(11 มี.ค. 69) นายกแป้น พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ เทศบาลนครหาดใหญ่ รวมทั้ง นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และแขกผู้มีเกียรติ หน่วยงานทุกภาคส่วน ร่วมให้การต้อนรับ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะ
โดยมีกำหนดตรวจเยี่ยมและรับฟังการดำเนินงานบริเวณ ประตูระบายน้ำคลองภูมินาถดำริ พร้อมทั้งติดตามความคืบหน้าการจ่ายเงินเยียวยาให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ณ สำนักงานเทศบาลนครหาดใหญ่ และมอบของเครื่องมือประกอบอาชีพให้กับพ่อค้าแม่ค้า ผู้ประสบภัย บริเวณตลาดสายกลางหาดใหญ่
สำหรับมาตรการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยนั้น รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การช่วยเหลือแบ่งออกเป็นหลายส่วน โดยส่วนแรกคือเงินช่วยเหลือครัวเรือนละ 9,000 บาท ซึ่งขณะนี้รัฐบาลได้ดำเนินการจ่ายไปแล้วเกือบทั้งหมด คิดเป็นประมาณร้อยละ 99 ส่วนที่ยังคงค้างอยู่เป็นปัญหาเชิงเทคนิค เช่น ข้อมูลบัญชีหรือชื่อไม่ตรงกัน ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งแก้ไข ส่วนการช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายนั้น ปัจจุบันยังมีข้อจำกัดด้านระเบียบราชการ เนื่องจากกำหนดวงเงินชดเชยสูงสุดไม่เกิน 49,500 บาท แม้ความเสียหายจริงของบางครัวเรือนจะมีมูลค่าสูงกว่านั้นก็ตาม อีกทั้งยังพบกรณีที่ได้รับเงินช่วยเหลือเพียงเล็กน้อย ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับความเสียหายที่เกิดขึ้น จึงมีข้อเสนอให้ทบทวนหลักเกณฑ์การช่วยเหลือ โดยกำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำที่เหมาะสม เพื่อให้การเยียวยามีความเป็นธรรมและสอดคล้องกับสภาพความเสียหาย ในส่วนความคืบหน้าการจ่ายเงินเยียวยาซ่อมแซมบ้านเรือนในจังหวัดสงขลา พบว่าในหลายอำเภอสามารถดำเนินการไปได้ค่อนข้างมากแล้ว ขณะที่ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ยังมีครัวเรือนที่รอรับการเยียวยาอีกประมาณ 40,000 ครัวเรือน ซึ่งได้หารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และมีเป้าหมายเร่งรัดดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้
ข้อเน้นย้ำของท่านรัฐมนตรีภราดร ปริศนานันทกุล ได้เน้นย้ำ ถึงแนวทางการรับมืออุทกภัย ประเด็นหลัก 4 ประเด็นคือ การเตือนภัยที่ต้องมีความชัดเจนและแม่นยำ การอพยพกลุ่มเปราะบาง ผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุในพื้นที่ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และ การเยียวยาที่รวดเร็ว ลดขั้นตอนราชการ โดยการใช้เทคโนโลยีในการลงทะเบียนความเสียหายและโอนเงินเยียวยา เพื่อให้ประชาชนฟื้นตัวได้ทันทีหลังน้ำลด ทั้งนี้ควรมีการกำหนดแผนให้ชัดเจนในการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยทั้งแผนระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว
