วันพุธ, 13 พฤษภาคม 2569

สังคมภูมิภาคใต้ตอนล่าง…วัดใจรัฐบาลใจกล้าหรือเปล่า! รื้อโครงสร้าง “ไฟฟ้า-น้ำมัน”

จับตาดู “รัฐบาลนิดหนึ่ง” ที่มี”เศรษฐา ทวีสิน” ทำหน้าที่”นายกรัฐมนตรี” ในการนำพา”ประเทศไทย” และ”คนไทย” ไปในทิศทางของการ”อยู่ดีกินดี” นั้นหมายถึงต้องทำเรื่องการ”กระตุ้นเศรษฐกิจ”ภายในประเทศให้ประสบความสำเร็จ และต้องมีความสำเร็จในเรื่อง”การส่งออก” สินค้าไปยังต่างประเทศ รวมทั้งการนำ”กลุ่มทุน” จากประเทศอื่นๆเข้ามา”ลงทุน” ในประเทศไทยให้เพิ่มมากขึ้น….. ทั้งหมดคือ”งานช้าง” ของ”รัฐบาลชุดนี้ และของ”เศรษฐา ทวีสิน” ที่ ณ วันนี้ ผ่านไปแล้ว 3 เดือน ยังมองไม่เห็น”แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์” การเดินทางไปเป็น”เซลล์แมน” ในหลายประเทศ เป็นการได้”พบปะ” กับ”กลุ่มทุน และเขารับปากว่า”จะมาลงทุน” แต่มาจริงหรือไม่เป็นเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น เรื่อง”กระตุ้นการท่องเที่ยว” โดยใช้นโยบาย”ฟรีวีซ่า” กับ”นักท่องเที่ยวจีน” ก็ไปไม่ถึง”ฝั่งฝัน” ตามที่”คาดหวัง”ไว้ เรื่อง”แจกเงิน 10,000 บาท ให้กับ”ประชาชนใช้จ่าย” หรือ”ดิจิตัลวอลเล็ต” ที่เคยคิดว่าง่ายเหมือน”ปอกกล้วยเข้าปาก” ก็กลายเป็น”งานยาก” มีปัญหา”งอกราก” ออกมามากมาย จนกลายเป็น”ลูกผีลูกคน” และ “ล่าช้า” ไม่ทันการณ์กับเรื่อง”เศรษฐกิจ-ปากท้อง” ที่ยังไม่”กระเตื้องขึ้น” ในขณะที่”ตลาดหุ้นยังรูดทะราด” แบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และแม้แต่ตลาด”อสังหาริมทรัพย์” ที่เคย”อู่ฟู่” เพราะ กลุ่มทุนจีน” หลังจากมีการ”ปราบปรามจีนเทา” ตลาดบ้าน และ คอนโด ก็ “ซบเซา” ทั้งประเทศ

ขณะที่เรื่องของ”ราคาน้ำมัน” และ”ราคาค่าไฟฟ้า” ที่เคยหาเสียงในการเลือกตั้งที่ผ่านมาว่า”ลดทันที” ที่เป็นรัฐบาล ที่มีการลดก็จริงแต่เป็นการ”ลดภาษี” และลด”ค่าหน่วย”  ไม่ได้ไป”แตะที่โครงสร้าง” ของ”ผู้ผลิต” ที่เป็น”กลุ่มทุน” เพราะ”รัฐบาล” และ”กระทรวงพลังงาน” ยังปล่อยให้”ราคาน้ำมันขึ้น-ลง เป็นรายวัน” ภาษีที่ลดลงไป 2 บาท เมื่อน้ำมันใน”ตลาดโลก”ปรับตัวสูงขึ้น  โดย “โรงกลั่น-คลังน้ำมัน” ก็ปรับราคาตามการขึ้นของตลาดโลก สำหรับน้ำมันดิบ และตลาด”สิงคโปร์” สำหรับน้ำมันสำเร็จรูป การลด”ภาษีน้ำมัน” ก็ไม่ได้ช่วยให้”ประชาชน” ใช้น้ำมันในราคาที่ถูกลง….เช่นเดียวกับ”ค่าไฟฟ้า” ที่มีการ”ให้ข่าว” ว่าจะมีการ”ปรับขึ้น”ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าถึง”หน่วยละ 4.9 บาท เล่นเอา”ช็อก” ประเทศ ไม่เว้นแม้แต่” “นายกรัฐมนตรี” และ”รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน” ก็เห็นด้วยนะกับ” พีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาคย์”เสนาบดีกระทรวงพลังงาน ที่จะ”ซื้อไฟฟ้าจาก สปป.ลาว ที่ถูกกว่า และเห็นด้วยกับการใช้”กฎหมาย” กับ”โรงกลั่น” ส่วนเรื่องการนำเข้า”น้ำมันเสรี” ที่เคยเป็น”ไอเดีย” ของ”เสนาบดีกระทรวงพลังงาน” คอลัมน์นี้” แย้งไว้ตั้งแต่เห็น”ไอเดีย” ว่าทำไม่ได้นั้น สุดท้ายก็ทำไม่ได้จริงๆ เพราะ”ตลาดน้ำมันของประเทศไทย” อยู่ใน”กำมือของกลุ่มทุน” และความ”ยุ่งยาก”ของ”กฎหมาย” ของ”ระเบียบปฏิบัติ” มากมายของ”ราชการ” ที่ไม่”เอื้อ” ให้มีการนำเข้า”น้ำมันจากต่างประเทศอย่างเสรี,นั้นเอง เรื่องของ”กลไกการค้าน้ำมัน”ที่”บิดเบี้ยว”  นักกฎหมาย อดีต”ผู้พิพากษา” อย่าง” พีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาคย์” คงมองทะลุ แต่กล้าในการ”แก้” หรือไม่เท่านั้น  ดังนั้น 3 เดือน ของ”เศรษฐา ทวีสิน” ในตำแหน่ง” นายกรัฐมนตรี” จึงเต็มไปด้วยปัญหาที่”มะรุมมะตุ้ม” จนกลบความ”สว่างไสว” ไปโดยสิ้นเชิง

ดังนั้น “รัฐบาลนิดหนึ่ง” จึงต้อง”กลบข่าว”ความไม่”ก้าวหน้า”ในเรื่องของ”เศรษฐกิจ” ด้วยการ “ผลักดัน” การ”แจกการให้” เช่นการ”แจกโฉนด สปก.เป็นของขวัญปีใหม่  และการ “แจกเงินให้ชาวนาไร่ละ 1,000 บาท แจกชาวไร่อ้อย 120 บาทต่อตัน และอีกหลายโครงการที่จะ”ทยอย” ออกมา แต่ถ้าหาข้อข้อมูลในเชิงลึก จะพบว่า ณ วันนี้คนส่วนใหญ่ของประเทศ ต้องการเห็นความ”เปลี่ยนแปลง” ของ “สังคมไทย”โดยการนำพาประเทศไปสู่”สังคมที่ดี” ปลอดจาก”คอร์รับชั่น” ปลอดจาก” ยาเสพติด” มากกว่าที่จะเห็นการบริหารประเทศแบบ”แจก-แถม” ที่เป็น”การเมือง”แบบเก่าๆที่ไม่สามารถ”เปลี่ยนแปลง”ประเทศไปสู่สิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการ แต่ก็น่าจะ”ผิดหวัง” เพราะ”เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรี ได้พูดอย่างชัดเจนแล้วว่าจะไม่มีการ”ปฏิรูป”ใดๆทั้งสิ้น เมื่อไม่”ปฏิรูป” ก็ย่อมไม่เห็นการ”เปลี่ยนแปลง” ดังนั้น “ประเทศไทย” จึง”ย่ำเท้า” อยู่กับ” สังคมเก่าๆ การเมืองน้ำเน่า” กันต่อไป

วันก่อนพบกับ”พิพัฒน์ รัชกิจประการ” เสนาบดีกระทรวงแรงงาน ที่แสดงความเป็นห่วง”ตัวประกันชาวไทย” ที่ยังอยู่กับ”กลุ่มฮามาส” อีก 8 ชีวิต เรื่องการ”ช่วยตัวประกัน” อยู่นอกเหนือ”หน้าที่”ของกระทรวงแรงงาน ดังนั้นจึงต้อง”ลุ้น” ให้”รัฐบาล” และ”กระทรวงการต่างประเทศ” รวมทั้ง”หน่วยงาน” ที่มีหน้าที่โดยตรงเป็นผู้ดำเนินการ ในส่วนของ”แรงงาน” ที่เดินทางกลับมาแล้ว และ”ตัวประกัน” ที่ได้รับการปล่อยตัวกลับมาประเทศไทย เป็นหน้าที่ของ”กระทรวงแรงงาน” ในการให้ความช่วยเหลือ ซึ่งขณะนี้”กระทรวงแรงงาน”ได้เข้าไป ดูแล และ ให้การ”ช่วยเหลือ”อย่างเต็มกำลังความสามารถ…..คิดได้อย่างไรกับเรื่อง”ยกเลิกดิวตี้ฟรีขาเข้า” สำหรับนักท่องเที่ยว ที่อนุญาตให้”ซื้อเหล้า-บุหรี่” คนละ 1 ขวด คนละแถว และไปลด”ภาษี เหล้า-บุหรี่”” ในประเทศ เพื่อเป็นการ”เพิ่มรายได้” หรือเป็นการทำให้”นักท่องเที่ยว” หายไป ใครที่เป็น”ต้นเรื่อง” ในการ”คิดเรื่องนี้” ก็ไม่ต่างกับที่เคยคิดให้”ตำรวจจีน” มาดูแล”นักท่องเที่ยวจีน” ที่เข้ามาเที่ยวในประเทศไทย คำ”พังเพยจีน”เขาเรียกคนประเภทนี้ว่า”เจี๊ยะป้าบ่สื่อ” คือ”กินอิ่มแล้วไม่มีงานทำ”

คดีของ”แป้ง นาโหนด” หรือ” เสี่ยแป้ง” หรือ” เชาวลิต ทองด้วง” นับตั้งแต่”หลบหนีจาก รพ.นครศรีธรรมราช” จนถึงวันนี้ 50  วันเข้าไปแล้ว ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” ยังหาตัว”แป้ง นาโหนด” ไม่เจอ และยังไม่กล้าที่จะ”ฟันธง” ว่า” แป้ง นาโหนด” อยู่ใน “ประเทศไทย” หรือใน “ต่างประเทศ” แต่ที่”แป้ง นาโหนด” สร้างความ”ยับเยิน” ให้เกิดขึ้นกับ “สังคมไทย” คือการ”ตอกย้ำ” ให้เห็นถึง”ขบวนการยุติธรรม” ที่”ล้มเหลว” ตั้งแต่”ต้นน้ำ-จนถึง”ปลายน้ำ” ที่ต้อง”สอบสวนทวนความ” ให้เป็นผลสำเร็จ” คือการ”เรียกรับสินบน” ของ “เจ้าหน้าที่” การ”ซื้อ-ขาย สำนวน” ของผู้ที่ทำผิดที่เกี่ยวพันไปทั้ง”ขบวนการยุติธรรม” ที่สำคัญ”เท็จจริง” ยังต้อง”ตรวจสอบ” แต่ วันนี้” ประชาชน” เลือกที่จะเชื่อคำพูดของ”แป้ง นาโหนด” และออกมาเป็น”กองเชียร์” ของ”แป้ง นาโหนด” เหมือนกับเป็น”ฮี่โร่” ของคนไทยไปแล้ว นี่คือสิ่งที่ผู้นำประเทศ “เสนาบดี” และ “หน่วยงานใน”ขบวนการยุติธรรม” ต้องมีการ”สำเหนียก”……เรื่องของ”แป้ง นาโหนด” ยังไม่จบง่ายๆ เพราะล่าสุด” พี่ชาย” ของ”แป้ง นาโหนด” ที่ รับราชการในสำนักงานป่าไม้ ในพื้นที่ “เขาบรรทัด”  จ.พัทลุง เข้าพบ”ทนายความ” เพื่อเรียกร้องความ”ผิด-ถูก” ที่เขาถูก ตำรวจ  สภ.เมืองพัทลุง นำกำลังไปตรวจค้นบ้านพัก และนำตัวมาสอบสวน ก่อน”แจ้งข้อหา” ในการให้การ”ช่วยเหลือ” ให้”แป้ง นาโหนด” หลบหนี ซึ่งเขาอ้างว่าเป็นการ”ปฏิบัติหน้าที่ที่ไม่เป็นธรรม” กับเขาและครอบครัว  เรื่องการใช้”อำนาจ”เกิน”ขอบเขต”ของ “ตำรวจ” พล.ต.ต.ณัฐกรณ์ กาญจนาภรณ์ ผบก.ภ.จว.พัทลุง คนใหม่ ต้องมีการ”ตีกรอบ” ให้ชัดเจน เพราะยุคนี้เป็นยุค”โซเชียลมีเดี่ย” ไม่ใช่”ยุคมืด” ที่ทุกอย่างถูกปิดเป็นความลับได้

ที่สำคัญ ใน 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง วันนี้เหลือเพียง”พัทลุง” จังหวัดเดียว ที่ยังมี”วัฒนธรรมเก่า” เช่นมีการ”ลักวัว” มี”ซุ้มมือปืน” มี”เจ้าพ่อ” มี”นักการเมืองอิทธิพล” มี”ปืนกองกลาง” เพื่อใช้ในการ”ทำงาน”  สิ่งเหล่านี้ “ผู้ปกครอง” ทั้งฝ่าย “ปกครอง”และ” ตำรวจ” รวมทั้ง”นักการเมือง” ( รุ่นใหม่ ) ต้องช่วยกันทำให้ หมดไปจาก” พัทลุง” เหมือนกับที่เคยเอารูปปั้นของ”ชั้งกั้ง” ไปโยนทิ้ง หรือ”พัทลุง” จะมีการ”ต่อยอด” ตั้งแต่ยุคของ”รุ่ง ดอนทราย-มาถึง “ดำ หัวแพร” และส่งต่อให้กับ”แป้ง นาโหนด” อย่างนั้น ก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องที่ดีนะ…..เรื่องของ”แป้ง นาโหนด” ประเด็นสำคัญคือ”กลุ่มตำรวจ” ที่ทำตัวเป็น”ลมใต้ปีก” สร้างให้”แป้ง นาโหนด” จาก คนธรรมดา มาเป็น”นักเลง” ผู้มี”อิทธิพล” ที่วันนี้ ยัง”อยู่ดีกินดี” ทั้งที่ควรจะได้รับการ”พิจารณาโทษ” ที่เป็น”เจ้าหน้าที่ “ซึ่งใช้”อำนาจหน้าที่” ในการ”แสวงหาผลประโยชน์” และยังเป็น”หนอนบ่อนไส้” ในการนำ”แป้ง นาโหนด” หลบหนีอย่าง”ลอยนวล” ในครั้งนี้    เรื่องนี้” พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ต้อง “เอาจริง” สาวถึงใครต้องได้รับโทษทุกคน…..ในขบวนการ “สืบสวนสอบสวน” ระบุว่า” แป้ง นาโหนด” หลบหนีจาก” อ.ตะโหมด จ.พัทลุง ไปยัง อ.ละงู  จ.สตูล มีรายละเอียดแม้แต่”ท่าเรือ” ที่”แป้ง นาโหนด” ลงเรือเพื่อหลบหนีคือท่าเรือ”บากันโต๊ะทิด” แต่ ในการ “จับกุม” จนถึง วันนี้ ยังไม่เห็น “ตำรวจ” ได้ จับกุม ผู้ร่วมทำผิด หรือ”ยึดยานพาหนะ ในการนำ”แป้ง นาโหนด” หลบหนีแต่อย่างใด นี่แสดงให้เห็นว่า ทีมที่พา”แป้ง นาโหนด” หลบหนีเป็นผู้”ทรงอิทธิพล” ที่ ตำรวจ ไม่กล้าแตะต้อง แน่นอนว่า ขบวนการคุ้มครอง”แป้ง นาโหนด” ต้องมีการระมัดระวัง”แป้ง นาโหนด” ยิ่งกว่า” ไข่ในหิน” เพราะวันไหนที่”แป้ง นาโหนด” ตกอยู่ในมือ”ตำรวจ” รับรองว่า “ความลับ” ที่”แป้ง นาโหนด” เปิดเผย จะทำให้มี”ใครบางคน”ต้องอยู่ในอาการ”ตายยกรัง” ชัวร์

ยังจับกุมได้ทุกวัน สำหรับชาว”เมียนมา” ที่ “หลบหนีเข้าเมือง” จาก ชายแดนภาคเหนือ และอื่นๆ เพื่อเดินทางไปยัง”ประเทศมาเลเซีย” โดยวิธีการเดิมๆ คือ”ซ่อนตัว” มากับรถกระบะ ที่มี”คนไทย” เป็นผู้”รับจ้าง” จับเท่าไหร่ก็ไม่หมด ตราบใดที่”มาเลเซีย” ยัง”อ้าแขนรับ” แรงงานเถื่อน เหล่านี้ ก็ฝากให้ พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุข” ผบก.ตม.6 หาทางแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นให้”ถูกที่ถูกทาง” หรือไม่ก็ เสนอให้ “รัฐบาลนิดหนึ่ง” มีการ”พูดคุย” กับ”รัฐบาลมาเลเซีย” ในเรื่อง”แรงงานเถื่อน” ที่ “มาเลเซีย”ต้องการ” แต่การเดินทาง”ผิดกฎหมายของประเทศไทย”

โยกย้ายใน กองบัญชาการตำรวจภาค 9  ครั้งนี้ มีหลายตำแหน่งที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในตำแหน่ง” ผกก.” ที่เป็น”ทำเลทอง” อาทิ. อ.เบตง จ.ยะลา ที่ “พ.ต.อ.ณรงค์ ดูดิง” จาก”สภ. ทุ่งยาแดง จ.ปัตตานี  ถูกวางตัวเป็น” ผกก.สภ.เบตง จ.ยะลา “ พ.ต.อ.สุจริต เพชรจอม “ ผกก.สภ.คลองหอยโข่ง ย้ายไปเป็น ผกก.สภ.สะเดา จ.สงขลา ส่วน” พ.ต.อ.ภูวรา แก้วพารัตน์” ผกก.สภ.สะเดา ที่ อยู่ในตำแหน่งได้ปีเดียว ถูกส่งกลับถิ่นเดิมเป็น ผกก.สภ.ทุ่งตำเสา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่”เซอร์ไพร์” คือ “พ.ต.อ.เจษฎาวิทย์ อินประพัฒน์” จาก ผกก.สภ.เมือง มุกดาหาร มาเป็น” ผกก.เมือง สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เมืองชายแดน ที่เป็นที่”หมายปอง”ของ”ตำรวจ” …..ส่วน “พ.ต.ต.พิเชษฐ์ สมรรคจันทร์ “ผกก.สภ.คลองแงะ อ.สะเดา จ.สงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่”ทางเสือผ่าน” ขยับขึ้นเป็น รอง ผบก. ภ.จว.สตูล ก็ ยินดีด้วย และยินดีกับ “พ.ต.อ.เดชาวุธ เจ๊ะเต๊ะ “ ผกก.สภ.กระพ้อ จ.ปัตตานี ที่ได้มานั่งเก้าอี้ ผกก.สภ. คลองแงะ อ.สะเดา จ.สงขลา  ส่วน “พ.ต.อ.พงศ์พศิษฐ์ ทองด้วง “ผกก.สภ.บางกล่ำ  จ.สงขลา ที่ก่อนหน้านี้มี”ลมใต้ปีก” จากนักการเมือง”ค่ายประชาธิปัตย์” หนุนให้เป็น ผกก.สภ.สะเดา จ.สงขลา  แต่เพราะนามสกุล”ทองด้วง” โยกย้ายครั้งนี้จึงถูกขยับไปเป็น ผกก.สภ.รัษฎา จ.ตรัง และ “พ.ต.อ.สุชาเวชช์” ธานีไทย ผกก.สภ.มูโนะ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ที่เป็นพื้นที่”พลุระเบิด” และมี”คนตาย” มีความเสียหายกว่า 300 ล้านบาท ไปเป็น ผกก.บก.สส. จชต.

บรรทัดนี้ ขอแสดงความยินดีกับ” พ.ต.ท.มาชา แก้วทอง “ รอง ผกก.ป.สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เที่ยวนี้ได้ขยับขึ้นเป็น ผกก.สส 3  บก.จชต. และ” พ.ต.ท. ถาวร ผลกล้า “รอง ผกก.ป.สภ.เมือง สงขลา นายตำรวจผู้ที่”ไร้เส้นสาย” เป็น รอง ผกก.มา 15 ปี ได้ ขยับไปรับตำแหน่ง ผกก.สภ.โกตาบารู จ.ยะลา “เฮ้อ ได้เป็น”ผู้กำกับแล้ว” ยินดีนะ ส่วน “ผู้กำกับ” ที่ยัง”รักษาตำแหน่งไว้ได้ โดยขออยู่ที่เดิม” อาทิ.” พ.ต.อ.ภูมิ บาลทิพย์” ผกก.สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา “พ.ต.อ. บันเทิง เหล่าสุวรรณ” ผกก.สภ.เมือง สงขลา” พ.ต.อ.บัญฑูร  เทพสุวรรณ  “ผกก.สภ.คอหงส์ จ.สงขลา “พ.ต.อ.คมเทพ เปาอินทร์ “ ผกก.สภ.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา  นี่คือตำรวจ”สายแข็ง” สำหรับ” พ.ต.อ.ดุสิต พรหมสิน” นักสืบมือดี”ยังอยู่ในตำแหน่งเดิม คือ ผกก.สส.ภ.จว.สงขลา เพื่อเป็นมือทำงานให้กับ “พล.ต.ต  เชาวลิตร เลี้ยงสุพงศ” ผบก.ภ.จว.สงขลา และโยกย้ายครั้งนี้นายตำรวจ”มือดี “ พ.ต.อ.อภิชาติ วรรณโก” หลุดจาก”กรุ” มาเป็น ผกก.สภ.สทิงพระ จ.สงขลา เมืองที่มีปัญหา”ยาเสพติด”และ”การลักขโมยผลผลทางการเกษตร จนต้องมีการตั้ง  ฉก. เพื่อการจับกุมคนร้าย ……และ “พ.ต.อ.บุญเลิศ ตรัสศิริ” ผกก.สภ.ควนโดน จ.สตูล นายตำรวจ”สายแข็ง”ของ จ.สตูล ก็ย้ายจาก”โรงพักควนโดน”ไปเป็น ผกก.สภ.ฉลุง อ.เมือง จ.สตูล ห่างจากที่เดิมแค่ 10 กิโลเมตร และที่น่าเห็นใจคือ” พ.ต.อ.ธเนศ สุขชัย” ผกก.ตม.จ.ภูเก็ต ที่ขอลาออกจากราชการ หลังมีคำสั่งให้ไปเป็น ผกก.ตม.จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเหมือกับการย้ายไป”ตบยุง” ทั้งที่ เป็น”นายตำรวจมือดี “ มีผลงานมากมายในการแก้ปัญหาใน เมืองท่องเที่ยวอย่าง ภูเก็ต

การโยกย้ายของ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ครั้งนี้ ฝีมือการ”ชง” ยังเป็นฝีมือของ” พ.ต.อ.ชุมพล ศักดิ์สุรีย์มงคล” ผบก. สส.จชต. ที่เป็น” มือขวา” ของ “เดอะโต้ง” พล.ต.ท.ปียวัฒน์ เฉลิมศรี  ผบช.ภ.9  และเที่ยวนี้มาแปลก เพราะ”ตั๋วหลายใบ” ในการ”โยกย้าย” ครั้งนี้ไปจาก” เสี่ย พ.พาน” นักธุรกิจ และ นักการเมืองท้องถิ่น ใน จ.สงขลา……เห็นบทบาทของ” นิพนธ์ คนขยัน “ สส.จ.บึงกาฬ พรรคเพื่อไทย ที่เห็นถึงความเดือดร้อนของ เกษตรกรชาวสวนยาง นำ “รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯ ไปพบชาวสวนยาง 4-5 ร้อย คน เพื่อให้ เกษตรกร ชาวสวนยางได้สะท้อนถึงความต้องการ และปัญหาของเกษตรกร ผิดกับ สส.ในภาคใต้ ที่มองไม่เห็น”ความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนยาง” ไม่เคย”ดูดำดูดี” ปล่อยให้ เกษตรกร ช่วยเหลือตนเองอย่าง”โดดเดี่ยว”…..โดยเฉพาะ หลังจากที่” นิพนธ์ บุญญามณี” ไม่มีบทบาทภายในพรรค  ข่าวคราวใน”เชิงบวก”ของ”ประชาธิปัตย์ ในพื้นที่ แทบจะ”เลือนหาย”ไปจากการ”รับรู้” ของประชาชน

พูดถึง”ประชาธิปัตย์” พรรคการเมืองของคนภาคใต้ เพราะ จำนวน สส. ที่ได้รับเลือกเข้ามา ยังเป็น”สส.ในพื้นที่ของภาคใต้มากที่สุด และ วันที่ 9 ธ.ค. นี้ ก็จะมีการประชุมเพื่อเลือก “หัวหน้าพรรค” และ”กรรมการบริหารพรรค” ซึ่งเป็นการ”แตกหัก”ระหว่างขั้วของ “เฉลิมชัย ศรีอ่อน” อดีต เลขาธิการพรรค ที่มี”กำลังหนุน” จากกลุ่ม สส.ภาคใต้ทั้งหมด โดยมี” เดชอิศม์ ขาวทอง “ รองหัวหน้าพรรค และ”ชัยชนะ เดชเดโช” รองเลขาธิการพรรค เป็นกำลังหนุน กับทีมของ” ชวน หลีกภัย,บัญญัติ บรรทัดฐาน,อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ”ซึ่ง หัวหน้าพรรคจะเป็นใครไม่สำคัญเท่า หลังจากที่พ้นการ”เลือกตั้ง” ในครั้งนี้ จะเห็นถึงความ”สะบั้นไมตรี” และ “แยกย้าย”กันเดินออกจากพรรคครั้งใหญ่อีกครั้งของพรรค”แม่ธรณีบีบมวยผม”ที่กำลังกลายเป็น”แม่ธรณีกันแสง” กับการ”แตกยับ” ของพรรคการเมืองเก่าแก่ของประเทศไทยที่อายุ 77 ปี มีหัวหน้าพรรคเพียง 8 คน และ 4 คน เป็นอดีตนายกรัฐมนตรี

เรื่องของการเมืองท้องถิ่น  ที่ถึงแม้จะยังเหลือเวลาอีก 1 ปี ครึ่ง จึงจะครบวาระการเลือกตั้ง องค์การบริหารส่วนจังหวัด ,เทศบาล ,อบต.” แต่ หลาย “ท้องถิ่น” มีการ”เคลื่อนไหว”กันแล้ว เช่นที่ เทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา “ พ.อ.พิเศษ สุชาติ จันทรโชติกุล” อดีต สส.สงขลา อดีตผู้สมัครนายก อบจ.สงขลา เปิดตัวบอกกับ ประชาชนให้ทราบแต่เนิ่นๆว่า จะลงสมัครเพื่อชิงตำแหน่ง” นายกเทศบาลนครหาดใหญ่” จาก” พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี” นายกเทศบาลนครหาดใหญ่ แน่นอน…..เช่นเดียวกับ “พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี นายกเทศบาลนครหาดใหญ่  จ.สงขลา ก็ ประกาศ”เสียงดังฟังชัด” ว่ายังพร้อมที่จะลงเพื่อป้องกันตำแหน่ง “นายกเทศมนตรีเทศบาลนครหาดใหญ่ “ เป็นครั้งที่ 2   แต่เรื่องที่ คนหาดใหญ่สนใจคือ”พรรคก้าวไกล” จะส่งใครลงเพื่อ”ชิงตำแหน่ง” นายกเทศบาลนครหาดใหญ่เพราะ”ก้าวไกล” ตั้งเป้าในการส่งผู้สมัครนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่อย่างแน่นอน  โดยมีผู้ยื่นความประสงค์ให้พรรคพิจารณาแล้ว 4 ราย ด้วยกัน…..เรื่อง”หมูเถื่อน”ในภาคใต้ ที่”ดีเอสไอ” มีการส่งเจ้าหน้าที่”ตรวจสอบ”ห้องเย็นทุกพื้นที่ และไม่พบ”หมูเถื่อน” เพราะเรื่อง”หมูเถื่อน” โด่งดังมานานเป็นเดือน ยังจะมี”ห้องเย็น” ที่ไหนจะโง่พอจะเก็บ”ของกลาง” ให้ถูกจับ เรื่อง”หมูเถื่อน” ที่กลายเป็น”หมูเด้ง” ด้วยการ”เลื่อนตำแหน่งให้ “ผอ.ดีเอสไอ”ไปเป็น”รองปลัดกระทรวงยุติธรรมเพื่อปราบปรามยาเสพติด ส่วนใครจะได้ขึ้นมาเป็น “อธิบดี ดีเอสไอ” ก็ต้องติดตามดู เพราะต้อง”รู้ทิศทางลม” ของ”รัฐบาลนิดหนึ่ง”ด้วย

แต่เรื่องของ”วัวเถื่อน” จาก อ.แม่สอด จ.ตาก ชายแดนไทย-เมียนมา ยังแก้ไม่สำเร็จ การ”ขนย้าย” วัว จาก”แม่สอด มาภาคใต้ และส่งข้าม”แม่น้ำสุไหงโก-ลก” ไปยัง ประเทศมาเลเซีย  ผู้เกี่ยวข้องตรวจสอบดูหน่อยว่า มีการ”ตรวจโรค” และมีการ”กักสัตว์” หรือไม่ ถ้าจะ”เอาจริง” ก็ต้องไม่ทำแบบ”ฝนตกไม่ทั่วฟ้า” หรือเพราะ” นายทุนใหญ่” ที่ “สุไหงโก-ลก” จ.นราธิวาส  อยู่ใน”คอลโทรล” ของ”นักการเมืองใหญ่” ทุกอย่างจึง เงียบฉี่

เห็นประกาศเอาจริงกับเรื่องของ”ยาเสพติดของ” สมนึก พรหมเขียว” ผวจ.สงขลา  ตั้งแต่วันที่มารับตำแหน่ง” แต่ผ่านไปเป็นเดือน ยังเห็น”ร้านค้าน้ำกระท่อม”  ริมถนนสายหาดใหญ่ สนามบิน และ หาดใหญ่-พัทลุง ยังมีการขายกัน”สบายใจเฉิบ” ทั้งที่เป็นเรื่อง”ผิดกฎหมาย” และเป็น”อันตราย”ต่อสุขภาพ ของผู้ดื่ม เพราะไม่รู้ว่าใน”น้ำกระท่อม” มีส่วนผสมอะไรบ้าง ถ้าเรื่องเล็กๆ ยังทำไม่ได้ และเรื่องใหญ่ๆเช่นการ”ปราบปรามยาเสพติด อย่าง”ยาบ้า,เฮโรอีน ยาไอซ์” จะทำได้อย่างไร….. จังหวัดสงขลา เป็นจังหวัดใหญ่มี รอง ผวจ.จำนวน 4 คน แต่วันนี้มีเพียง “มาหามะพีสกรี วาแม” เป็น รอง ผวจ.เพียงคนเดียว อีก 3 คน กรมการปกครองยังไม่มีการแต่งตั้งรองผู้ว่าอีก 3 คน งานหนักจึงตกอยู่กับ”รองผู้ว่าฯ” เพราะไม่ใช่”นารายณ์ 4 กร”…..เช่นเดียวกับ “ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้” ( ศอ.บต. ) ที่ยังไม่มีการแต่งตั้งรองเลขาธิการที่ขาดอยู่ 2 ตำแหน่ง “พ.ต.ท.วรรณพงษ์  คชรักษ์ “ เลขาธิการ ศอ.บต.” จึงต้องทำหน้าที่แบบทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ ซึ่งในยุคที่”สมศักดิ์ เทพสุทิน” รองนายกรัฐมนตรีที่ กำกับดูแล ศอ.บต. ในการ”ขับเคลื่อน” การพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการ”ร่วมมือ” อย่างใกล้ชิดกับ”ประเทศมาเลเซีย” รวมทั้งในการ”พูดคุยสันติสุข” ที่จะเกิดขึ้นใหม่ “ศอ.บต. ก็ได้รับบทบาทในเวทีการ”พูดคุยฯในครั้งนี้ด้วย ตำแหน่ง รองเลขาธิการ ศอ.บต. จึงต้องได้คนที่มี”ความรู้ ความสามารถ” มาเพื่อเป็น”มือเป็นไม้” ของผู้เป็น เลขาธิการ

แต่อย่างไรก็ตาม การ”ขับเคลื่อน” โต๊ะการพูดคุยสันติสุข” ของ” รัฐบาลนิดหนึ่ง” ด้วยการแต่งตั้ง “ฉัตรชัย บางชวด” รองเลขาธิการสภาความมั่นคง” ( สมช.) เป็น หัวหน้าคณะการพูดคุยสันติสุข” ก็”ไม่ปังอย่างที่คิด” เพราะถ้าดูอย่าง”ลงลึก” จะพบว่าการ”พูดคุยสันติสุข” ครั้งใหม่ เป็นเหมือน”หนังสือเล่มเดิม” ที่เพียงมีการ”เปลี่ยนปก” แต่”เนื้อในเหมือนเดิม” ชื่อที่ใช้”พูดคุยสันติสุข”ก็ยังเป็นของ”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” อดีตนายกรัฐมนตรี” คือ”การพูดคุยสันติสุข” หาใช่การพูดคุยเพื่อ”สันติภาพ”ไม่ รวมทั้ง หน่วยงานสำคัญหลายส่วนถูกตัดออก”เช่น”หน่วยงานสันติบาล” และ” กอ.รมน.ในส่วนกลาง มีเพียง “กอ.รมน.ภาคที่ 4 ส่วนหน้า” ที่เป็น “กรรมการและเลขาธิการ” ของคณะพูดคุยฯ ซึ่งใน “กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” ต้องมีการ”จับตา”ให้ดีว่า ยังจะมี”กลุ่มนายพลนอกราชการ” ที่เป็น”อำนาจเก่า” ซึ่งถูกมองว่ามี”ผลประโยชน์” ใน”งบประมาณ”ของการ”พูดคุย” จะยังมีบทบาทอยู่ใน “กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า หรือไม่…..เช่นเดียวกับ”คณะกรรมาธิการสันติภาพ” ที่มีการตั้งขึ้นมาเพื่อ”ออกแบบ” การสร้าง”สันติสุข” ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ฟังแล้วยัง”ว้าเหว่” เพราะมีการพูดถึงเรื่องการ”ยกเลิก”พรก.ฉุกเฉิน” หรือ”กฎหมายสามพี่น้อง”ที่เป็นเรื่อง”ปลายน้ำ” การยกเลิก” กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า  เรื่องความไม่เป็นธรรม แต่เรื่องของ”บีอาร์เอ็น” ที่เป็น”รากเหง้า” ของปัญหาความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่มีการ”หยิบยก” ขึ้นมาเป็นประเด็น เพื่อการแก้ปัญหาที่ถูกจุด เรื่องนี้ “จาตุรงค์ ฉายแสง “ ประธานคณะกรรมาธิการ และ”สุธรรม แสงประทุม” ประธานคณะที่ปรึกษาฯ ต้องให้ความ” สำคัญ”

อาคารฑันตกรรม “ครุอำโพธิ์-พงศ์สุวรรณ” ที่” เฉลิมพล ครุอำโพธิ์” คหบดีอำเภอสิงหนคร จ.สงขลา เจ้าของโรงโม่หินแห่งอำเภอบางกล่ำ จ.สงขลา งบประมาณ 34 ล้าน ที่สร้างให้ โรงพยาบาลสิงหนคร จ.สงขลา เพื่อลดความแออัด และให้เกิดความสะดวกแก่ประชาชน มีกำหนดจะเปิดป้ายอย่างเป็นทางการภายในเดือน มกราคม 2567 วันนี้ “เถ้าแก่หลี” จึงต้อง ลงพื้นที่ ติดตามงานที่เหลืออย่างใกล้ชิด…..เด็กแว้นที่ยึดถนนลพบุรีราเมศวร์ ใน เขต สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อการ”แข่งรถจยย.” ที่มีการร้องเรียนจากประชาชน “พล.ต.ต.สาธิต พลพินิจ” รอง ผบช.ภ.9 และรองโฆษกตำรวจภาค 9 ได้มีการ”สั่งการ” ให้มีการ”กวาดล้าง” จับกุมได้เกือบ”ครึ่งร้อย” ทั้งรถจยย.และ”เด็กเว้น” และหลังจากนั้น “พล.ต.ต.เชาวลิตร เลี้ยงสุพงศ์” ผบก.ภ.จว.สงขลา ก็ได้สั่งการให้ ตำรวจทุกพื้นที่ “กวดขัน” เรื่องการยึดถนนเพื่อ”แข่งรถของเด็กเว้น” เพื่อให้จับกุมแล้ว

สุดท้าย “ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล” นายกสมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย” ( สนพท.) และนายกสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย ( สนต.)ขอบคุณ” พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค “แม่ทัพภาคที่ 4 /ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 , “พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์” เลขาธิการศอ.บต.” อำพล พงศ์สุวรรณ” ผวจ.ยะลา ศอ.บต.” “พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี “นายกเทศมนตรีเทศบาลนครหาดใหญ่ “,พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ” นายกเทศมนตรีเทศบาลนครยะลา ,”ไพเจน มากสุวรรณ์ “นายก อบจ.สงขลา, “มุกตาร์ มะทา” นายก อบจ.ยะลา ,”พาติเมาะ สดีนามู “ผวจ.ปัตตานี.”ปรีชา นวลน้อย” รอง ผวจ.นราธิวาส,”มาหามะพีสกรี วาแม “รอง ผวจ.สงขลา ,”เอก ยังอภัย ณ สงขลา “นายอำเภอเบตง ,”สกุล เล็งลัคกุล นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองเบตง จ.ยะลา” สันติ เหมมัน” นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองคลองแห อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา . “วิภาวี ปัญญาดี” ตัวแทนจาก ปตท.สผ. และ” เฉลิมชัย ครุอำโพธิ์”  ที่ให้การ สนับสนุน สมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย ในการในโครงการ”สานสัมพันธ์สื่อมวลชนและผู้ประกอบการท่องเที่ยวคาบสมุทรมาลายู ครั้งที่ 1 จนลุล่วงไปด้วยดี……สวัสดีครับ พบกันใหม่วันศุกร์หน้า

ไชยยงค์ มณีพิลึก