วันพุธ, 13 พฤษภาคม 2569

สังคมภูมิภาคใต้ตอนล่าง…จับตาตอนต่อไปเมื่อ ‘พท.’เสร็จภาระกิจสำคัญนำ ‘ทักษิณ’กลับบ้าน

เมื่อ”การเมือง” เดินมาถึงจุดสุดท้าย หลังผ่านการ”เลือกตั้ง” เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 ที่เป็นการ”เลือกตั้งโดยประชาชน” และการจัดตั้งรัฐบาลที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นการ”จัดตั้งรัฐบาลโดยประชาชน”และ”เพื่อ”ประโยชน์ของประชาชน” ตาม”เจตนารมณ์”ของการปกครองในระบอบ”ประชาธิปไตย” ดังนั้น “รัฐบาล” ที่ได้มา จึงเป็น”รัฐบาล”ที่รวมเอา”พรรคการเมือง” หลายๆพรรค ที่ในตอน”หาเสียง” ที่”พรรคเพื่อไทย” ซึ่งเป็น”แกนนำ” ในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ ว่าจะไม่”ร่วมรัฐบาล” แต่”สุดท้าย” เมื่อ”มรสุมการเมืองรุมเร้า” มีการใช้”อิทธิฤทธิ์” จาก”มือที่มองเห็น” และ”มองไม่เห็น” เพื่อการ”เตะสกัด” พรรคก้าวไกล ออกจาก”วงจรการเป็นรัฐบาล” เพื่อ”บีบ” ให้”เพื่อไทย” ต้องเดินตาม”เกม” ที่ถูก”บีบ”ให้เดิน โดยการ”จัดรัฐบาล” ที่มีทั้งพรรคของ”สองลุง” และ”ภูมิใจไทย” เป็น พรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งเป็น “สามพรรคการเมือง” ที่”เพื่อไทย” ไม่ว่าจะเป็น” อุ๊งอิ๋ง” แพทองธาร ชินวัตร,ประธานครอบครัวเพื่อไทย” และ”ณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ” ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย และ”เศรษฐา ทวีสิน” แคนดิเดด นายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย รวมทั้ง”ชลน่าน ศรีแก้ว” หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ต่างให้”สัญญาประชาคมกับประชาชน” ว่า”หัวเด็ดตีนขาด” พรรคเพื่อไทยจะไม่ร่วมรัฐบาลกับ “สามพรรค”ข้างต้น ดังนั้นการ”กลับหลังหัน” ของ”เพื่อไทย” จึงเป็นการ”ตระบัดสัตย์” ต่อ “ประชาชนทั้งประเทศ” ที่ต้อง”ส่งผลต่อการเลือกตั้ง”ของ”เพื่อไทย” ใน “อนาคต” นี่เป็นการ”ฆ่าหรือการทำลายพรรคเพื่อไทย” ใน “สนามการเลือกตั้ง”ในสมัยหน้าอย่าง” เลือดเย็น” เป็นการปิด”ประตูตายทางการเมือง”ของ”ตระกูลชินวัตร” ที่ถูกวางแผนเอาไว้แล้ว

แต่ สำหรับ”เพื่อไทย” สิ่งที่ผู้”มีอำนาจ” ของพรรคต้องการคือให้”ทักษิณกลับบ้าน” เป็นเรื่องสำคัญที่สุด ส่วนในอนาคต”เพื่อไทย” จะเป็นอย่างไรใน “สนามเลือกตั้งสมัยหน้า”เป็นเรื่องของ”อนาคต” ที่ ค่อยแก้ไข เมื่อเวลามาถึง การเลือกตั้ง”สมัยหน้า” จะ เหลือ สส.กี่คน ก็เป็นปัญหาที่ยังมาไม่ถึง แต่เรื่องที่”ฝั่งฝัน” แล้ว สำหรับพรรคเพื่อไทย คือสามารถในการ”เข็น”ให้ “เศรษฐา ทวีสิน” ได้เป็น “นายกรัฐมนตรี” คนที่ 30 ของประเทศไทย โดยการ “สนับสนุน”ของ” วุฒิสมาชิก” โดยเฉพาะในสายของ”บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ……ส่วนเรื่องที่สอง ที่เกิดขึ้นในวันเดียวกับที่เป็นวัน”โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี” คือเรื่อง”ทักษิณกลับบ้าน”ที่ถือว่าเป็น”เรื่องดี”คือ ประเทศไทย และการเมืองไทย จะได้จบเกมเรื่อง”ผีทักษิณ” เสียที หลังจากที่ปล่อยให้”ผีทักษิณ” ทำการ”หลอกหลอน” ประเทศไทยและประชาชนมาถึง 17  ปี การที่”ทักษิณกลับบ้าน” เพื่อมาเข้าสู่”ขบวนการทางกฎหมาย”  ซึ่งสุดท้าย “ทักษิณจะติดคุก” หรือจะ”รอดคุก” ก็เป็นเรื่องของ”ขบวนการทางกฎหมาย”และจะได้”ยุติ” เรื่องความ”ขัดแย้ง” ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยมายาวนาน  และที่น่าสังเกต คือ”ขบวนการต้านทักษิณกลับประเทศ” ไม่ว่าจะเป็น”ขบวนการคนเสื้อเหลือง”  หรือ”ขบวนนกหวีด”และ”พรรคประชาธิปัตย์” ที่เป็น”คู่กัด” ของ”ทักษิณ ชินวัตร” ก็ไม่มี”ปฏิกิริยา” ในการ”ต่อต้าน” การ”กลับบ้าน”ของ”ทักษิณ” แต่อย่างใด นี่แสดงให้เห็นถึง “เบื้องหลัง” และ”เบื้องหน้า” ของการ”ขับไล่” และการ”ต่อต้าน” เพื่อให้”ทักษิณ” พ้นจาก”วงจร”ของการเมืองไทย ที่เคยเกิดขึ้น และ”วันหนึ่ง” เมื่อทุกฝ่ายเห็นว่า”ก้าวข้ามไม่พ้นทักษิณ” ขบวนการหรือ”ดีล” ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น”ลังกาวีดีล” และ”ดีลฮ่องกง” จึงเกิดขึ้น เพื่อให้”ทักษิณ” กลับบ้าน ทั้งหมดคือ”การเมืองไทย” และ”ประชาธิปไตย” แบบไทยๆ ที่ไม่เหมือนที่ไหนในโลก อย่างที่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา “ รักษาการ “นายกรัฐมนตรี เคยกล่าวกับ”สื่อมวลชน” หลายครั้ง

แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ “ทักษิณ ชินวัตร” เป็น “นักการเมืองที่ทรงอิทธิพล” ที่สุดคนหนึ่งของ ประเทศไทย เพราะ 17 ปี ที่ หลบหนีคดีออกจากประเทศไทยไปอยู่ในต่างแดน แต่ชื่อของ”ทักษิณ” ไม่เคยเลือนหายไปจาก ประเทศไทย โดยเฉพาะในเรื่อง”การเมือง” และวันที่ “ทักษิณกลับบ้าน” ยังคงมี ประชาชน แห่แหน ไปต้อนรับเหมือนกับไม่ใช่”ผู้ต้องหา” ที่เดินทางกลับมาเพื่อ”รับโทษ” …..ส่วนหลังจากที่ได้”นายกรัฐมนตรี”คนที่ 30 ของประเทศ และได้”รัฐบาล” เพื่อเข้ามาบริหารประเทศ “คนไทย” ก็จะได้เห็นการ”ฟาดฟัน” ของพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อการได้มาของ”เก้าอี้เสนาบดี” ในกระทรวงใหญ่ๆที่ต้องการ และการ”เปิดโปง” ในเรื่อง”อื้อฉาว” เรื่อง”ผลประโยชน์” และเรื่อง”คอร์รับชั่น” เรื่อง”ส่วยสาอากร” ทั้งในวง”การเมือง” และ”ราชการ” อย่าง”ถึงกึ๋น” จาก สส.ของพรรคก้าวไกล ซึ่งการได้”พรรคฝ่ายค้าน”ที่”เข้มแข็ง” ละมีความ”ตั้งใจ”ในการทำเพื่อ”ประเทศและประชาชน” จะทำให้”รัฐบาล”ไม่กล้าที่จะ”มูมมาม” รวมทั้ง หน่วยงานของรัฐ ก็ต้อง”ระวัดระวังตัว” ในเรื่อง”ส่วย” หรือการใช้”ตำแหน่งหน้าที่” ในการ”เอื้อประโยชน์ให้กับผู้มีอิทธิพล” และ”ขบวนการนอกกฎหมาย”….., และหลังจากนี้พรรคที่เป็น”ฝ่ายค้าน” ก็จะประกอบด้วยพรรคก้าวไกล พรรคประชาธิปัตย์ พรรคไทยสร้างไทย เพื่อเป็นธรรมและพรรคเล็กบางพรรค ซึ่งจะเป็นพรรคฝ่ายค้านที่”เข้มแข็ง” และน่าจะเป็นประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชน

ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ หลังจากที่”ตกขบวนการร่วมรัฐบาล” คงจะทำให้ การสรรหาหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคที่”เล่นเกม”กันมาถึง 3 ยก ระหว่าง”กลุ่มของ”อดีตหัวหน้าพรรคและรักษาการหัวหน้าพรรค” กับ”เลขาธิการพรรค” ที่มี สส.อยู่ในสังกัด  21 คน คงจะลดความ”ร้อนแรง”ลงได้บ้าง เพราะไม่มีเรื่องของ”ประโยชน์จากการร่วมรัฐบาล” เข้ามาเกี่ยวข้อง และก็หวังว่า”ประชาธิปัตย์” จะ”คืนฟอร์ม”ของพรรคการเมืองที่มีคุณภาพในการเป็น”ฝ่ายค้าน”เหมือนอย่างในอดีต…..ส่วน”กองทัพ”เมื่อไม่มี”ก้าวไกล” มาเป็น”รัฐบาล” ก็คงจะ “หายใจคล่องคอ” เพราะ นโยบายในการ”ปรับลดกำลังนายพลของกองทัพ” การที่จะยุบ” กอ.รมน.” โดยเฉพาะใน ประเด็นของ”จังหวัดชายแดนภาคใต้” ที่ “กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” ถูก”ก้าวไกล” จ้องที่จะ”ขย้ำ” ก็คงจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงจาก นโยบายทางการเมืองจากพรรคร่วมรัฐบาล ยกเว้น”กองทัพ” จะมีการ “ปรับเปลี่ยน”นโยบายเอง  ซึ่งก่อนหน้านี้ ก็มีการ”แถลงว่า” ถ้า สถานการณ์ของ”ไฟใต้” ดีขึ้น จนเป็น”ปกติ” จะมีการ “ถอนทหาร” ออกจาก 3 จังหวัด และจะ”ยกเลิก” พรบ.พรก. ต่างๆ ที่ ประชาชน เรียกร้องให้”ยกเลิก” ภายในปี 2570 ….แต่ เชื่อเถอะ สุดท้าย กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ยังคงอยู่ ทหารก็ยังถอนไม่ได้ และ พรบ.พรก. ฉฉ.  ก็ไม่มีการ”ยกเลิก” เพราะภายในปี 70 สถานการณ์ของ”ไฟใต้” ยังคงอยู่กับ “จังหวัดชายแดนภาคใต้” เหมือนเดิม”แนวรบทางด้านทิศใต้ไม่เปลี่ยนแปลง”

19 ปี ที่ผ่านมา “กองทัพ” ซึ่งรับผิดชอบด้าน”ความมั่นคง” ความ”ไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้” ยังแก้ปัญหาของ”ไฟใต้” ไม่ได้ วันนี้ สถานการณ์ความไม่สงบทั้งการใช้”คาร์บอบม์”การใช้”ระเบิดแสวงเครื่อง” การนำ”อาวุธยุทโธปกรณ์ จากฝั่ง”ประเทศมาเลเซีย” เข้ามา “ก่อการร้าย” ยังเป็นไปอย่างเสรี การก่อเหตุ”ซุ่มยิง ซุ่มโจมตี” เจ้าหน้าที่รัฐ ยังป้องกันไม่ได้ เจ้าหน้าที่รัฐโดยเฉพาะ”ทหาร” ยังเป็น”เป้าหมาย” ของ”กองกำลังติดอาวุธ” ที่มีการ”สูญเสีย”อย่าง”ต่อเนื่อง” จนกลายเป็น”ภาพชินตา” และเป็นเรื่อง”ปกติ” สำหรับคนในพื้นที่คือการ”วางพวงหรีด” และการ”ส่งศพ” เจ้าหน้าที่รัฐ ที่เป็น”เหยื่อ” ของ สถานการณ์ขึ้น”เครื่องบิน” เพื่อ กลับสู่”มาตุภูมิ” และเป็น”หน้าที่หลัก”ของ พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4/ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ไปแล้ว….ในขณะที่กลับไปดูใน”ฝากฝั่งของมวลชน” ผู้ที่”ฝักใฝ่ขบวนการแบ่งแยกดินแดน” ที่ยังไม่ยอม”ลดราวาศอก” และไม่ยอมรับการ”ดับไฟใต้” ตาม”แนวทาง”ของ”กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ซึ่ง เห็นได้จากอะไร ก็จากการที่”กองกำลังติดอาวุธ”ของขบวนการแบ่งแยกดินแดน”บีอาร์เอ็น” ถูก”วิสามัญฆาตกรรม” โดย “เจ้าหน้าที่ทหาร” ผู้ร้ายที่มี”หมายจับ”เป็น”หางว่าว” ยังถูก”ยกย่อง” ให้เป็น”นักรบผู้พลีชีพ”เพื่อ”มาตุภูมิ” มีการ”แห่ศพ”เยี่ยง”วีระบุรุษ” พร้อมตะโกน “สรรเสริญ”และ”ตะโกนคำว่า” เมอร์เดก้า ปาตานี” ที่หมายถึง”เอกราชปัตตานี” ที่สำคัญคนทั้งหมู่บ้าน,ตำบล และ”ต่างพื้นที่ เข้าร่วม “แห่แหน” อย่าง มากมาย นั่นหมายถึงความ”ล้มเหลว” ในการ”สร้างความเข้าใจกับประชาชน” ของ”กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ใช่ หรือ ไม่

ล่าสุดการ”วิสามัญฆาตกรรมสองแนวร่วม” ที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี  คือ”คำตอบ” และในการ”ตรวจสอบ” บ้านเรือนของประชาชน ที่”แนวร่วม” ใช้เป็นที่”พักพิง” ก่อนถึงเจ้าหน้าที่”ปิดล้อม” บ้านเหล่านั้นมีการสร้าง”ห้องใต้ดิน” เพื่อใช้ในการ”หลบซ่อน” นี่แสดงให้เห็นชัดเจนว่า “หมู่บ้านเหล่านั้น” เป็น”หมู่บ้านเข้มแข็ง” ที่”บีอาร์เอ็น” สร้างขึ้น ซึ่ง ณ วันนี้ “กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” ก็ ตอบไม่ได้ว่า “หมู่บ้านเข้มแข็ง”ที่ “บีอาร์เอ็น” สร้างขึ้นมามี เท่าไหร่ อยู่ที่ไหน และ จะทำอย่างไรกับ”หมู่บ้าน” ที่เป็น”ที่มั่น”ของ “กองกำลังติดอาวุธ” เพราะถ้าไม่มีการ”กวาดล้าง” ก็แก้ปัญหาไม่จบ และกลายเป็นการแก้ปัญหาความไม่สงบของจังหวัดชายแดนภาคใต้แบบ”เลี้ยงไข้”ไปวันๆ ดังนั้นที่ พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ผู้รับผิดชอบงานด้านความมั่นคง ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ประกาศว่าปี 2570 เป็นปีที่”ยุติ”ปัญหา”ไฟใต้” จึงเป็นเรื่อง”เพ้อฝัน” มากกว่าเป็นเรื่องของ”ความจริง

สำหรับ “กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า “ สิ่งที่ประชาชนอยากเห็นคือการใช้”อำนาจหน้าที่” ในการ”จัดการ” กับ”ภัยแทรกซ้อน” ที่เป็น”กระเป๋าเงิน” ให้กับกับ”กองกำลังติดอาวุธ” เพื่อในการ”ก่อการร้าย” นั่นคือ” จับกุมน้ำมันเถื่อน. บุหรี่หนีภาษี” และ”ขบวนการค้าวัวเถื่อน” ที่ เติบโต และ ยิ่งใหญ่ อยู่ใน ชายแดนไทย-มาเลเซีย ใน อ.สุไหงโก-ลก และ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส อย่างเด็ดขาด นี้คือเรื่อง”กล้วยๆ” ที่ “ทหาร” ทำได้ ด้วยการ”ปิดแนวชายแดน” ที่เป็น”เส้นทาง” ในการ”นำเข้า”และ”ส่งออก” ซึ่งเป็น “ท่าข้ามเถื่อน” โดยไม่ต้องไป”จับกุม” ให้เสียมวลชน แต่ทำไมถึง”ไม่ทำ” และถ้า”ทำไม่ได้” ก็ต้องตอบให้”ชัดเจน.ว่าเพราะเหตุใด….เรื่องนี้ พล.ต.เฉลิม พร ขำเขียว ผบ.ผก.นราธิวาส ต้องนำไปพิจารณา  โดยเฉพาะเรื่อง”โกดังเก็บพลุ” ที่ระบิดที่ ต.มูโนะ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ยังเป็นเรื่อง”คาใจ” ของ คนในพื้นที่ เพราะคนที่”ถืออำนาจ” และมีหน้าที่ ในเรื่องการ”ควบคุม”และการ”อนุญาต” คือ  “กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” ถ้า “กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” มีการใช้”อำนาจ” และ”ปฏิบัติหน้าที่” อย่างถูกต้อง “โศกนาฏกรรมที่มูโนะ” อาจจะไม่เกิดขึ้น…..และที่สำคัญ หลังเกิดเหตุ”ตำรวจ”และ”ปกครอง” ต่างตั้ง”กรรมการ” เพื่อการตรวจสอบผู้ที่”บกพร่องในหน้าที่” และผู้ที่ถูกกล่าวหาว่า”รับส่วยดอกไม้ไฟ” แต่”กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” นิ่งเงียบ” ไม่มีผู้”บกพร่อง” ทั้งที่มีการ”บกพร่องเต็มประตู” เรื่องนี้คือ”วิกฤติศรัทธา” ที่จะเกิดขึ้นกับ”กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า

ก็ไหนว่า การตั้ง”กรรมการสอบสวน 7 วัน รู้เรื่อง” นี้ก็ปาเข้าไป 2 สัปดาห์แล้ว พล.ต.ต.อุนุรุธ อิ่มอาบ ผบก.ภ.จว. นราธิวาส ยังไม่ได้แถลงข่าวเรื่องมี”ตำรวจ สภ.มูโนะรับส่วย” จริงหรือไม่ หรือจะปล่อยให้เรื่อง”ส่วยดอกไม้ไฟ” หายเงียบไปเฉยๆ อย่างนั้นหรือ และ ล่าสุด ในกรณีของ”โกดังพลุระเบิด” ที่ ต.มูโนะ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล  รอง ผบ.ตร. ( สส ) มีการ”สั่งการ” ให้มีการ”สอบสวน” หน่วยงานทุกฝ่ายของ 5 กระทรวง ที่ต่างมี”หน้าที่” ในเรื่อง”การค้า” และการอนุญาต” พลุ ,ดอกไม้ไฟ ประทัด” แล้ว ผู้ที่ถูก สอบสวนจึงมีคนของ “กอ.รมน.ภาค 4 ด้วย ก็ต้องติดตามดูว่าสุดท้าย”คนผิด” จะเป็น”คน”หรือเป็น”แพะ”…..เรื่องของ”มูโนะ” ก็เหมือนที่เคยเขียนไว้ ที่เริ่มต้นเป็น”ตลาดสด” เพราะมี”ผู้คน นักการเมือง หน่วยงานรัฐ” เฮโลสารพา” ลงพื้นที่ ก่อนที่จะเป็น”ตลาดวาย” ที่มีแต่”ของเหลือของเน่า” โดยมี  “ สนั่น พงษ์อักษร” ผู้ว่าราชการจงหวัดนราธิวาส รับ”หน้าเสื่อ” กับ ทุก”สารพัดปัญหา” ที่”ประเดประดัง” เข้ามา เพราะความช่วยเหลือที่”ล่าช้า” และ “ระเบียบ” มากมาย ของ”ราชการ” ล่าสุด มีการ”จ่ายเช็คช่วยเหลือ” และมีการ “ยกเลิก” ขอ”เช็คคืน” นี้คือการสร้าง”เงื่อนไข” ที่กลายเป็นความ”คับข้องใจ” ของผู้เดือดร้อน ที่เกิดจากความ”บกพร่อง” ของ “เจ้าหน้าที่รัฐ และยังมีอีก”มากมาย” สำหรับปัญหาของประชาชนในพื้นที่ ต.มูโนะ ที่”มะรุมมะตุ้ม” ให้ จังหวัดคอยแก้ไข ก็หวังว่า ในการ”โยกย้ายใหญ่”ของ”กระทรวงมหาดไทย” ในเดือน “กันยายน” ที่จะถึงนี้”สนั่น พงษ์อักษร” ยังคงเป็น ผวจ.นราธิวาส โดยไม่ถูก”โยกย้าย” เพื่อความต่อเนื่องในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น

เสนาบดีที่ใกล้หมดอำนาจ”สั่งการ” ก็เหมือนการสั่ง”ขี้มูก” เพราะคำสั่งของ “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ห้ามพ่อค้าขึ้นราคา”ข้าวสารถุง” ไม่”ศักดิ์สิทธิ์” วันนี้ “ข้าวสารถุง” ทุกยี่ห้อขึ้นราคาไปหมดแล้ว ตั้งแต่ถุงละ 5 บาท ถุง 10 บาท ( ถุงละ 5 กิโลกรัม ) โดยการอ้าง”ต้นทุนแพง” เพราะมีการ”ส่งออก” ที่มากขึ้น นี้คือผลกระทบที่เกิดกับ”คนรากหญ้า” ที่ต้อง “กินข้าว” ที่ยังคงต้อง”รับเคราะห์กรรม” จนกว่าจะได้ “เสนาบดีกระทรวงพาณิชย์” คนใหม่ เข้ามาเพื่อ”สั่งการ”อย่างนั้นหรือ แล้ว ปลัดกระทรวง จนถึง อธิบดีกรมการค้าภายใน และ พาณิชย์จังหวัด มีหน้าที่อะไรบ้าง ในการ”ช่วยเหลือ”ประชาชน…..ก่อนเดือน”โยกย้ายใหญ่” หรือก่อนที่จะมีการ”เกษียณอายุราชการ” แมนรัตน์ รัตนสุคนธ์” อธิบดีกรมการปกครอง “ลงนามสั่งการ” ให้ “ฝ่ายปกครอง” ทำการ”กวาดล้าง” ผู้ทำผิดกฎหมาย ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา “ฝ่ายปกครอง”สนธิกำลังกับ” สรรพสามิต” เข้าตรวจค้น ร้านขายบุหรี่หนีภาษี และ”โกดัง” ที่เก็บสินค้าเถื่อน ทั้งเหล้า บุหรี่ และ อื่นๆ นอกจากได้ ของกลาง เป็นจำนวนมากแล้ว ที่สำคัญยังยึดได้”บัญชีส่วย” จาก ร้านค้าของ”เสี่ยหยอย” นายทุนใหญ่ของภาคใต้ เป็นหลักฐาน ในการ”จ่ายส่วย” ให้กับ “เจ้าหน้าที่”  ก็ต้องติดตามดูว่า ในเรื่อง”บัญชีส่วย” ที่ยึดได้ จะมีการดำเนินการกับ”เจ้าหน้าที่” ใน”บัญชีส่วย”อย่างไร ส่วนผู้ที่รู้ว่าตนเองมีชื่อ”ในบัญชีส่วย” วันนี้คง”ร้อนหนาว” และ”วิ่งเต้น” กันตามระเบียบเพราะ”ส่วย” ที่ได้ ก็รู้กันเต็มอกว่ามีการ”ส่งให้ผู้ใหญ่”ด้วย

วันนี้มีข่าวว่าขบวนการเก็บส่วยใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา แจ้งให้”สถานบันเทิงทุกแห่ง” ที่ ทำผิดกฎหมาย ทั้งเรื่อง”ใบอนุญาต “ และเรื่อง”เปิดเกินเวลา” ว่าไม่”รับส่วย” เป็นการ”ชั่วคราว”…..เช่นเดียวกับร้าน”จำหน่ายบุหรี่หนีภาษี” ที่ถูกสั่ง”ปิดหน้าร้าน” ส่วน”หลังร้าน” เป็นความสามารถเฉพาะตัว เป็นการ”ชั่วคราวสามเดือน” หลังจากนั้น ก็ค่อยว่ากันใหม่ แต่ในขณะที่มีการ”ปิดหน้าร้านและปิดโกดัง” ตามคำ”ขอร้อง” ก็ยังมี”นายทุน” ที่เป็นคนใน”เครื่องแบบ” ที่มีทั้ง “เรือสปีดโบ๊ท” ที่ทำการ”ขนบุหรี่เถื่อน” ในน่านน้ำอันดามัน จ.สตูล ที่ยังคง ขนบุหรี่เถื่อน เข้ามายัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้โดยไม่ถูกจับกุม และ รู้ล่วงหน้าทุกครั้งที่”ส่วนกลาง” ลงมากวาดล้าง ….เช่นเดียวกับในวงการ”ค้าน้ำมันเถื่อน” ในพื้นที่ภาค 8 ตั้งแต่ จ.นครศรีธรรมราช.สุราษฎร์ธานี,ชุมพร ซึ่งเป็นทะเลอ่าวไทย ที่มี”ท่าขึ้นน้ำมันเถื่อน” มากมาย ข่าวก็ว่ามี “คนในเครื่องแบบ” ทำหน้าที่”เก็บส่วย” ซึ่ง เจ้าตัวคุยกับ”กลุ่มทุนน้ำมันเถื่อน”ว่า ตุลาคมนี้ เตรียม”คัมแบค” ลง ตำแหน่งหลัก ที่มี”อำนาจหน้าที่” คุมทั้งภาค 8 ภาค 9  เล่นเอา”ขบวนการสีเทา” ถึงกับ”ขนลุก” เพราะความเป็นคน”มือหนัก” ของ คนในเครื่องแบบคนนี้…..มีผู้ต้องการให้ ฝากข่าวถึง พล.ต.ท.อภิชาติ เพชรประสิทธิ์ ผบช.ตำรวจสันติบาล ขอให้มีการ ตรวจสอบ นายตำรวจ ยศ พ.ต.ต. ที่อ้างว่าเป็น”ตำรวจสันติบาล” ทำหน้าที่”เก็บส่วย” จาก ขบวนการ”ของผิดกฎหมาย” ในภาคใต้ เท็จจริง อย่างไร ใคร “ใส่ร้ายใคร” ขอให้มีการ “ตรวจสอบ” แต่นั้นแหละ”ไม่มีมูลหมาไม่ชี้”

ส่วนที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส หลัง “โศกนาฏกรรมที่มูโนะ” ข่าวว่ามีการ”สั่งปิดบ่อนการพนัน 3 บ่อน” ทั้งที่เป็นของ”นายทุนมาเลเซีย” และเป็นของ”นายทุนไทย” รวมทั้ง”ตู้สล็อตแมชชีน” ใน โรงแรมต่างๆ เป็นการ”ชั่วคราว” ก่อนจะมาเปิดบริการเต็มรูปแบบในเดือน กันยายน ที่จะถึงนี้ เท็จ จริง อย่างไร พ.ต.อ.ปรัชญา ไบเตะ ผกก.สภ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส อย่าลืมตรวจสอบ…..แนวชายแดนด้าน จ.สงขลา ตั้งแต่ ต.ปาดังเบซาร์ ต.สำนักขาม ต.สำนักแต้ว อ.สะเดา จ.สงขลา ยังเป็น”เส้นทาง” ในการ”หลบหนีข้ามประเทศ”ของ” ขบวนการค้าคนเถื่อน” หรือ”ค้ามนุษย์” ที่มี”นายหน้า” นำ”คนเถื่อน” ทั้งที่เป็น”เมียนมาร์”และ”โรฮิงญา” ข้ามไปยังประเทศมาเลเซีย พล.ต.ต.สมกูล กาญจนอุดมการณ์  ผบก.ตชด.ภาค 4 ต้องไม่ลืม กำชับ ให้ กำลังของ “ตชด. ที่รับผิดชอบ แนวชายแดนดังกล่าว “กวดขัน” สกัด และ จับกุม กลุ่ม”นายหน้า” ที่ค้ามนุษย์เหล่านั้นด้วย ช่วยหลังงานการ”จับกุม” ทั้งเรื่อง”แรงงานเถื่อน” และ”ของเถื่อน” ในแนวชายแดนแผ่วๆไปนะ

เมืองพัทลุงในด้านของปัญหาการปกครอง ดีขึ้นอย่าง “ผิดหูผิดตา” ตั้งแต่ที่ “นิศากร วิศิษฐสรอรรถ” มาเป็น ผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้งที่เป็น”ผู้หญิง” แต่ก็แสดงให้เห็นว่า ทำหน้าที่ได้”เยี่ยม” เพราะไม่มี ประชาชน เดินขบวน ร้องทุกข์ ร้องเรียน เหมือนที่เกิดขึ้นในอดีต…..เช่นเดียวกับ”พาติเมาะ สะดียามู” ผู้ว่าราชการ จ.ปัตตานี ที่เป็น”ผู้ว่าฯ สตรีคนแรกที่เป็น”มุสลิม” ที่ ทำหน้าที่เกินหน้า”ผู้ชายอกสามศอก” ลงทุกพื้นที่ เข้าถึงทุกกลุ่มคน จนกลายเป็น “ผู้ว่าขวัญใจประชาชน” และที่สำคัญเป็นการ”ชี้ชัด” และทำให้เห็นเป็นประจักษ์ว่า “สตรีมุสลิม” ไม่มี”ข้อจำกัด” ในการทำหน้าที่เป็น”ผู้ว่าราชการจังหวัด” …..”ฝีดาษลิง” เจอแล้วรายแรกที่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยว “สงกรานต์ ไหมชุม “ สาธารณสุขจังหวัดสงขลา ต้อง”เข้มงวด” ทั้งการ”สืบค้นต้นตอ” ที่มาของโรค และการ”ป้องกัน” รวมทั้งต้องไม่”ปกปิด” เรื่อง”ฝีดาษลิง” เพราะเรื่องแบบนี้ต้องให้ ประชาชน ได้รับรู้เพื่อที่จะได้ เตรียมป้องกัน

คดี”อุกฉกรรจ์” ในพื้นที่ของ จ.ตรัง ยังเกิดขึ้นสูง ส่วนหนึ่งมาจากเรื่อง”ยาเสพติด” ที่ยังระบาดหนักในพื้นที่ พล.ต.ต. เชาวลิตร เลี้ยงสุพงศ์ ผบก.ภ.จว.ตรัง  ต้อง กำชับกำชา ผกก.ในทุก สภ. ให้ “เอาจริง” กับเรื่องของ”ยาเสพติด” และ”ผู้มีอิทธิพล” โดยเฉพาะ”บ่อนการพนัน” ในหลายอำเภอ ที่เป็นบ่อเกิดของ อาชญากรรม…..ที่ อ.เมือง จ.สงขลา มี ลูกจ้างเจ้าของร้านจำหน่ายน้ำกระท่อม ไปแจ้งความกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมือง สงขลา ว่า ถูกชายที่” แต่งกายคล้าย อส.” ทำการ ข่มขู่เรียกเงิน นำตัวไป”กักขังหน่วงเหนี่ยวเรียกเงิน 10,000 ก่อนที่จะต่อรองเหลือ 4,000 บาท หลักฐานมีทั้งภาพ ทั้งเสียง ปรากกฎ  เรื่องนี้” เศวต เพชรนุ้ย” ปลัดจังหวัดสงขลา แจ้งว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนแล้ว และอยู่ระหว่างการ สืบสวนข้อเท็จจริง  โดยไม่มีการ ช่วยเหลือ พวกพ้อง…. ก็เคยบอกแล้วว่า วันนี้เรื่อง”น้ำกระท่อม” ที่กลายเป็นเรื่องของ”การพาณิชย์” กลายเป็นปัญหาของสังคม เพราะมีการ ผสมยาแก้ไอ ลงไปด้วย ซึ่งเป็นเรื่อง”ผิดกฎหมาย” เมื่อไม่มีการ”จับกุม” เพราะ”ยุ่งยาก” ในการ “ตรวจพิสูจน์” จึงกลายเป็น”ช่องทาง” ให้มีการ”ตบทรัพย์” ถ้าไม่แก้ไขให้ตรงจุดก็จะกลายเป็นปัญหาใหญ่เรื่องของ”สุขภาพ” ในอนาคต ที่ กระทรวงสาธารณสุขต้อง”สูญเสียงบประมาณ” ในการ”บำบัด”คนที่”ติดน้ำกระท่อม”

”ปรีชา กิจถาวร” นายกสมาคมการค้าและเลี้ยงสุกรภาคใต้ แจ้งว่า ปัญหา”หมูเถื่อน” ในประเทศไทย ยังมีอยู่ มากมาย และเป็นปัญหาที่ทำให้”ราคาหมูตกต่ำ” การแก้ปัญหา ต้องตรวจทุกท่าเรือ เช่น  คลองเตย สงขลา ระนอง กันตัง  และ ห้องเย็น ต่างๆ ไม่ใช่ที่ แหลมฉบัง เพียงแห่งเดียว  เพราะ “หมูเถื่อน” ถูกนำเข้าประเทศ ในทุกพื้นที่ซึ่งมี”ท่าเรือน้ำลึก” แล้วพบกันใหม่วันศุกร์หน้า สวัสดีครับ

ไชยยงค์ มณีพิลึก