไปแล้ว 5 คน เป็นทั้ง”นักศึกษา” และ”ผู้นำภาคประชาสังคม” ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เรื่องนี้ “ตำรวจ” ต้องมีความ”รอบคอบ” ในการ “สอบสวน” ดังนั้นผู้ที่”เป็นกองเชียร์” ต้อง”ใจเย็น” เชื่อเถอะไม่เป็น”มวยล้มต้มคนดู” เพียงแต่ พล.ต.ต.อาชาน จันทรศิริ ผบก.ภ.จว.ปัตตานี ต้องทำด้วยความ ละเอียด และ รอบคอบ ที่สุด…..ส่วนผู้ต้องการ”ล็อตที่สอง” ที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า”โดย พล.ต.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ รอง แม่ทัพภาคที่ 4 /รอง ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยัน ว่ามีแน่นั้น วันนี้ยังอยู่ในขบวนการ”รวบรวมหลักฐาน” เพราะไม่ต้องการให้”พลาดพลั้ง” ซึ่งจะทำให้” กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” กลายเป็น”จำเลย”ของสังคม แต่หลังจากมีการ”เอาจริง” ด้วยการ” เชือดไก่ให้ลิงกลัว” เชื่อว่าในฝ่ายของ”ภาคประชาสังคม” ที่ทำหน้าที่เป็น”ปีกทางการเมือง” ให้กับขบวนการแบ่งแยกดินแดน”บีอาร์เอ็น” คงจะ “ระมัดระวังตัว” ในการ”ขับเคลื่อน” องค์กรมากขึ้น และบางส่วนอาจจะ”มุดลงใต้ดิน” อีกครั้ง ซึ่งก็ไม่เป็นผลดีกับฝ่ายความมั่นคง
“ซาการียา สะอิ” ผู้ต้องหา ที่มีคดี”ความมั่นคง” ติดตัวหลายหมาย ถูก”ปิดล้อม” เพื่อการ”จับกุม” และมีการ”ยิงต่อสู้” จนต้องให้”ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน” ที่ อาสาเข้าไป”เกลี้ยกล่อม” ให้วางอาวุธเพื่อมอบตัว แต่กลับถูกยิงเสียชีวิต และสุดท้าย”ซากรียา” ก็ถูก”เจ้าหน้าที่”วิสามัญฆาตกรรม” ตามระเบียบ” “งานศพของ”ซาการียา” มี “มวลชนทำการ”แห่แหน”จำนวนมาก มีการ”ตระโกน”สรรเสริญพระเจ้า” มีการตระโกน”เมอรเดก้าปัตตานี” และถูกยกย่องเป็นผู้”พลีชีพ” เรื่องนี้ฝากให้”พล.ท.ศานติ ศกุลตนาค” แม่ทัพภาค 4 ส่วนหน้า”พิจารณาให้ถี่ถ้วน ก่อนที่จะสรุปว่า “สถานการณ์” ด้านความมั่นคงของจังหวัดชายแดนภาคใต้ดีขึ้น เพราะ “สถานการณ์” จะดีขึ้น หรือ แย่ลง ไม่ได้ตัดสินด้วยการ”ลดลงของการก่อเหตุ” แต่ให้ดู”ฐานของมวลชน” ที่ให้การ”สนับสนุน” ขบวนการและ คนในขบวนการ…..ส่วน”อาหมะกอซี หะยีเลาะ” ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 3 ควนลาแม ต.นาเกตุ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ที่ ถูก”คนร้าย” ยิงเสียชีวิต หน่วยงานของรัฐ ต้องให้ความดูแล”ครอบครัว” ของเขาให้ดีที่สุดด้วย เพราะเขา”พลีชีพ” เพื่อ”บ้านเมือง” …..และที่ต้องให้ความ”สนใจ” คือหลังการเสียชีวิตของ”ซาการียา” ถ้า “กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” ติดตาม สถานการณ์ จะพบว่า”ฝ่ายไอโอ” ของ”ขบวนการบีอาร์เอ็น” ได้เปิดเกมรุกเข้าใจ “กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า”อย่างเป็น”ขบวนการ” มีการนำ ทุกเรื่องที่เกิดขึ้น เพื่อการ”โจมตี” และการ”ไอโอ” อย่าง”ต่อเนื่อง” ที่สำคัญ” ประชาชน” ในพื้นที่ เชื่อใน”ข้อมูล” ที่ถูกนำไป”โจมตี” และการ”ไอโอ” เรื่องนี้ เป็นเรื่อง”สำคัญ” ที่ “กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” ต้องให้ความ”สนใจ” และ”สนใจ” อย่างเดียวก็ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ จึงต้องมีแผนในการ”แก้ไข” และการ”ตอบโต้” ที่เป็น”มรรคเป็นผล”ด้วย…..แต่ เห็นด้วยนะ ที่ วันนี้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เริ่ม”จับกุม” ผู้นำความผิด ที่ “หลบ”อยู่ในพื้นที่ เพื่อนำเข้าสู่ขบวนการ”ยุติธรรม” ก็ให้ระวังไว้ในการ”ปิดล้อม” จับกุมแต่ละครั้ง ถ้าไม่ต้องถึงกับ”วิสามัญ” ฝ่าย”ตรงข้าม” จะเป็น”ประโยชน์” ไม่น้อยต่อการแก้ปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้น
อีกประเด็น ที่เห็นด้วยกับการที่” กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ใน”กฎหมาย” ในการให้”ศาลจังหวัดนราธิวาส” ดำเนินการกับ “มารดา และภรรยา” ของนายยารีห์ ดือเลาะ ที่ทำการ”ขัดขวาง” เจ้าหน้าที่ในการ”ขุดศพของนายนารีห์ ดือเลาะ เพื่อนำไป”ตรวจสอบ” เพราะผู้ที่”ถูกฝัง” ไม่ใช่นายยารีห์ คดีนี้ “ศาลสั่งจำคุก” ผู้ต้องหาคนละ 1 เดือน แต่”โทษจำ”ให้”รอลงอาญา” เปล่า ไม่ได้ต้องการให้”ชาวบ้านติดคุกนะ” เพียงแต่ต้องการให้ คนในพื้นที่ ซึ่งถูก”หลอกลวง” ถูก”ชักจูง” เพื่อให้เป็น”ปรปักษ์”กับ”เจ้าหน้าที่รัฐ” รู้ว่า”บ้านเมืองมีกฎหมาย” การทำความผิด ต้องได้”รับโทษ” ตาม” กบิลเมือง” เพื่อผู้ที่”ฮึกเหิม” ไม่เห็น”กฎหมาย” ในสายตา จะได้ไม่กล้าที่จะทำการ”ฝ่าฝืน”ขัดขวาง” และ”แย่งชิง”ศพผู้ต้องหาจาก” เจ้าหน้าที่
”เงินทุน” และ” เงินกู้” คือสิ่งที่มีความ”จำเป็น”สำหรับ” ผู้ประกอบการ”ในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่ง พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ( ศอ.บต.) มีการ หารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย และ ธนาคารพาณิชย์ ถึงแนวทางการในการปล่อยกู้ในอัตรา”ดอกเบี้ยต่ำ” กับ”ผู้ประกอบการ” ส่วนจะได้ผลอย่างไร ก็ต้องอยู่ในกรอบที่”สถาบันการเงิน” ต้องไม่มี”ความเสี่ยง” ด้วยเช่นกัน
ฟังเสียงของ”ประชาชน” ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา ที่ออกมา”แสดงความคิดเห็น” เกี่ยวกับ โครงการก่อสร้างหอชมเมือง” ที่ “ลานหน้าหอนาฬิกา” หรือ”ตลาดพล่าซ่า” ของ เทศบาลนครหาดใหญ่ ในวงเงินงบประมาณ 2,000 กว่าล้าน ที่เสียงไม่เห็นด้วยดัง”กระหึ่ม”ขึ้นเรื่อยๆ ก็ขอให้ พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี นายกเทศมนตรี เทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา ต้อง”ใส่ใจ” ในการ”รับฟัง” อย่างคิดว่า”เสียงคัดค้าน”เป็น”เสียงนกเสียงกา” อย่างเด็ดขาด……เช่นเดียวกับ”ไพเจน มากสุวรรณ์ นายก อบจ.สงขลา ที่เป็นเจ้าของ”งบประมาณ” ขอให้ใช้ความ”รอบคอบ” ในการที่จะ”ใช้งบ” อย่าให้เป็นเพียงต้องการ”สร้าง” ต้องการ”ใช้งบ” แต่ไม่ได้”คำนึง” ถึง”ประโยชน์” ที่จะได้รับ หลังการก่อสร้างแล้วเสร็จ…..และมีคนจำนวนมากที่”ติติง” มาว่า “องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น” ของหลายพื้นในภาคใต้ ที่ คิดเป็นเพียง 2 เรื่อง ถ้าไม่สร้าง”หอชมเมือง” ก็สร้าง”สกายวอร์ค” เพื่อให้เดินขึ้นไป”ชมหมอก” ส่วนเรื่องอื่นๆ “ไม่คิด” หรือ”คิดไม่เป็น” ก็ไม่รู้ และอยากบอกว่า ยังมีอะไรต่ออะไร อีกมาก ที่ทำแล้วได้ประโยชน์
ส่วนที่ จ.สตูล สำนักงานบริการนักท่องเที่ยว ที่”สร้างไม่เสร็จ” และ”งบสร้าง” น้อยกว่า”ค่าปรับ” ที่ผู้”รับเหมาทิ้งงาน” เรื่องนี้ “สัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์” นายก อบจ.สตูล ออกมา”การันตี”ว่า”ผู้รับเหมา” ไม่”ทิ้งงาน” และเมื่อสร้างเสร็จเท่ากับ”ได้เปล่า” เพราะเงิน”ค่าปรับ” ที่ได้รับ”เข้าหลวง” มากกว่า”งบประมาณ” ที่ใช้ในการ”ก่อสร้าง” แต่เรื่องนี้ไม่มีใครแย้งว่า”ความล่าช้า” คือการ”เสียโอกาส” และ”เสียประโยชน์” ที่ประชาชน และประเทศชาติควรได้รับ ก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตาม”ขบวนการ” ซึ่งข่าวว่า” ปปช. ลงพื้นที่เพื่อการ”ตรวจสอบ” แล้ว ที่สำคัญตราบใดที่ยังไม่จ่าย”ค่าปรับ” ยังคิดเป็น”ตัวเงิน”ไม่ได้…..ส่วนอีกเรื่อง ที่ จ.สตูล คือเรื่อง”การบุกรุก” ที่ดินบนเกาะหลีเปะ เพื่อสร้าง”โรงแรม,รีสอร์ต” และ อื่นๆ ที่”บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล” ผู้รับผิดชอบในการ”สะสาง” เพื่อให้มีการ”รื้อถอน” เพื่อคืนที่ดินให้กับ” อุทยาน” วันนี้คดีนี้”เงียบ” แบบ”ผิดสังเกต” ประชาชนฝากถามว่า วันนี้” คดี”การ”เอาผิด”กับผู้”บุกรุก” ที่”เส้นใหญ่” ไปถึงไหนแล้ว
ชาวบ้านที่ ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา จ.ตรัง ที่ถูก ดินโคลนถล่ม จากฝนตกหนัก จนบ้านบางหลังพังยับเยิน แจ้งไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบแล้วเป็น สัปดาห์ แต่”เงียบกริบ” ยังไม่มีหน่วยงานไหนลงไปให้การช่วยเหลือ “ขจรศักดิ์ เจริญโสภา” ผวจ.ตรัง สั่งการ ให้ หน่วยงานที่รับผิดชอบ ลงไปดูความเดือดร้อนของช้าบ้านหน่วยเถอะ ก็ไหนว่า “ความทุกข์ของชาวบ้าน เป็นความทุกข์ของแผ่นดิน” ไม่ใช่หรือ…..ที่ จ.ภูเก็ต “ณรงค์ วุ่นซิ้ว” ผวจ.ภูเก็ต สั่งการ ให้ ฝ่ายปกครอง เข้า ตรวจสอบ และ จับกุม” สถานบันเทิงที่เปิดเกินเวลา เพราะมีการร้องเรียนจาก”ชาวบ้าน” ในข้อหาตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต และเป็นการ”ฝ่าฝืน พรบ.สถานบริการ พ,ศ. 2509 แต่ที่ จ.สงขลา ที่ อ.หาดใหญ่ และ ที่ ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา มีทั้ง”เปิดเกินเวลา” และไม่มี”ใบอนุญาต” แต่”ฝ่ายปกครอง” และ”ตำรวจ” ไม่เคยสนใจที่จะเข้า”ตรวจสอบ” เพื่อ”จับกุม” อยู่ประเทศไทยด้วยกัน แต่ทำไมการ”บังคับใช้กฎหมาย” จึงต่างกันอย่างสิ้นเชิง” เจษฎา จิตรัตน์” ผวจ. สงขลา ช่วยตอบประชาชนให้”ตาสว่าง”ด้วยนะ
สาวใหญ่ชาวบ้าน ต.ควนขนุน อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ร้องทุกข์ ว่า บ้านที่อาศัย ถูก”คนร้าย” งัดแงะ เพื่อ”โจรกรรม” ทรัพย์สิน หลายครั้ง แจ้งความก็แล้ว แต่”ตำรวจ” ไม่ให้ความ”สนใจ” จับใครมาเป็น”คนผิด” ไม่ได้ ในขณะที่” พ.ต.อ.ซาการียา ยูโซ๊ะ” ผกก.สภ.ควนขนุน กล่าวว่า ขอให้”เจ้าทุกข์ทุกราย” มา “แจ้งความ” เพราะหากไม่”แจ้งความ” เอาแต่แจ้ง”นักข่าว” ตำรวจ ก็ทำอะไรไม่ได้ จำไว้”นักข่าว” เป็นได้แค่”กระโถน” ไม่ใช่”ตำรวจ” ที่เป็นผู้รักษา”กฎหมาย”……ส่วนที่”จับทันควัน” หลัง”เจ้าทุกข์ ร้องกับ”สื่อ”ว่า ลูกอายุ 12 ขวบ ถูกเพื่อน”กระทำชำเรา” แจ้งความร่วมเดือน “คดีไม่คืบ” พล.ต.ต. เสกสันต์ ชูรังสฤษฎิ์ ผบก. ภ.จว.ปัตตานี สั่ง เจ้าของคดี “ออกหมายจับ” ทันที อ้างสาเหตุที่”ล่าช้า” เพราะ”กฎหมาย” มี”ขั้นตอน” ต้องออก”หมายเรียก”ก่อนที่จะออก”หมายจับ” เรื่อง”กฎหมาย” เรื่อง”ระเบียบ” ชาวบ้านไม่มีความรู้และเข้าใจ ถ้าไม่มีการ”ชี้แจง ก็”เห็นใจ” ทั้ง”ชาวบ้าน” และ”ตำรวจ”
พื้นที่ ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา กำลัง”คืนชีพ” เพื่อเป็น”สถานที่ซุกแรงงานเถื่อน” และเป็น”เส้นทางลำเลียง” แรงงานเถื่อน ทั้งจาก”เมียนมาร์,ลาว.กัมพูชา “ และ”โรฮีนจา” เพื่อ”ข้ามแดน” ไปยัง”ประเทศมาเลเซีย” มีการ”จับได้” หลายครั้งในรอบเดือน แต่ที่ยังจับไม่ได้ และ”ผ่านพรมแดน”ไปได้มีมากกว่า ผู้อยู่”เบื้องหลัง” ในการ”ค้ามนุษย์” ก็ไม่ใช่ใคร ก็คนที่เคยอยู่ใน”ขบวนการค้ามนุษย์” ที่เคยเป็น”แขน ขา “ของอดีต “นักการเมืองท้องถิ่น” ที่ต้องโทษในคดี”ค้ามนุษย์” ถูก ศาลตัดสินเอาผิดคนละ 40 ปี นั่นเอง ถ้า”ตำรวจ สภ.ปาดังเบซาร์ และ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง รวมทั้ง ตชด. ต้องการที่จะ”กวาดล้างให้”สิ้นซาก” ก็ต้อง”บุกตะลุย” เพื่อไปยังที่”ต้นตอ”
ก่อนหน้านี้ เขียนถึงเรื่องการ”ตัดทุเรียนอ่อน”ส่งขาย และ เรียกร้องให้ เร่งประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการ”แก้ปัญหา” วันนี้ “ธีรุตม์ วิบูลย์ผล” รอง ผวจ.ยะลา เรียกประชุมผู้เกี่ยวข้อง ตั้งชุดทำงาน”เฉพาะกิจ” ป้องกัน และแก้ปัญหาการนำ”ทุเรียนอ่อน” ออกสู่ตลาด เพราะปีนี้ ผลผลิตทุเรียนของ จ.ยะลา จะออกสู่ตลาดในเดือน สิงหาคม” ถึง 45,000 ตัน จาก 76,000 ตัน เรื่องผลประโยชน์ของประชาชน อย่างได้ล่าช้า……”ช้างบุกสวนทุเรียน” ที่ ต.อัยเยอร์วง อ.เบตง จ.ยะลา กลายเป็นปัญหาใหญ่ เมื่อ”ชาวบ้าน”ร้องทุกข์ ขอให้”อับดุลฮายี สาแม็ง” สส.เขต 3 พรรคประชาชาติ จ.ยะลา ช่วยเหลือ สุดท้าย พ.ต.อ.ธีรภัทร ปิยะถาวร ผกก.สภ.อัยเยอร์เวง ต้องสั่งให้ “ตำรวจ” ไปทำหน้าที่”ไล่ช้าง” อีกหน้าที่หนึ่ง เกิดเป็น “ตำรวจไทย” ต้องทำได้ตั้งแต่”จับงู” ถึง”ไล่ช้าง” ซึ่งเป็นไปตาม”สะโลแกน” ที่ว่า “ตำรวจอยู่ไหนประชาอุ่นใจ” ที่นั้น
ร่วงไปตามวัยอีกหนึ่ง ล่าสุด”เจ๊ะกูแม กูเต๊ะ หรือชื่อตามทะเบียนบ้านในหมู่ที่4 ต.เมาะมาวี อ.ยะรัง จ.ปัตตานีว่า”ดอรอแม กูเต๊ะ” หัวหน้าขบวนการมูจาฮีดินอิสลามปัตตานี” หรือ” จี.เอ็ม.ไอ.พี.” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งขบวนการแบ่งแยกดินแดนในหลายๆขบวนการ “เส้นชีวิตแล้ว” ด้วยโรค”หลอดเลือดในสมอง” ก็ต้องติดตามดูว่า ใครจะขึ้นมา”ทำหน้าที่” เป็นหัวหน้าขบวนการคนใหม่ เพราะ ขบวนการแบ่งแยกดินแดนคือ”เชื้อชั่วที่ไม่เคยตาย” และจะมี”ตัวตายตัวแทน” เกิดขึ้นตลอดเวลา และ”คนใหม่” อาจจะมี”แนวทาง” ที่เป็นภัย” กับ”ความมั่นคง” มากกว่า”คนเก่า” ก็เป็นไปได้ ฝ่ายความมั่นคงต้อง”รู้ลึก” และ”รู้จริง”……แล้วพบกันใหม่วันศุกร์หน้า สวัสดีครับ
ไชยยงค์ มณีพิลึก
