วันพุธ, 13 พฤษภาคม 2569

สังคมภูมิภาคใต้ตอนล่าง…จับตารัฐบาลใหม่ กับนโยบาย ‘ดับไฟใต้’

20 ต.ค. 2023
1006

ถือเป็น โชคที่ไม่เข้ารัฐบาล”นิดหนึ่ง” เพราะหลังเข้ารับหน้าที่”กัปตันเรือประเทศไทย”ของ “เศรษฐา ทวีสิน”  หรือ”รัฐบาลนิดหนึ่ง” ก็ถูก”พายุร้ายโหมกระหน่ำ”ใส่ ทั้งกรณี”กราดยิงที่พารากอน” และกรณีสงคราม”อิสราเอล-ฮามาส” ที่ส่งผลให้การท่องเที่ยว ไม่เป็นไปตามความต้องการ ตลาดหุ้นทรุด ราคาน้ำมันผันผวน  ก็ได้แต่หวังว่า”ไฟสงคราม” ระหว่าง”อิสราเอล-ฮามาส” จะไม่”ลุกลาม”กลายเป็น”ไฟสงคราม” ระหว่างประเทศมุสลิม กับ อิสราเอล โดยมีประเทศ”มหาอำนาจ” เลือกข้างในการ”หนุนหลัง” เพราะแค่นี้ “รัฐนาวา” ที่มี”นายกป้ายแดง” อย่าง”เศรษฐา ทวีสิน” เป็น”นายท้าย” ก็ทำท่าจะ”โคลงเคลง” ทั้งที่เพิ่งออกจากฝั่งเพียง 1 เดือนเศษเท่านั้น…..แต่…เมื่อเห็นถึงความ”มุ่งมั่น” และความ”รวดเร็ว” ต่อการนำ”ประเทศไทย”ไปข้างหน้า ด้วยการ”กล้าทำ,กล้าพูด. และ”กล้าตัดสินใจ” ของ” “นายกรัฐมนตรี” กับทุกปัญหาที่”ประเดประดัง” เข้ามา ก็ยังทำให้”อุ่นใจ” ส่วนจะให้”ถูกต้อง” และ”ถูกใจ”คนทั้งประเทศ คงเป็นไปไม่ได้ เพราะฝ่ายที่”ต่อต้าน” โดย”ชอบธรรม” ก็มี แต่ฝ่ายที่มี”อคติ”ทั้งต่อ”เพื่อไทย” และ”ต่อ”เศรษฐา” ต้องยอมรับว่ามีอยู่จริง และจำนวนไม่น้อย ก็ให้”กำลังใจนะ” เขาเข้ามาทำหน้าที่”ฝ่ายบริหาร”ได้เพียง เดือนกว่าๆ ยังตัดสินว่า”ดี”หรือ”ไม่ดี” ไม่ได้หรอก  การแก้ปัญหาที่”มากมายก่ายกอง”ไม่ใช่การ”ปลูกถั่วงอก” ที่จะเห็นผลใน 3 วัน

หลายกระทรวงก็มีการ”ขับเคลื่อน” อย่างเต็มที่ เช่น “กระทรวงแรงงาน”ที่มี”เสนาบดี”ชื่อ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ, กระทรวงยุติธรรม ที่มี”เสนาบดี”ชื่อ” พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มี”เสนาบดี”ชื่อ”รอ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” กระทรวงพาณิชย์ที่มี”เสนาบดี”ชื่อ”ภูมิธรรม เวชยชัย” กระทรวงมหาดไทยที่”เสนาบดี”ชื่อ “อนุทิน ชาญวีรกุล “และ กระทรวงสาธารณสุขที่”เสนาบดี”ชื่อ” ชลน่าน สีแก้ว” ฟังเสียงประชาชนแล้ว “รัฐบาลนิดหนึ่ง” ได้”เครดิต” จากประชาชน พอสมควร……. แต่ที่ยัง”เกาไม่ถูกที่คัน” คือเรื่องของ”พลังงาน” ที่การ”ลดราคาน้ำมันดีเซล” ลิตรละ 2 บาท ไม่ถือว่าเป็นการ”แก้ปัญหา” เพราะเป็นการ”ลดภาษีสรรพสามิต” ที่ทำให้รัฐบาล”ขาดรายได้” ที่ไม่ได้ทำให้”โรงกลั่น” มีส่วนร่วมในการทำให้ราคาน้ำมันลดลงเพราะการ”ร่วมมือจากโรงกลั่น” แต่เป็นการใช้”งบประมาณแผ่นดิน” ในการช่วยเหลือ”กลุ่มผู้เดือดร้อน” ที่ สุดท้ายแล้ว การแก้ปัญหาให้น้ำมันมีราคาที่ถูกลง ไม่ใช่การแก้ปัญหาโครงสร้าง” ของ”ราคาน้ำมัน” เหมือนกับว่า”รัฐบาลนิดหนึ่ง” ไม่กล้าที่จะกระทบกับ”กลุ่มทุนพลังงาน”แม้แต่”ปลายก้อย” …,, ที่นี้จึงเห็นด้วยกับ”พีรพันธ์ สาลีรัฐวิภาค” รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ไม่รับทั้ง 2 แนวทาง ที่มีการนำเสนอ ครม. ในการลดราคาน้ำมันเบนซิน ให้กับผู้เดือดร้อนเฉพาะกลุ่มโดยเอาเงิน”ภาษีของประชาชน” มาทำการ”ชดเชย”เพราะนี่ไม่ใช่การ”แก้ปัญหาทางโครงสร้างของโรงกลั่น” แต่เป็นการใช้”เงินภาษี”ของประชาชนในการช่วยเหลือผู้”เดือดร้อนบางกลุ่ม”เท่านั้น  ก็ต้องติดตามต่อไปว่า” ทั้ง”เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรี และ “พีรพงษ์ สาลีรัฐวิภาคย์” รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน จะมี นโยบาย อย่างไร ในการให้”โรงกลั่น” ลดราคาน้ำมัน โดยการ”ปรับโครงสร้าง”ให้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของ”ข้อเท็จจริง”

ในขณะที่ฝั่งของ”ฝ่ายความมั่นคง” กองทัพบก โดย “พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ “ผบ.ทบ. หลังรับตำแหน่ง ก็ลงพื้นที่ “จังหวัดชายแดนภาคใต้” เพื่อ”ติดตามสถานการณ์ของความไม่สงบ” พร้อมทั้ง ให้นโยบายการ”ดับไฟใต้” และสร้างขวัญกำลังใจ ให้กับ “กำลังพล” ในพื้นที่ เหลือแต่”สุทิน คลังแสง” รมว. กลาโหม ยังไม่ไม่ได้”ดูฤกษ์ดูยาม” เพื่อมาเยือนจังหวัดชายแดนภาคใต้ …..ในขณะที่”สมศักดิ์ เทพสุทิน” รองนายกรัฐมนตรี ที่เป็น”เสือปืนไว” ลงพื้นที่ รวมประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับทราบ”ข้อมูล” เพื่อนำไป”ปรับปรุง” ใช้เป็น”นโยบาย”ใน”มิติการพัฒนา” และใน”มิติความมั่นคง” ที่ฟังว่าจะค่อยๆลดพื้นที่ในการใช้”พรก.ฉุกเฉิน”ลงไปเรื่อยๆ  โดยในปี 2567 จะมีการยกเลิกการใช้”พรก.ฉุกเฉิน” อีก 10 อำเภอ ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้เป็นไปตามคำเรียกร้องของ”ภาคประชาสังคม”……ก็ต้อง”จับตามอง”และ”ติดตาม” ความเคลื่อนไหวของ”ขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็น” ว่า จะเห็นอย่างไรกับการยกเลิก”พรก.ฉุกเฉิน” ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้า”บีอาร์เอ็น”เห็นด้วย” การ”ก่อเหตุร้าย” จะต้อง”ลดลง” เพื่อที่จะได้”ปลอดล็อค” ของ” พรก.ฉุกเฉิน” ในพื้นที่ซึ่งไม่มีเหตุ ถ้า”บีอาร์เอ็น” ไม่เห็นด้วย ก็จะได้เห็นการ”ก่อเหตุ” ที่เพิ่มมากขึ้น…..อย่าลืมว่าการที่ “กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” มีการประกาศใช้ “พรก.ฉุกเฉิน” และไม่ยอม”ปลดล็อค พรก.ฉุกเฉิน” คือ”เงื่อนไข” ที่”บีอาร์เอ็น” ใช้ในการ”โฆษณาชวนเชื่อ” เพื่อ”โจมตี” รัฐบาลมาโดยตลอด ถ้ามีการ”ยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน” ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็เท่ากับว่าเป็นการ”สลายเงื่อนไข”ที่”บีอาร์เอ็น” ใช้ในการ”ขับเคลื่อน” เพื่อให้”ประชาชน” ในพื้นที่”เกลียดชัง” เจ้าหน้าที่รัฐ

ส่วนในการ”ปลดล็อค”ของ”ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ “ ( ศอ.บต. ) ด้วยการ ยกเลิก คำสั่ง”คสช.” ของ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” อดีตนายกรัฐมนตรี จำนวน 3 ฉบับ ทำท่าจะไม่”ราบรื่น” เมื่อ “กอ.รมน.” พยายามที่จะ”ล็อบบี้” ให้”เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรี “เห็นดีเห็นงาน” ที่จะให้”ศอ.บต.” เป็นหน่วยงานที่อยู่ใน”อำนาจ” ของ”กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” เหมือนกับ 9 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะ” กอ.รมน.” ไม่ต้องการให้”ศอ.บต.” มีการตั้ง”สภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้” นี่แสดงให้เห็นว่า” กอ.รมน. กลัวการมี”สภาที่ปรึกษาฯ” ที่มาจากตัวแทนประชาชน…..เรื่องการที่จะให้”ศอ.บต.” เป็นหน่วยงานที่”ไม่สมบูรณ์แบบ” และกลายเป็น”เป็ดง่อย” ที่ไม่สามารถ”ขับเคลื่อน” งานใน”มิติการพัฒนา” และการแก้ปัญหา”ความมั่นคง”ได้นั้น “เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรี ต้อง”คิดให้”รอบคอบ รอบด้าน” และ”สมศักดิ์ เทพสุทิน” รอง นายกรัฐมนตรี” ผู้กำกับดูแล”ศอ.บต. ก็ต้องทำการ”รับฟังความคิดเห็น”ของคนในพื้นที่ทุกสาขาอาชีพ ว่าต้องการ”ศอ.บต.ที่เป็นแบบ”เป็ดง่อย” หรือต้องการ”ศอ.บต.”หน่วยงานที่ประชาชน”พึ่งพาอาศัย”ได้…..และถ้า”ศอ.บต.”ยังมีสภาพเป็น”เป็ดง่อย” ผู้ที่จะมาเป็น”เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้” อย่าง” พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์” ก็คงจะ”เปล่งประกาย” ในการที่จะ”นำพา” จังหวัดชายแดนภาคใต้ไปสู่”นิมิตหมาย” ที่ดีได้ยากยิ่ง…..เพราะ ที่ผ่านมาคนที่มี”ฝีมือ”ไม่เป็นสองรองใคร และ”ตั้งใจ เกินร้อย” ในการ”แก้ปัญหาของจังหวัดชายแดนภาคอย่าง” พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร” เลขาธิการ ศอ.บต. ยังไม่สามารถ”เปล่งประกาย”ในการทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ ทั้งที่”ทุ่มเท” ทั้ง”ชีวิต” กับปัญหาของจังหวัดชายแดนภาคใต้

โยกย้ายใหญ่ประจำปี”ลงตัว”ไปแล้ว ทุกกระทรวง “กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า “พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค (แม่ทัพต้น ) ยังทำหน้าที่ แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 เหมือนเดิม และ “นโยบาย” ก็น่าจะเป็นเช่นเดิม นั่นคือ”สันติวิธี” เดินหน้า”หามวลชน” เพื่อการสร้าง”ภาพลักษณ์”ซึ่งเป็นงานที่ถนัดของ”บิ๊กต้น”…..ส่วน “แม่ทัพน้อยที่ 4 เป็นของ” พล.ท.ปราโมทย์ พรหมอินทร์” ที่ขยับจาก “รองแม่ทัพภาค 4 “ และหลังรับตำแหน่ง ก็มีการ”พบปะ”ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา เพื่อ”สันถวไมตรี” เป็นการ”แสวงหาความร่วมมือ” ในการแก้ปัญหาความไม่สงบของจังหวัดชายแดนภาคใต้”แม่ทัพน้อยปราโมทย์” เป็นนายทหารที่”รู้เรื่อง,เข้าใจ” ทุกเรื่องราว ทั้งภายในพื้นที่ และภายวนอกพื้นที่ เป็นอย่างดี ปัญหาอยู่ที่”ส่วนกลาง” จะ”เห็นด้วย” กับข้อเสนอแนะ ในการดับ”ไฟใต้” แค่ไหน…… 1 เดือน ที่ผ่านไปของ”รัฐบาลนิดหนึ่ง” แม้จะ”สอบผ่าน” ในหลายเรื่อง แต่ในเรื่องของ”ความมั่นคง” ถือว่า”สอบตก” และ”รัฐบาลนิดหนึ่ง” ยังคงอยู่ภายใต้”ร่มเงา”ของ”กองทัพ” ตั้งแต่เรื่องการต่อ”พรก.ฉุกเฉิน” เรื่องการไม่พูดถึงคำสั่ง “คสช. ที่ใช้อยู่ในด้านความมั่นคง เช่น”ศอ.บต.การดึงเวลาในการแต่งตั้ง”เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ” ( สมช.) และที่สำคัญการที่ไม่มี รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงที่เป็น(ตัวจริง ) ในการ กำกับดูแล และสั่งการ ในเรื่องความมั่นคง ทำให้ปัญหาด้านความมั่นคง”ทั้งภายในประเทศ” และ”นอกประเทศ” เป็นไปแบบ”ยักตื้นติดกึก ยักลึกติดกัก”อย่างที่เห็น ทั้งปัญหาของ”จังหวัดชายแดนภาคใต้” และ”ปัญหาสงครามในระหว่าง”อิสราเอล-ฮามาส) นี่คือประเด็นที่ “รัฐบาลนิดหนึ่ง” ต้องเร่งแก้ และต้องมี”รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงเพียง “ หนึ่งเดียว” ไม่ใช่การ”กระจาย”ความรับผิดชอบเป็น”ส่วนๆ” เช่นอยู่ในมือของ”นายกรัฐมนตรี” บางส่วน อยู่ในมือ”หมอมิงค์” อยู่ในมือ”ภูมิธรรม” และ ส่วนหนึ่งอยู่ในมือของ”สมศักดิ์ เทพสุทิน” อย่างนี้ใช้ไม่ได้

และอีกเรื่องที่ถือว่าเป็นความ”ล่าช้า” คือการแต่งตั้ง รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ( ศอ.บต.) ที่วันนี้มีรอง เลขาธิการ ศอ.บต. เกษียณอายุราชการ 2 คน แต่ยังไม่มีการ”แต่งตั้ง”คนใหม่ เพื่อเข้ามาทำหน้าที่ ทั้งที่ “ศอ.บต. เป็นหน่วยงานสำคัญใน”มิติการพัฒนา”และแก้ปัญหาในเชิง”สังคมจิตวิทยา”ข่าวว่า ตำแหน่ง”รองเลขาธิการ ศอ.บต. มีการ”วิ่งกันฝุ่นตระลบ” มีชื่อของ”ก้องสกุล จันทราช”รอง ผวจ.พัทลุง มาเป็นอันดับ 1 ตามด้วย”สนั่น สนธิเมือง” รอง ผวจ.ปัตตานี,พ.จ.ท.อนันต์ บุญสำราญ” รอง ผวจ.ยะลา และ”ปรีชา นวลน้อย” รอง ผวจ. นราธิวาส ก็ฝากไว้ว่า นอกจาก”พิจารณา” คนที่มาจาก”กรมการปกครอง” เพื่อเป็น”โซ่ข้อกลาง” เพื่อประสานงานระหว่าง”ศอ.บต. กับ”ฝ่ายปกครอง” ในพื้นที่แล้ว  ก็อย่างลืมให้”บำเหน็จ” คนใน “ศอ.บต.” ที่อยู่ในตำแหน่ง”ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต.” ได้ขึ้นเป็น”รองเลขาธิการ”ด้วย….และในส่วนตำรวจระดับ “ผู้บัญชาการ” ก็”ลงตัว” แล้ว ผบช.ภ.8 ยังคงเป็น” พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิต” ที่”นาย” ยังไว้วางใจให้ดูแล”พื้นที่เศรษฐกิจ” หัวเมืองท่องเที่ยว เป็นปีที่ 2 ส่วน ผบช.ภ.9 เป็นของ “ปิยวัฒน์ เฉลิมศรี” ที่ขยับจากรอง ผบช.ภ. 9 ขึ้นมา นายตำรวจคนนี้ ผ่านงาน ผ่านตำแหน่งต่างๆ ในพื้นที่มานาน โดยเฉพาะในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่ง”ประชาชน” คงจะ”ฝากฝีฝากไข้” ได้อยู่  และต่อไปก็เป็นการ”โยกย้าย” ระดับ ผบก. และ ผกก. ที่ถือเป็น ตำแหน่ง สำคัญ ในการ”บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ให้กับ ประชาชน

งานหนักของ “ภาคใต้ตอนล่าง”นอกจากเรื่องของ”ความมั่นคง” การ”ก่อการร้าย” ใน สามจังหวัด และ 4 อำเภอของ จ.สงขลาแล้ว อีกเรื่อง ก็คือ”ปัญหาของยาเสพติด” ที่ทั้งเพิ่มขึ้นทั้ง”ผู้เสพ” และ”ผู้ค้า” โดยเฉพาะ จังหวัดที่มีพรมแดนที่ติดกับประเทศมาเลเซีย อย่าง จ.นราธิวาส ที่เป็น”ประตู”ในการ”ส่งออก” โดยการรับ”ยาเสพติด” จาก”แหล่งผลิต” มา”ซุกซ่อน” ไว้ในพื้นที่ ซึ่ง “ ผบช.ภ.9 คนใหม่ จะต้อง “แสดงฝีมือ”ในการ”ปราบปราม” ให้เป็นผลสำเร็จ…..เพราะทราบมาว่าทั้ง”เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ต่างให้ความสำคัญกับเรื่องการ”ปราบปรามยาเสพติด”  เพื่อให้เป็น”ชิ้นงานโบว์แดง” ของ “รัฐบาล” และแม้แต่” พ.ต.อ.ทวี สองส่อง” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ก็ให้ความสำคัญในเรื่องการแก้ปัญหายาเสพติด ทุกครั้งที่ลงพื้นที่ “จังหวัดชายแดนภาคใต้” สิ่งที่ถูก”หยิบยก”จาก “ประชาชน” ในพื้นที่ เพื่อให้ รัฐบาลแก้ปัญหาคือเรื่องของ”ยาเสพติด” ก็ต้องติดตามดูกันยาวๆ ว่า พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. จะทำให้ “ตำรวจ” ทั้งประเทศ”ตระหนัก” และ”ใส่ใจ”เรื่องการ”ปราบปรามยาเสพติด”อย่างไร เพราะยังมีคนในเครื่องแบบ”สีกากี” จำนวนหนึ่งที่ยัง”หาผลประโยชน์” กับขบวนการค้ายาเสพติด…..โดยเฉพาะใน”จังหวัดชายแดนภาคใต้” ที่”รายชื่อผู้ค้า” มีทั้ง”คนในเครื่องแบบ” และ”ผู้นำท้องที่”และ”ท้องถิ่น” รวมอยู่เป็นจำนวนไม่น้อย ประเด็นของ”ผู้นำท้องที่-ท้องถิ่น” ผู้ว่าราชการจังหวัด และ นายอำเภอ ต้องกล้าที่จะ”ลงดาบ” ไม่ใช้แค่เพียง”ตรวจฉี่” ในวันประชุมประจำเดือนเพียงอย่างเดียว……ส่วนนายตำรวจที่เป็น ผบก.มาแล้ว 3 ปี ในพื้นที่ของภาคใต้ตอนล่างที่อยู่ในข่ายต้อง”ลุกขึ้น”จากที่เดิมเช่น ” พล.ต.ต.วรา เวชชาภินันท์ ผบก.ภ.จว.สงขลา พล.ต.ต. ตานิตย์ รามดิษฐ์ ผบก.ภ.จว.พัทลุง พล.ต.ต.พิชวุฒิ สงวนสมบัติศิริ ผบก.ภ.จว.สตูล ถ้าไม่ขึ้นตำแหน่ง รองผู้บัญชาการ ก็ต้อง”วิ่งเต้น” หาตำแหน่งใหม่ โดยเฉพาะผู้ที่เหลืออายุราชการเพียง 2 ปี ไม่มีใครอย่างได้ตำแหน่ง “รองผู้บัญชาการ” ก็ต้อง”ออกแรง” วิ่งเต้นเพื่อ”ต่ออายุ” ในตำแหน่งเดิม ให้ได้

ตรวจดูรายชื่อของ”คณะกรรมการวิสามัญ”สันติภาพ” ที่มาจากการเสนอชื่อของแต่ละพรรคการเมือง เพื่อการ”ออกแบบ” แผน”สันติภาพ”จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เห็นชัดคือ มีภาคส่วนของ”ฝ่ายการเมือง” และ”นักวิชาการด้านสันติภาพ” และ”ภาคประชาสังคม” ทั้ง “สามส่วน” มีความ”โน้มเอียง”  ที่ขาดความ”เป็นกลาง” มีเพียง ตัวแทนของ”ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่าง”นันทพงศ์ สุวรรณรัฐ” ที่มี”ข้อมูล”ของ”ขบวนการบีอาร์เอ็น” และมีความ”เป็นกลาง” ที่”รอบด้าน” ในขณะที่ตัวแทนของ”กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” ไม่มีเลย โดยเฉพาะ”ตัวแทนไทยพุทธ” ในพื้นที่”ว่างเปล่า” นี่คือสิ่งที่”น่าเป็นห่วง” สำหรับแผน”สันติภาพ” ที่จะเป็น”แม่แบบ” ของการดับ”ไฟใต้” …..อีกประเด็น ที่ต้องติดตามในเรื่องของ”ไฟใต้” ในขณะที่”รัฐบาล” ยังไม่มี”ทีท่า”ในการ”ขยับหมาก”บน”กระดาน”ของ”โต๊ะพูดคุยสันติภาพ” ระหว่าง”รัฐบาลไทย”กับ”ขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็น” ที่ล่าสุด”โฆษก”ของ”บีอาร์เอ็น” ก็”จุดไฟใต้” ด้วยการออก”แถลงการณ์” เรื่องการ สนับสนุนการทำสงครามระหว่าง”กลุ่มก่อการร้ายฮามาสกับอิสราเอล” และ โยงเอา ปัญหาของ”จังหวัดชายแดนภาคใต้” ด้วยการ”ปลุกระดม” ให้มีการต่อสู้เพื่อ”ขับไล่”ผู้”ยึดครอง”ออกจากพื้นที่ เห็นหรือยังว่า”บีอาร์เอ็น” หยิบ”ทุกเม็ด” ทุกประเด็น”ในการ”ปลุกระดม”ให้เกิดเหตุ”รุนแรง” ใน สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ดังนั้นแผนการสร้าง”สันติภาพ” อย่าง”โลกสวย” แต่ต้องตั้งอยู่บนฐานของ”ความจริง”

หาก”สงคราม”เกิดการ”ลากยาว” ใน”แผ่นดิน”ตะวันออกกลาง” พล.ท.ศานติ ศกุลตนาค” แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ก็อย่าได้”นิ่งนอนใจ” ว่าจะไม่มีเหตุการณ์”ก่อการร้าย” เกิดขึ้นในภาคใต้จาก “น้ำมือ” ของ” กลุ่มก่อการร้ายสากล” ที่อาจจะ”โจมตี” เป้าหมายที่เป็น”กิจการ”ของชาว”อิสราเอล” ในภาคใต้ ซึ่งมีอยู่ไม่น้อยใน”เมืองท่องเที่ยว” ภาคใต้ตอนบน อย่าลืมว่า”รัฐบาลมาเลเซีย” ที่เป็น”เพื่อนบ้านของไทย” ประกาศอย่างเป็นทางการ ในการให้การสนับสนุนปาเลสไตน์ อย่างเต็มที่ นะวัง ป้องกัน และ”ซีลแนวชายแดน” ด้าน นราธิวาส. สงขลา” และ”สตูล” ให้ เข้มข้น อย่าเปิด”ช่องทาง” ให้ กลุ่มก่อการร้ายสากล เข้ามา อย่าประมาทด้วยประการทั้งปวง

หลังการ”สับเปลี่ยน” หน้าที่ให้”บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ไปทำหน้าที่ด้าน”ความมั่นคง” และให้”พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร.ทำหน้าที่”ฝ่าย”สืบสวน” สิ่งที่ต้องติดตามคือความคืบหน้าของคดี”นายทุนบุกรุกที่อุทยาน”บนเกาะหลีเป๊ะ อ.เมือง  จ.สตูล ว่าจะ”เดินหน้า” อย่าง”เข้มข้น” ในแบบฉบับของ”บิ๊กโจ๊ก” ด้วยการ”ยึดที่ดินคืนอุทยาน” และ”เอาผิดกับผู้บุกรุก” ด้วย”กฎหมาย” หรือไม่ เรื่องนี้อยู่ในความสนใจของชาวจังหวัดสตูล…..ส่วนเรื่องการ”บุกรุกโบราณสถานเขาแดง” อ.สิงหนคร จ.สงขลา ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง เพราะ”ตระกูลนักการเมืองท้องถิ่น” และ”บุคคล”ที่เกี่ยวข้องถูกส่ง”ฟ้องศาล” เป็นที่เรียบร้อย ดังนั้นเรื่องทั้งหมดจึงอยู่ที่”ขบวนการยุติธรรม” จะเป็นผู้”พิจารณา” เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่”บิ๊กโจ๊ก” ทำประโยชน์ให้กับ”บ้านเกิด” อ.สิงหนคร. จ.สงขลา อย่างเต็มที่ และประชาชนชาวสงขลา ฝาก”ขอบคุณ” มา ณ ที่นี้ด้วย

ไม่ได้เห็นรายชื่อ”ผู้มีอิทธิพล” ในมือของ”ชาดา ไทยเศรษฐ์” รมช. มหาดไทย ผู้ที่ “อนุทิน ชาญวีรกุล “รอง นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีมหาดไทย ให้เป็นผู้รับผิดชอบ”ผู้มีอิทธิพล” ว่ามีใครบ้าง แต่ถ้า”ขบวนการค้าน้ำมันเถื่อน” เป็นผู้มีอิทธิพล” และ”ขบวนการค้าวัวเถื่อนส่งต่างประเทศ” อยู่ใน”ข่ายผู้มีอิทธิพล” ก็ขอแจ้งให้ทราบว่า ทั้งสอง”ขบวนการ” ไม่มีความ”เกรงกลัว” กฎหมายการปราบปรามผู้มี”อิทธิพล” แม้แต่น้อย เพราะยังดำเนินการกับเรื่อง”ผิดกฎหมาย” อย่างเป็น”ปกติสุข”……เช่นเดียวกับ”ขบวนการค้าน้ำมันเถื่อน” ด้วย”ขบวนรถหัวลาก” ที่วิ่ง”ระหว่างประเทศ” ก็คงจะไม่ถูก”ขึ้นบัญชี” เป็นผู้มี”อิทธิพล” เพราะ ยังคง”เดินหน้า” ในการค้า”น้ำมันเถื่อน”เหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง

ตื่นช้า แต่ก็ดีกว่า”หลับยาว” เมื่อ”เกียรติศักดิ์ พุฒพันธ์ ผอ.สำนักไต่สวนการทุจริตภาคการเมืองและองค์กรตามรัฐธรรมนูญ รักษาราชการแทนผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ปปช.ภาค 9 ได้ฤกษ์ แถลงข่าวต่อ”สื่อมวลชน” เรื่องการ”ทุจริต”ในการก่อสร้าง”อควาเรี่ยมหอยสังข์”( ศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเลสาบสงขลา ) ที่ถูก”ทิ้งงาน”โดย”ทิ้งร้าง”นานกว่า 15 ปี มีการเบิก”งบประมาณ”ไปแล้ว 1,400 ล้านบาท ข่าวว่ามีผู้ตกเป็นผู้ต้องหาในการ”ทุจริต” ถึง 29 คนด้วยกัน…..หลังเดินทางมารับตำแหน่ง “ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา” เห็น”สมนึก พรหมเขียว” ลงพื้นที่ อ.สะเดา ซึ่งเป็น”บ้านเกิด ด้วยการติดตามการก่อสร้างด่านศุลกากรแห่งใหม่ของ อ.สะเดา เพื่อให้สามารถเปิดใช้งานได้ เพราะ”ด่านศุลกากรสะเดา” แห่งนี้ มีปัญหามากมาย ตั้งแต่เรื่องของ”ถนนในการเชื่อมต่อกับทางหลวงแผ่นดิน” และการเชื่อมต่อกับ”ด่านศุลกากรมาเลเซีย”ที่ยัง”คาราคาซัง” ก็เห็นด้วยนะ กับการแก้ปัญหาเพราะ”การค้าชายแดน” ด่านศุลกากร อ.สะเดา จ.สงขลา มีมูลค่าเป็นอันดับ 2 ของประเทศ รวมทั้งจำนวน”นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย” และประเทศอื่นๆ ที่เดินทางผ่านพรมแดนอำเภอสะเดา จ.สงขลา ก็มาเป็นอันดับ 2 เช่นกัน

ถ้าจะให้การ พัฒนา ชายแดนทำได้แบบ”ครบวงจร”  ผู้ว่าราชการจังหวัด ก็อย่าลืมไปดูปัญหาของ”ด่านพรมแดนบ้านประกอบ” อ.นาทวี จ.สงขลา ที่ทุกวันนี้กลายเป็น”ด่านพรมแดนที่โลกลืม” เพราะ นักการเมืองท้องถิ่น และ นักการเมืองระดับชาติ ไม่เคยนำเรื่องการ”พัฒนาด่านพรมแดนบ้านประกอบ” เพื่อ”ผลักดัน” ให้เป็นเมืองที่มี”การค้าชายแดน” เพื่อสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจให้กับ จ.สงขลา…..และเรื่องของ”อควาเรี่ยมหอยสังข์” ที่กลายเป็น”ประติมากรรม”แห่งความ”อัปยศ”ของคนสงขลา ก็เป็นอีกเรื่องที่”สมนึก พรหมเขียว” ต้องเข้าไปมี”ส่วนร่วม” ว่าจะดำเนินการอย่างไร” สร้างต่อ” เพื่ออย่าให้งบประมาณที่ถมลงไปแล้ว 1,400 ล้าน กลายเป็น”อาคารร้าง”ที่”สูญเปล่า” หรือ”ไม่สร้างต่อ” แต่”ปรับเปลี่ยน” ให้”อควาเรี่ยมหอยสังข์” ใช้ประโยชน์อย่างอื่นที่ไม่ใช่ศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ก็ได้…..อีกเรื่องที่เป็น”ทัศนอุจาด” ใน”ทะเลสาบสงขลา” คือ”สุสานเรือประมงเวียดนาม” ที่ “คดีสินสุดแล้ว” แต่ไม่มีการ”จัดการกับของกลาง” เรื่องนี้ ไม่ใช่หน้าที่ของ”ผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตรง” แต่ในฐานะของ”พ่อเมือง” ก็ต้อง”บูรณาการ”กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะ”จัดการ”อย่างไร เพราะความ”สวยงาม” ของบ้านเมือ

และ บรรทัดนี้ผู้เขียนขอแสดงความยินดีกับ พล.ต.ท.ปิยวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 คนใหม่ และ พล.ต.ท. พัฒนาวุฒิ อังคนาวิน  ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็น “ข้าราชการการเมือง” ตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และเชื่อมั่นว่า จะสามารถ”ช่วยงาน”ของประเทศชาติได้อย่างแน่นอน…..แล้วพบกันใหม่วันศุกร์หน้า สวัสดีครับ

ไชยยงค์ มณีพิลึก