วันพุธ, 13 พฤษภาคม 2569

สังคมภูมิภาคใต้ตอนล่าง…น้ำลดตอผุด! แฉเส้นทางค้าเนื้อเถื่อนชายแดนใต้

การเมืองเป็นเรื่องของ”ผลประโยชน์” ระหว่าง”ผลประโยชน์ของประชาชน” กับผลประโยชน์ของ”นักการเมือง” และ”ผลประโยชน์” ส่วนไหนจะต้อง”มาก่อน” พรรคการเมือง และ “นักการเมือง”ที่เข้ามาบริหารประเทศ ต้องคิดกันให้ดี เพราะหลังจากที่”เพื่อไทย” เข้ามาเป็น”แกนนำ” ในการจัดตั้งรัฐบาล ข่าวทุกวันที่ออกมาจาก”พรรคการเมืองและนักการเมือง” ล้วนแต่เป็นเรื่องการ”แบ่งปัน” ผลประโยชน์ของพรรคการเมือง ส่วนที่เป็น”ประโยชน์กับประชาชน”ก็มีอยู่แต่เป็นเพียง”น้อยนิด”เสียเหลือเกิน…..อย่างวันนี้มีแต่เรื่อง”แบ่งกระทรวง” และ”จองกระทรวงเกรดเอ” จาก “พรรคโน้น พรรคนี้” และมีการวางตัวคนเป็น”รัฐมนตรี” ทั้งที่เปิดชื่อออกมา “ประชาชนก็ร้องยี้” เพราะ “เสบาบดี”บางคน ประชาชน เคยเห็นผลงานมาแล้ว เคยเป็น”เสนาบดี”มาแล้ว และก็แสดงความเป็น”บ่มิไก๊” ให้เห็นมาแล้ว แต่ยังจะได้เป็น”เจ้ากระทรวง” ที่ สำคัญๆ ซึ่งเกี่ยวกับเรื่อง”ปากท้อง-ของแพง” และของ”เศรษฐกิจ” ที่ผ่านมาหลายปียัง”โงหัวไม่ขึ้น” การที่ แต่ละพรรคการเมือง จะส่งใครไป”นั่งแท่น” เป็น”เจ้ากระทรวง” หรือ”เสนาบดี” ต้องมีการ”คัดเลือก” คนที่มีความสามารถ มีฝีมือ มีคามรู้ในกระทรวงนั้นๆ ถ้าเริ่มต้นเป็นอย่างนี้ ลงท้ายก็”อีหรอบเดิม” คือ”ล้มเหลว” ในการแก้ปัญหา และคน”รับเคราะห์” ก็คือ”ประชาชน

 

ข่าวว่า “สภาผู้แทนราษฎร” จะมีการประชุม”โหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทยในวันที่ 18 หรือ 22 สิงหาคม นี้ และคนที่จะได้เป็น”นายกรัฐมนตรี” จะเป็น”เศรษฐา ทวีสิน” จาก”เพื่อไทย” จริงหรือไม่ ก็ยังไม่รู้ เพราะการเมืองของเมืองไทย วันนี้ยังมีเรื่อง”ลับ ลวง พราง “ ปิดบังประชาชนอยู่ ยังมีการ”ต่อรอง” ทั้งจาก” ทุกฝ่าย” จนถึง “วินาทีสุดท้าย” ซึ่งเป็นไปตาม”แบบฉบับ” ของการเมืองไทย ที่สุดท้ายต้องมีทั้ง”กล้วย ทั้ง งูเห่า” เกิดขึ้น เพื่อให้ได้เสียง”สนับสนุน” ตามที่ต้องการ….ก็ขอให้ได้ “นายกรัฐมนตรี” เข้ามาจัดตั้ง”คณะรัฐบาล” โดยเร็ว เพราะ ปัญหาของประเทศชาติ และประชาชน รอให้”รัฐบาล” เข้ามาแก้ไขมากมายเสียเหลือเกิน…..วันนี้ เกษตรกร ยิ้มได้แล้ว เพราะ ปุ๋ยถูก ยาปราบศัตรูพืชถูกลง แล้ว จากการที่ “รัสเซีย” และอีกหลายประเทศ ที่ส่งปุ๋ยเข้ามาขายได้แล้ว ชาวนา ก็น่าจะ”ยิ้มได้” พราะขายข้าวได้ราคาแพง จากการที่”อินเดีย” ไม่ส่งขายให้ต่างประเทศ….แต่คงยิ้มได้ไม่นาน เพราะ”ข้าวเปลือก” เกือบทั้งหมดอยู่ในมือของ”เถ้าแก่โรงสี” ไม่ได้อยู่ใน”ยุ้งข้าว”ของชาวนา แต่เมื่อ”ข้าวเปลือกแพง” เพราะ”ส่งออก”ได้มาก คนที่ได้รับผลประทบก็คือ ประชาชนที่ต้อง”ซื้อข้าวสาร” เพราะราคา”ข้าวสาร” กำลังขยับแพงขึ้น ดังนั้นการ”ส่งออก” ข้าวได้มากขึ้นและได้ราคาดีคนที่”ยิ้มร่า” คือ”เถ้าแก่โรงสี” และคนต่อมาคือ”พ่อค้าข้าวสาร” ในประเทศ นี่คือ”วงจร”การค้าของประเทศไทย

 

ส่วนชาวสวนยาง วันนี้ “ปุ๋ยและยาปราบศัตรูพืช” มีราคาที่ถูกลง แต่”ราคายางแผ่น” และ”น้ำยางสด” ก็”ถูกลง” กำลังจะกลับไปสู่ “สามกิโลร้อย” อีกครั้ง ทั้งที่ ประเทศไทยย่างเข้า”หน้าฝน” ยางกรีดไม่ได้ ไม่มี ผลผลิตออกสู่ตลาด ถามว่าอะไรเกิดขึ้นกับ”กลไก” การ”บริหาร”ประเทศนี้ เพราะมีปัญหาอยู่ตลอดเวลา ….ที่สำคัญ วันนี้แม้ว่า กระทรวงพลังงาน จะมีการ”ตึงการขายปลีกน้ำมันดีเซล” เอาไว้แต่ น้ำมัน “แก๊ซโซฮอลล์” ทั้งชนิด 91 และ 95 ในต่างจังหวัดขึ้นราคาขายไปแล้วลิตรละ 40 บาท คนใช้รถจักรยายนต์ คนใช้ รถเก๋ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคน “ทำงาน” เงินเดือนตั้งแต่ 15,000 – ขึ้นไป ต่างได้รับผลกระทบแล้ว ทั่วหน้า เพราะ”เงินเดือน” ที่ได้รับกำลังกลายเป็น”ค่าน้ำมัน”จนต้อง”อดข้าวกลางวัน” เพราะ”ประคับประคองชีวิตให้อยู่รอด” และ ทั้งหมด คือปัญหาที่รอให้ “รัฐบาลใหม่” เข้ามาแก้ไข และ”พรรคการเมืองไหน” ที่จองกระทรวงไหนเอาไว้ วันนี้ท่านต้องแสดง”กึ๋น” ให้ “คนไทย” ได้เห็นว่า เมื่อท่านเข้ามาบริหารกระทรวงนั้นๆ ท่านจะมีนโยบายแบบไหน อย่างไร ในการแก้ปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน

 

เรื่อง “โกดังเก็บพลุ ดอกไม้ไฟ และประทัด” ระเบิดที่ ต.มูโนะ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส วันนี้”ตลาดวายแล้ว” นักการเมือง พรรคการเมือง ส่วนราชการ ที่เคยลงไป”มะรุมมะตุ้ม” จน”ตลาดมูโนะ” คึกคักเหมือน”ตลาดสด” วันนี้ไม่มีแล้ว” ในขณะที่”ผู้เดือดร้อน” ยัง”เดือดร้อน”เหมือนเดิม การเบิกจ่ายเงิน”ช่วยเหลือ” ผู้ประสพภัย ตามระเบียบราชการยังคงเป็น”เรือเกลือ” เป็นเรื่องของแต่ละกระทรวง ที่ไม่ได้มีการ”บูรณาการ”กัน มีแต่คำว่า “จะช่วยอย่างนั้น จะช่วยอย่างนี้” แต่สุดท้าย เชื่อเถอะ” ผู้เดือดร้อนต้องช่วยตนเอง” โดยเฉพาะเรื่องของ”อาชีพ” ที่ทางจังหวัดต้องให้ความสำคัญ “เครื่องไม้เครื่องมือ” ในการ”ประกอบอาชีพ” ที่หายไปจาก”ระบิด” ที่ กวาดทุกสิ่งทุกอย่างไป ต้องได้รับการ”ช่วยเหลือ”และ”ฟื้นฟู” อย่างเร่งด่วน “เงินบริจาค” ที่อยู่ในบัญชีของจังหวัด 30 กว่าล้าน” สนั่น พงษ์อักษร” ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ต้องเอามาช่วยซื้อ”อุปกรณ์” ในการ “ประกอบอาชีพ” ก่อน ส่วนเรื่อง”บ้านช่องห้องหอ” ที่ยังต้องรอการสร้าง และยังอยู่ระหว่าง”ซ่อมแซม” ก็หา”บ้านเช่า”ไปก่อน แต่”อาชีพ” ต้องกลับมาเป็นอันดับแรก เพราะเรื่องของ”อาชีพ” เป็นเรื่องของ”ปากท้อง” ที่ต้อง”กิน ต้องหิว” ทุกวัน

 

อีกเรื่องที่ “สนั่น พงษ์อักษร” ผวจ.นราธิวาส ต้อง”จัดการอย่างจริงจัง” เพราะมีผู้”แอบอ้าง” เปิดบัญชีรับ”บริจาค” เพื่อ”ซับน้ำตาพี่น้องชาวมูโนะ” มากมาย หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน……และที่สำคัญ ที่ “ทุกฝ่าย” ต้องยอมรับความจริงคือ” ตลาดมูโนะ” อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เป็น “ตลาดชายแดน” ที่มี”การค้าของผิดกฎหมาย” ทั้งที่ขนข้ามไปจาก”ฝั่งไทย” และ”ขนข้ามมา” จาก”ฝั่งมาเลเซีย” คนใน”ตลาดมูโนะ” มีอาชีพในการ”ค้าของเถื่อน”และ”รับจ้างนายทุนขนของเถื่อน” นี้คืออาชีพหลักของคนที่อยู่ใน”ตลาดชายแดน” และ สินค้าเถื่อน ที่ขน”ข้ามด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก” จ.นราธิวาส ไม่ได้เพราะ”ประเจิดประเจ้อ” จึงถูกนำมาไว้ใน”โกดัง” ที่ ตลาดมูโนะ เพราะที่จะได้”ขนข้ามคลอง”ไปยังฝั่งมาเลเซีย ไม่ไม่ต้อง”ผ่านด่าน” ถ้าต้องการ”ต่อลมหายใจ”ของ”ผู้ที่อยู่ในตลาดมูโนะ” ที่ได้รับ”เคราะห์กรรม” จากการระเบิดของ”โกดังเก็บพลุ” เจ้าหน้าที่รัฐก็ต้อง”หลับตา” ปล่อยให้ “ตลาดมูโนะ” เป็นไปตามแบบเดิม จะทำได้หรือไม่ ถ้าทำได้”อาชีพเดิม” เพื่อการ”เลี้ยงปากเลี้ยงท้อง” ก็ฟื้นตัวเร็ว แต่ถ้า”ระเบิดครั้งนี้” กลายเป็นเรื่องการ”เปิดโปง” เรื่องการ”ค้าของเถื่อน” ชายแดนไทย-มาเลเซีย และเรื่องความ”บกพร่อง” ของ “เจ้าหน้าที่” ที่ต้อง”เข้มงวด” กับการค้าชายแดน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องหา”อาชีพใหม่” ให้กับคนที่นั่น…..สิ่งสำคัญคือ “หน่วยงานของรัฐ” ต้อง”ควบคุม” ให้การ”ทำผิดกฎหมาย” ของคนที่อยู่ใน”แนวชายแดนไทย-มาเลเซีย” ไม่ว่าจะเป็นที่”มูโนะ” ที่”โก-ลก” ที่ “ตากใบ” จ.นราธิวาส และที่ อื่นๆ เช่น “ด่านนอก,ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา หรือ”วังประจัน อ.ควนโดน จ.สตูล ให้อยู่ในระดับที่มี”ความพอดี” เป็นเรื่องของ”อาชีพคนในพื้นที่” เพื่อการ”เลี้ยงปากเลี้ยงท้อง” ไม่ใช่ปล่อยให้”นายทุน” หรือ”กลุ่มทุน” เข้าไปใช้”อิทธิพล” ในการยึดพื้นที่แนวชายแดน สร้าง โกดัง” สร้างสถานที่”เก็บกัก” สินค้าและอยู่เหนือ”กฎหมาย” โดยมี”เจ้าหน้าที่” อำนวยความสะดวก

 

และที่ยังไม่มี”สื่อมวลชน” ที่ไหนออกมา”เปิดโปง” ให้รับรู้กันคือ มีแหล่งข่าวอ้างว่า ” ชายแดนในตำบลมูโนะ” จ.นราธิวาส แห่งนี้ เป็น”ท่าส่งออกวัว-ควาย” จากประเทศไทยไปยังปาระเทศมาเลเซียเป็น”ท่าส่งออกเถื่อน” ที่ วัว ควาย ถูกส่งมาจาก จ.แม่ฮ่องสอน และ จังหวัดอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับภาคใต้ ซึ่ง “วัว” ส่วนใหญ่จะมาจาก”ประเทศเมียนมาร์” และถูกนำขึ้นรถบรรทุกมาส่งยัง “ชายแดนตำบลมูโนะ” และไม่ผ่าน”ขบวนการของปศุสัตว์” ไม่มีการ”ตรวจโรค” มามีการ”กักสัตว์” เพื่อการ”ป้องกันโรค”ตามที่”กฎหมายกำหนด” โดย”นายทุน” จะสั่งให้”คนงาน” นำ”วัว-ควาย” ทั้งหมด ส่งไปยังฝั่ง “มาเลเซีย” โดยการ”ลักลอบ” ข้ามคลองสุไหงโก-ลก ด้วยเรือหางยาว เดือนละประมาณ 5,000 ตัว เป็นธุรกิจ”ค้าวัวเถื่อน” ที่สร้างกำไรอย่าง”มหาศาล” ให้กับ”นายทุน” ซึ่งแน่นอน ถ้าไม่ใหญ่จริง ก็ทำไม่ได้ และนี้คือ”ธุรกิจรายใหญ่” ที่สุดของ”ชายแดนมูโนะ” ที่คนทั้ง จ.นราธิวาส รู้ดีว่าเป็นใคร

 

ส่วนเรื่องที่ เป็นประเด็น ต้องมีการ”ไต่ถาม”คือ” ขบวนการ”ขนวัว” จาก “อ.ขุนยวม” จ.”แม่ฮ่องสอน” จาก”ชายแดนภาคเหนือ” มาถึง”ต.มูโนะ” ชายแดนภาคใต้ เกือบ 2,000 กิโลเมตร มากันอย่างไร และทำไม่จึงไม่มีการ”ตรวจสอบ” และ”ตรวจโรค” รวมทั้งทำไมจึงไม่มีการนำไป”กักสัตว์” ยังด่าน”กักสัตว์”ตาม ระเบียบตามกฎหมายของการ”เคลื่อนย้ายและการส่งออกสัตว์”ไปยังต่างประเทศ เรื่องนี้ กรมปศุสัตว์ ต้องมีคำตอบ ให้ประชาชนได้รับทราบ เพราะวันนี้”น้ำลดตอผุด”แล้ว….. ทราบว่าเรื่องที่”ตลาดมูโนะ” กรมสอบสวนพิเศษ DSI ได้ส่ง “ชยพล สายทวี ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ ลงพื้นที่และพบเรื่อง”ไม่ชอบมาพากล” มากมายที่เป็น”เบื้องหน้าเบื้องหลัง”ของ”ชายแดนมูโนะ” ก็ขอฝากเรื่อง” ขบวนการค้าวัวเถื่อน” ให้” ดีเอสไอ” นำไป”พิจารณาดำเนินการด้วย

 

หลังจากที่ ปล่อยให้”เละตุ้มเปะ” มานาน ในที่สุด “เจษฎา จิตรัตน์” ก็มี”คำสั่ง” ห้าม”นายอำเภอ”ใน จ.สงขลา ออกใบอนุญาต ให้การ”จัดงานส่วนสนุก” หรืองาน”ประจำปี”ต่างๆ มีการ”ละเล่นที่มอบเมาเด็กเยาวชนและประชาชน” เช่นการ”ปาโป่ง ปาเป้า บิงโก ล้อลูกแก้ว และอื่นๆ ที่เป็นการ”การพนันประเภท 5” โดยอ้างว่า “สื่อมวลชน” มีการ เสนอข่าวในเรื่องดังกล่าวทาง ทีวี และ โชเซียล ก็ดีใจนะ ที่”สื่อ”ได้ทำหน้าที่”หมาเฝ้าบ้าน” ได้สำเร็จ ทำให้”อบายมุข” ที่เกิดขึ้นหายไป แต่เชื่อเถอะ ถึงนายอำเภอไม่เซ็น”ใบอนุญาต” ก็ใช่ว่าจะงาน”สวนสนุก”จะไม่มีการพนัน”ประเภท 5 “เพียงแต่ถ้ามีการ”ร้องเรียน” ก็ถูก”สั่งปิด” ก็แค่นั้น…..ก็ไม่ต้องดูอื่นไกล ที่”ตลาดคลองแงะ” ตลาดสดสะเดา อ.สะเดา จ.สงขลา ยังมี”นายทุน” ทำการเล่นการพนัน”หวยสัตว์” หรือ”จับยี่กี” ออกถึงวันละ 2 รอบ ก็ไม่เห็นมีใครไป”จับกุม” หรือสั่งให้หยุด

 

เหตุร้ายรายวัน ยังคงเกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นระยะๆ หลายเรื่อง ที่ไม่เกี่ยวกับการ”แบ่งแยกดินแดน” แต่มี”นายทุน” กลุ่ม”อิทธิพล” ในการค้า”ยาเสพติด” ,น้ำมันเถื่อน,บุหรี่เถื่อน” และ “ของเถื่อน” ที่มี”มูลค่า” มากกว่า”ขนมนมเนย” เป็นผู้”ว่าจ้าง” ให้”กองกำลังติดอาวุธ” ก่อเหตุเพื่อ”ต่อรอง” กับ”เจ้าหน้าที่รัฐ” เช่น”คาร์บอมบ์” ที่ “สี่แยกอรกานต์” กลางเมือง”สุไหงโก-ลก” จ.นราธิวาส ที่เป็นการทำ”คาร์บอมบ์” เพื่อการ”ข่มขู่” แต่ไม่ประสงค์ในการ”เอาชีวิตของผู้คน” สืบให้ดีจะรู้ว่า ผู้อยู่เบื้องหลังคือ”ขบวนการค้าของเถื่อน” เพราะหลังมีเหตุ”โกดังพลุระเบิด” มี”ผู้หลักผู้ใหญ่ลงมาในพื้นที่” และมี”รายงานข่าว” ถึงเบื้องหน้าเบื้องหลัง” ของ ขบวนการค้าของเถื่อนและเรื่อง”ส่วย” ทำให้ “ตำรวจ,ทหาร” และ”ปกครอง” สั่ง “เข้มงวด” และ”ปิดจุดผ่านแดนเถื่อน” ที่เป็น”เส้นทาง” ขนสินค้าหนีภาษี “นายทุน” จึง”ทำฤทธิ์” ด้วยการปฏิบัติการ”คาร์บอมบ์” กลางตัวเมือง”สุไหงโก-ลก” เพื่อส่ง”สัญญาณ”ว่า ถ้ายัง “เข้มงวด”ยังไม่เปิดจุด”ผ่านแดนเถื่อน” ให้ทำมาหากินตามปกติ “คาร์บอมบ์” ครั้งต่อไป อาจจะมี”คนเจ็บคนตาย” นะ…..นี่แหละคือ”เบื้องหลัง” ของการก่อการร้าย ที่”คนนอกพื้นที่”ไม่เข้าใจ” แต่” หน่วยงานของรัฐในพื้นที่เข้าใจ” ซึ่งก็ต้องถามไปยัง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ว่า ณ วันนี้ เรื่อง”ความมั่นคง” การ”แบ่งแยกดินแดน” กับเรื่อง”อิทธิพล” การค้าของเถื่อน”ยาเสพติด, น้ำมันเถื่อน,วัวเถื่อน,บุหรี่เถื่อน,คนเถื่อน” เป็นเรื่องที่”พัลวัลพัลเก” จน”แยกกันไม่ออก” แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 อย่าง พล.ท.ศานติ ศกุลตนาค จะ”หาทางออก” อย่างไร

 

แต่เรื่องนี้เห็นด้วยนะ กับการที่ กอ.รมฯงภาค 4 ส่วนหน้า จับกุม ผู้ต้องหาจำนวน 7 คน ในข้อหา บุกรุกทำลายป่าบนภูเขากูยิ หมู่ที่ 4 ต.ร่มไทร อ.สุคีริน จ.นราธิวาส ยึดได้ไม้ของกลางรถแทรกเตอร์ มีการ”นำเอกสารสิทธิ” อีกแปลง มาแสดงเพื่อ”ตบตา” เจ้าหน้าที่ เรื่องนี้ วันนี้อยู่ในขบวนการ”ส่งฟ้อง” โดยมี” เจ้าหน้าที่จาก “กรมสอบสวนคดีพิเศษภาคใต้ ( ดีเอสไอ ) รับเป็นคดีพิเศษ เพราะมี”นายทุนอิทธิพล” เป็นผู้ ดำเนินการอยู่เบื้องหลัง และขอให้ กรมที่ดิน ถอนเอกสารสิทธิ์ ที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายด้วย

 

วันก่อน รถกระบะบรรทุกน้ำมันเถื่อน จาก อ.ควนโดน จ.สตูล วิ่งผ่านพื้นที่ อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง พลิกคว่ำ “แท็งค์น้ำมันเถื่อน 4,000 ลิตร คือ”ของกลาง” ที่ เจ้าหน้าที่ต้อง “ดำเนินคดี” กับ เจ้าของรถ และคนขับ เมื่อ “นักข่าว”ไปถึงที่เกิดเหตุ มีการถามจาก เจ้าหน้าที่ ว่า ถ้าไม่ทำข่าวนี้”จะเอาเท่าไหร่” เท่าที่รู้ แต่ละวัน จะมีรถบรรทุกน้ำมันเถื่อน ผ่านทาง อ.เขาชัยสน อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง ไม่ต่ำกว่า 10 เที่ยว ก็ถามถึง พล.ต.ต.ตานิตย์ รามดิษฐ์ ผบก.ภ.จว.สงขลา สั่งการให้”ตำรวจ” ในพื้นที่ “ตรวจสอบ” และดำเนินการตามกฎหมายด้วย…..เช่นเดียวกับในพื้นที่ “รอบๆ สภ.สิงหนคร” จ.สงขลา ที่เต็มไปด้วย”คอกรับซื้อน้ำมัน” โดยมี”ลูกค้า” ที่เป็นคนขับรถบรรทุกน้ำมัน จาก คลังน้ำมัน ใน อ.สิงหนคร จ.สงขลา นำไปขายให้ ซึ่งเป็นน้ำมันที่มีการ”ขโมย” จาก”ลูกค้า” ที่เป็นผู้”ว่าจ้าง” ให้ บริษัทขนส่งบรรทุกให้ เจ้าของปั้ม เจ้าของบริษัทรถบรรทุก ขอฝากให้ พ.ต.อ.เอกรัฐ สวนเสน ผกก.สภ.สิงหนคร จ.สงขลา ช่วยสั่งการ”ตรวจสอบคอกน้ำมัน” และช่วย”จับกุม” บรรดา”โชเฟอร์รถบรรทุก”ที่ ขโมยน้ำมัน ไปขายให้กับ”คอกรับซื้อ” ที่มีความผิดทั้ง”เป็นโจร” และเป็นผู้”รับซื้อของโจร

 

ผู้บริหารโรงเรียนเอกชน สอนศาสนาอิสลาม ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอร้องไปยัง กระทรวงศึกษาธิการ ให้รับทราบ 2 เรื่อง เรื่องแรกเป็นความ”เดือดร้อน” เพราะ “สำนักงานการศึกษาส่วนหน้า “ ไม่มีการส่ง เจ้าหน้าที่ศึกษานิเทศ ไปทำการตรวจสอบ โรงเรียนเอกชน มานานแล้ว โรงเรียนเอกชนสอนศาสนา ต้องทำการ”นิเทศ”กันเอง ระหว่างโรงเรียนด้วยกัน เป็นเหตุให้ การศึกษามีปัญหามากมายและไม่สามารถ”พัฒนา”ให้เป็นไปตาม”เป้าหมาย” และเรื่องที่สองวันนี้” กัญชา” รุกล้ำเข้าไปใน”ห้องเรียน” แล้ว เพราะ”กฎหมาย” เปิดช่องให้ เป็นเรื่องที่ ต้องแก้ไขโดยด่วน โดยขอให้ กระทรวงศึกษาธิการส่วนหน้า คืน”อำนาจหน้าที่” ให้กับ”ศึกษาธิการจังหวัด” เพื่อที่จะได้เข้าไป “ดูแลควบคุม” โรงเรียนเอกชนสอนศาสนา เหมือนเช่นในอดีต เอา พรรคการเมือง จะเข้าไป บริหาร กระทรวงศึกษาธิการ ก็ส่ง”เสนาบดี” ที่เข้าใจเรื่องการศึกษาของจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย

 

พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ( ศอ.บต.) เปิดเผยว่า การเดินทางมาเยือนภาคใต้ของ ฑูตานุทูต 10 ประเทศ ที่เป็น”มุสลิม” ของ “โอไอซี” หรือ “องค์กรมุสลิมโลก ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เป็นผลดีกับจังหวัดชายแดนภาคใต้มากกว่าทุกครั้ง โดยเฉพาะกับการพูดของ”ฑูตานุทูต” ที่กล่าวว่า เรื่องการ”นับถือศาสนา” เป็นเรื่องของ”ปัจเจก” แต่เรื่องของ”ชาติ” เป็นเรื่องของ”ส่วนรวม” เอ้า เหล่า”อุสตาซ” ที่ยังพยายามใช่เรื่อง”ศาสนา” มา”บิดเบือน” เพื่อการ”บ่มเพาะ” นักเรียน นักศึกษา เข้าสู่ขบวนการแบ่งแยกดินแดนเพื่อ”ก่อการร้าย” ฟังไว้ ว่าประเทศ”มุสลิม” ที่มาเยือนจังหวัดชายแดนภาคใต้ เขาคิด และมอง จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างไร…..แต่ นั่นแหละ ในขณะที่ ความเข้าใจ และความรู้สึก ของ”โอไอซี” ที่มีต่อการแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้”ดีขึ้น” แต่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กลับมี”องค์กรจากชาติตะวันตก” เข้าเดินทางเข้ามาเพื่อ”แสวงหาผลประโยชน์” กับ”ภาคประชาสังคม” เพื่อขยายความ”ขัดแย้ง” กลับมากขึ้น ทั้งจากฝากฝั่ง” สหรัฐอเมริกา” และ”สหภาพยุโรป” และ อื่นๆ ทั้งในรูปแบบ”เอ็นจีโอ” และรูปแบบ”การช่วยเหลือ” ในเรื่อง “โน่น.นี่.นั้น” ที่เป็นของรัฐโดยตรง เรื่องนี้คือความ”หนักใจ”ของ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ( ศอ.บต. ) ที่ พูดหรือบอก ตรงๆกับสังคมไม่ได้ เพราะประเทศเหล่านั้น เป็น”มหาอำนาจ” และเป็น”พันธมิตร” ที่ ประเทศไทยให้ความ”เกรงอกเกรงใจ” ก็เป็นอีกเรื่องของ “รัฐบาล” ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ จะต้องมี”นโยบายต่างประเทศ” ที่ไม่ยอมให้มีการ”แทรกแซง” ปัญหาของจังหวัดชายแดนภาคใต้จาก”บรรดา”มหามิตร”

 

ก็เขียนเตือนมาแล้วเรื่องการป้องกันอย่างให้มีการ”ตัดทุเรียนอ่อนส่งขาย” ใน จ.ยะลา ซึ่งเป็น”ตลาดทุเรียนขนาดใหญ่” ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีมูลค่า”ส่งออก”ปีละ 10,000 ล้านบาท สุดท้าย ก็มี”ชาวสวนและพ่อค้า” ฉวยโอกาสตัด”ทุเรียนอ่อนไปขาย” ทำให้”ล้งจีน” ฉวยโอกาส “กดราคา” และ พ่อค้าหลายรายไม่”รับซื้อ” สุดท้ายผู้ที่”เจ็บปวด” และ”รับกรรม” คือ “เจ้าของสวนทุเรียน” และนี่คือปัญหาของ”ชาวสวนทุเรียน” ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ยังไม่เป็นไปเหมือนกับชาวสวนทุเรียนใน”ภาคตะวันออก” ที่ รวมตัวกันในการสร้างความรับผิดชอบ หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องอย่าง”สมน้ำหน้า” ที่ชาวสวนไม่เชื่อฟัง แต่ต้องหา”แนวทาง” ให้ทุกคนทุกฝ่ายมี”จิตสำนึก” ที่ถูกต้อง

 

หน่วยข่าวความมั่นคง “กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” แจ้งเตือน” ให้ ทุกกองกำลังในพื้นที่ 3 จังหวัด และ 4 อำเภอของ ของ จ.สงขลา ให้ทราบว่า “กลุ่มติดอาวุธ” ของขบวนการแบ่งดินแดน”บีอาร์เอ็น” มีการ” ขนระเบิดแสวงเครื่อง” เข้ามาในหลายพื้นที่ของ “ปัตตานี,ยะลา” แล” นราธิวาส” เพื่อ”ก่อเหตุ”ในห้วงของวัน”ฉลองเอกราชของประเทศมาเลเซีย” ( เมอร์เดก้า ) ฝ่ายแจ้งก็ได้แจ้งแล้ว ฝ่ายที่มีหน้าที่” ป้องกัน” และ “รักษาความสงบ” จะมีการ”เตรียมพร้อม” หรือจะ”ตั้งรับ” หรือจะ”เปิดเกมรุก” ต่อฝ่ายตรงข้าม ก็ว่ากันไป แต่อย่าลืม “ป้องกัน”ชีวิตของ”ประชาชน” ที่ไม่รู้”อิโหน่อิเหน่” ต้องพลอยรับ”เคราะห์กรรม” ที่ไม่ได้ก่อ

 

เป็นปัญหาที่แก้ไม่ตก หรือไม่มีการแก้ จากระดับ”นโยบาย” ก็เรื่อง “เรือคราดหอย” ของ”ประเทศเวียดนาม” ที่”ลักลอบ” เข้ามา ทำประมง”คราดหอย” ใน”อ่าวไทย” ที่ถูก ทัพเรือภาค 2 ของ พล.ร.ท.จรัสเกียรติ ไชยพันธ์ ผบ.ทัพเรือภาค 2 ทำการ จับกุมเป็นประจำ จน”เรือของกลาง” ที่ยึดไว้ ถูกนำมาจอดไว้เป็น”สุสานเรือ” ใน”ทะเลสาบสงขลา” ที่กลายเป็น”ทัศนาอุอาด” เพราะไม่มีหน่วยงานไหนเป็น”เจ้าภาพ” หลังศาลตัดสินแล้ว ว่าจะ”ทำลาย” หรือ ทำอย่างไรกับ”ของกลาง” และถ้า” “ทัพเรือภาค 2 “ ขยันในการ”จับกุม” รับรองอีกไม่กี่ปี”เรือเวียดนาม”ที่เป็น”ของกลาง” จะยึดพื้นที่”ทะเลสาบสงขลา”พอๆกับ”โพงพาง” ถามว่าความ”สวยงาม”ของ”ทะเลสาบอยู่ตรงไหน….เรื่องเรือประมงเวียดนาม ที่”ลักลอบรุกล้ำ” เข้ามา”คราดหอย” ในน่านน้ำไทย กรมประมง และ กระทรวงต่างประเทศ ต้องมีการ”ถกแถลง”กับ”ประทรวงต่างประเทศ” และ”กรมประมง” ของ”ประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม” โดยตรง จึงจะได้ผล เพราะไม่อย่างนั้น เราก็ต้อง”สูญเสียทรัพยากรธรรมชาติสัตว์น้ำ” ให้กับ”เวียดนาม” ไม่รู้เท่าไหร่ รวมทั้งต้อง”เลี้ยงดู” ผู้ทำผิดในเรือนจำ และต้องใช้”ทะเลสาบสงขลา” ในการทำ”สุสานเรือ” ที่ไร้ประโยชน์อีกต่างหาก

 

เรื่องของพรรคประชาธิปัตย์ ที่การเลือก”หัวหน้าพรรค”และ”กรรมการบริหารพรรค” ล่มแล้วล่มอีก” ข่าวจาก”วงใน” แจ้งว่า “วาระสุดท้าย” ของพรรค”แม่ธรณีบีบมวยผม” ใกล้มาแล้ว จะเป็น”ภาพเดียวกับ 10 มกรา” ที่ “คนแพ้” ถ้าเป็น สส. ของภาคใต้ ในการเลือกตั้งครั้งหน้า จะเป็น”ส่วนหนึ่ง”ของ”พรรคภูมิใจไทย เพราะ”เคมีตรงกัน” ถ้าเป็นเช่นนี้ ในอนาคตพรรคภูมิใจไทยของ”เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีระกุล” ก็จะเป็นพรรคการเมือง ที่มาแทนที่”ประชาธิปัตย์” ซึ่งในการ เลือกตั้งสมัยหน้า อาจจะเหลือ สส.ไม่ถึง 10 คน…..แล้วพบกันใหม่วันศุกร์หน้า สวัสดีครับ

ไชยยงค์ มณีพิลึก