หลายเรื่องที่เกี่ยวกับการ”กระตุ้นเศรษฐกิจ” และ”ปากท้อง” ของ”ประชาชน”ภายใต้” อุ้งมือ” ของ”รัฐบาลนิดหนึ่ง” ยังอยู่ในลักษณะ”ยักตื้นติดกึก ยังลึกติดกัก” ทั้งเรื่องของเงิน” ดิจิตัลวอลเล็ต” หรือการ”แจกเงิน 10,000 บาท ที่รัฐบาลต้องกู้เงินมา 500,000 ล้านบาท เพื่อ “แจก” ให้ ประชาชนได้ใช้จ่าย เป็นการ”กระตุ้น”เศรษฐกิจ” ที่วันนี้ โครงการนี้ ยัง”ลูกผีลูกคน” เพราะนอกจากมีเสียง”คัดค้าน”ที่ดัง”กระหึ่ม” จากผู้ไม่เห็นด้วย ซึ่งล้วนเป็น”กูรูทางเศรษฐกิจการเมือง” และยังไม่ผ่านด่านของ”กฎหมาย” ความหวังที่”ประชาชน” จะได้จะรับ”เงินแจกฟรี” ในห้วงของ”เทศกาลสงกรานต์” เป็นอัน”ดับฝัน” ไปเรียบร้อย ความหวังในเรื่องการสร้าง”ฐานการเมือง”ของ”เพื่อไทย” จากโครงการ”แจกเงิน 10,000 บาท ก็”พังพาบ” ไปด้วย…..ส่วนเรื่องการ”ท่องเที่ยว” ที่เป็นอีกหนึ่ง”ความหวัง” ในการฟื้น”เศรษฐกิจ” ที่”รัฐบาลนิดหนึ่ง” คาดหวัง ทั้งในเรื่องการออกนโยบาย” ฟรีวิซ่า” ให้กับ นักท่องเที่ยวประเทศจีน ก็ไม่”สมความปรารถนา” เพราะวันนี้”รัฐบาลจีน” ไม่สบอารมณ์กับ นโยบายของ “รัฐบาลนิดหนึ่ง” ในหลายเรื่องหลายราว “สื่อ”ของ”จีน” ถึงกับออกมา”วิพากษ์”ว่า ก่อนที่จะให้”คนจีน” เข้ามา เที่ยวในเมืองไทย ไทยต้องเร่ง”กวาดบ้านตนเอง” เสียก่อน ประเด็นนี้”เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรี ต้องไป”ทบทวน” เอาเองว่า นโยบายอะไรที่ทำให้จีน”ตั้งแง่” กับประเทศไทย
เรื่องการ”ท่องเที่ยว” ที่ไม่เป็นไปตามความ”คาดหวัง” ของ”นายกรัฐมนตรี” ทำให้”เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรีเกิดอาการ”ของขึ้น” เมื่อรู้ข้อมูลจาก” ผวจ.กาญจนบุรี” เรื่อง จำนวนนักท่องเที่ยว ที่เข้ามาเที่ยวแล้ว”ใช้จ่ายน้อยมาก” แค่คนละ 1,000 กว่าบาทต่อคน “ตำบลกระสุนตก” จึงเป็นที่” การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย” แบบนี้เขาเรียกว่า”เคราะห์ซ้ำกรรมซัด” เพราะ”การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย” เพิ่งจะถูก”ทัวร์ลง” ในเรื่องความเห็นให้”ตำรวจจีนมาดูแลนักท่องเที่ยวจีน” เที่ยวนี้ถูก” นายกรัฐมนตรี” บอกให้หยุดไป”เมืองนอก” และพอหันมาดูปัญหาของการท่องเที่ยวในเมืองไทยบ้าง เรื่องการ”ท่องเที่ยว” ที่ “เศรษฐี” อย่าง”เศรษฐา” ไม่รู้ก็คือ วันนี้ “นักท่องเที่ยว” ทั้งที่เป็น”คนไทย” และ”ต่างชาติ” ที่เดินทางมาท่องเที่ยวต่าง”ประหยัด” เช่น”นอนรีสอร์ทราคาถูก กินอาหารไม่แพง “ พยายามใช้จ่ายให้น้อยที่สุด เพราะเงินในกระเป๋าที่น้อยลง สาเหตุมาจาก”เศรษฐกิจตกต่ำ” แค่ ได้มาเที่ยวก็บุญโขแล้ว …..ประเด็นที่ทำให้”เศรษฐกิจไทย” ไม่เดินไปตามที่คาดหวังคือเรื่อง”ความล่าช้า”ของการใช้”งบประมาณ” ปี 2567 ที่ กว่าจะผ่านสภาผู้แทนราษฎร กว่าจะประกาศใช้ได้ก็ โน่น เดือน”เมษายน 2567 กว่าจะผ่านวิธีการ”จัดซื้อ จัดจ้าง” หรือ ใช้ งบประมาณ ได้จริง ก็ปาเข้าเดือน พฤษภาคม เข้าไปแล้ว เท่ากับปี 2567 ทุกกระทรวง ทุกหน่วยงานราชการ มีเวลาใช้เงินงบประมาณเพียง 3 – 4 เดือนเท่านั้น ดังนั้น อย่าแปลกใจ ที่ ขณะนี้ “ผู้รับเหมา-ผู้ประกอบการ” ในประเทศ ที่เกี่ยวกับการ”ก่อสร้าง” การ”ขายวัสดุอุปกรณ์” และ”เหมืองหิน- เหมืองทราย- บ่อดิน” และ อื่นๆ จึง ไม่มีงานทำ และ”ปลดคนงาน” เป็นการ”ซ้ำเติม” เศรษฐกิจ ปากท้อง ให้ “ย่ำแย่” ยิ่งขึ้น จึงยังไม่มี”อะไรที่ใหม่ๆที่เป็นความหวังของคนไทย”ในเรื่อง”เศรษฐกิจ ปากท้อง” สำหรับคนไทย ในปีใหม่ 2567 ที่จะมาถึงนี้”
ส่วนในเรื่อง”การเมือง”เปิดสภาผู้แทนราษฎรครั้งนี้ นอกจากเรื่อง” พรบ.นิรโทษกรรม “ที่เสนอโดยพรรคก้าวไกล แล้ว ยังมีเรื่องของ”ร่างรัฐธรรมนูญ” ที่เป็น 2 เรื่องใหญ่ ซึ่ง “นักการเมือง” และ”พรรคการเมือง” ยังมีความเห็น”หลากหลาย” ที่ยัง”ขัดแย้ง”กันอยู่ ซึ่งดูแล้วยัง”ไม่ง่าย” ที่พรรคการเมืองที่เป็น”แกนนำรัฐบาล” อย่าง”เพื่อไทย” จะนำ”รัฐนาวา” เดินไปข้างหน้าด้วยความ”ฉลุย”…..เรื่อง”รัฐธรรมนูญ” เป็น”กฎหมายปกครองประเทศ” ที่สำคัญยิ่ง “การเมือง”ที่ดีต้อง”สุจริต-สะอาด” ร่างรัฐธรรมนูญ ใหม่ต้องใช้ สสร. เป็นผู้ยกร่าง 100 % จึงจะเป็นการน่าเชื่อถือ แต่จะเป็นไปได้แค่ไหน ในเมื่อดู”บริบท” ของ”รัฐบาลนิดหนึ่ง” ที่ผ่านมา 3 เดือน ยังพบว่ายังอยู่”ใต้เงาปีก” ของ”อำนาจเก่า” เพราะรัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลที่มี”ดีลลับ” และ”แหยง” แม้แต่จะพูดคำว่า”ปฏิรูป” เมื่อไม่กล้าที่”ปฏิรูป” แล้วจะเห็นความ”เปลี่ยนแปลง”อย่างไร นี่คือคำถาม …… ”ชวน หลีกภัย” อดีตนายกรัฐมนตรี” และอดีต”หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์” กล่าวว่าการเมืองยุคเก่าเป็น”การเมืองสุจริต” การเลือกตั้งที่ จ.ตรัง เมื่อก่อนชาวบ้านมี สโกแกน ว่า “ ใส่ชื่อทวี กินฟรีพิทักษ์ เลือกพรรคนายชวน” นั่นเป็น”การเมืองแบบเก่า” ส่วนการเมือง”แบบใหม่” ในการ”เลือกตั้ง” แต่ละครั้ง โดยเฉพาะ”ล่าสุด” ปี 2566 ที่ผ่านมา “ภาคใต้” เป็นภาคที่ใช้เงินในการ”ซื้อเสียง” มากที่สุด บางเขตใช้ถึง 100 กิโล บางเขตที่มี “นักการเมือง” ที่ถูก”ดำเนินคดีในข้อหาการพนันออนไลน์” ใช้ถึง 140 กิโล เพราะมีการ”แข่งขัน”ที่สูงมาก เมื่อ”นักการเมืองเข้าไปเป็น สส. โดยไม่”สุจริต” แล้วจะหวังได้เห็น”การเมือง”มีความ”สุจริต” อย่างไร เห็นด้วยกับ” ชวน หลีกภัย” ที่ ตั้งคำถามว่า เมื่อผู้ที่ได้เป็น สส. ใช้เงิน 50 ล้าน ในการ”ซื้อเสียง” แล้วเป็นไปได้หรือที่จะไม่มีการ”ถอนทุน” ดังนั้น “รัฐธรรมนูญ” ที่จะมีการ”ร่างขึ้นใหม่” ก็ต้องมีความ”ศักดิ์สิทธิ์” และแก้ปัญหาการเมืองที่ไม่”สุจริต” ให้ได้ด้วย
” ชวน หลีกภัย” พูดทุกเรื่องเกี่ยวกับ”การเมืองไทย” ได้ถูกที่สุด แต่”เสียดาย” ที่เป็นการพูดในขณะที่” หมดยุค” ของนักการเมือง”รุ่นเก่า” ที่ชื่อ” ชวน หลีกภัย” แล้ว เพราะแม้แต่คนใน”ประชาธิปัตย์” ที่บอกว่าเป็นนักการเมือง”รุ่นใหม่” ก็ไม่ได้”สำเหนียก” กับคำพูดของผู้มี”คุณูประการต่อพรรคประชาธิปัตย์”อย่าง” นายหัวชวน” การเลือก “หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์” ที่ผ่านมาคือ”คำตอบที่ชัดเจน”…..ก็ขอแสดงความยินดีกับ” เฉลิมชัย ศรีอ่อน” หัวหน้าพรรคฯ และ” เดชอิศม์ ขาวทอง” เลขาธิการพรรคฯ หน้าที่ของทั้งสองท่าน คือต้อง แสดงให้ ประชาชนเห็นว่า ไม่ได้เป็นอย่างที่”ชวน หลีกภัย” ออกมา”วิพากษ์วิจารณ์”และต้องไม่นำ”ประชาธิปัตย์” เป็น”อะไหล่” ทางการเมือง ในรัฐบาลชุดนี้ และในการ”เลือกตั้ง” ในครั้งต่อไป จำนวน สส.ของพรรคต้องเพิ่มขึ้น ที่สำคัญอยากเห็น”จุดขาย” ทางการเมืองของ”ประชาธิปัตย์” ที่จะประกาศต่อประชาชน เพราะที่ผ่านมา”ประชาธิปัตย์” มีแต่”จุดตาย” ทั้งสิ้น……เรื่อง”ประชาธิปัตย์” ยังไม่จบง่ายๆเพราะ นอกจาก” อภิสิทธ์ เวชชาชีวะ” อดีต”หัวหน้าพรรค”และ”สาธิต ปิตุเตชะ” รองหัวหน้าพรรคฯ” ยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคแล้ว ล่าสุด” สาทิตย์ วงศ์หนองเตย” ( เสี่ยตาล) อดีต สส.หลายสมัยของ จ.ตรัง ก็ยื่นใบลาออกจากสมาชิกพรรคกับเขาด้วย และเชื่อว่ายังมีสมาชิกพรรคอีกจำนวนหนึ่งที่ ทยอยกันลาออก และที่ต้องจับตามองคือ” สรรเพชญ บุญญามณี สส.เขต 1 สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ที่ออกมาแถลงผ่านโซเชียลว่าจะขอทบทวนบทบาทของตนเอง
กลับมาดูเรื่องการ”พัฒนาด้านเศรษฐกิจของภาคใต้” ที่ วันนี้เรื่องของ”แลนด์บริจส์” ที่เป็น”สะพานบก” เชื่อมระหว่างฝั่งทะเล”อันดามัน”กับ”อ่าวไทย” ระหว่าง จ.”ระนอง-ชุมพร” ยังไม่มีความ”ก้าวหน้า” ว่าจะมี”กลุ่มทุน” จาก”ต่างประเทศ” ให้ความสนใจมาลงทุน มีแต่”เอ็นจีโอ” ที่ลงพื้นที่ เพื่อ”ตระเตรียมมวลชน” ไว้ทำการ”ต่อต้าน” ถ้ามีผู้สนใจเข้าไปลงทุน ส่วนโครงการใหญ่อื่นๆ ในภาคใต้นอกจาก”แลนด์บริจส์” ก็ไม่เห็นมีอะไร เพราะหลายโครงการเช่น “ท่าเรือน้ำลึก” ที่ อ.ละงู จ.สตูล ก็ถูกสั่ง”ยกทิ้ง” ในสมัยของ” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เป็น “นายกรัฐมนตรี” แล้ว ส่วน”เซ้าท์เทิร์นซีบอร์ด” หลังการเวนคืนพื้นที่ในสมัยที่”ชวน หลีกภัย” เป็น”นายกรัฐมนตรี” ก็”ยกเลิก”โครงการไปแล้วเช่นกัน และแม้แต่ โครงการที่ “รัฐบาล” ของ” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” อดีตนายกรัฐมนตรี “อนุมัติ” แล้วอย่าง”เมืองต้นแบบที่ 4 “ หรือ”เมือง”อุตสาหกรรมจะนะ” อ.จะนะ จ.สงขลา ที่เป็นการลงทุนของกลุ่มทุน” ประชัย เลี่ยวไพรัตน์” เจ้าสัวใหญ่ของอาณาจักร “ที่พีไอ โพลีน ฯ” ในวงเงิน 600,000 ล้านบาท ซึ่ง “รัฐบาล” ชุดก่อน มอบให้ “สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ”( สศช,) เป็นผู้รับผิดชอบ ก็ไม่เคยเห็น”เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรีกล่าวถึง ทั้งที่ โครงการนี้ ถ้าเกิดขึ้นได้ จะเป็นประโยชน์กับการพัฒนาภาคใต้ตอนล่างเป็นอย่างยิ่ง และที่สำคัญเป็นเรื่องการพัฒนาที่ไม่ต้อง”พึ่งพา” เพื่อนบ้านอย่าง”มาเลเซีย” อีกต่างหาก
สงขลา ต้องการ”ท่าเรือน้ำลึก” แห่งที่ 2 เพื่อการ”ส่งออก” เพราะทุกวันนี้”สงขลา” ต้องขนตู้”คอนเทนเนอร์” ทางรถบรรทุก และรถไฟ เพื่อไปยัง”ท่าเรือปีนัง” ถ้า”สงขลามี”ท่าเรือน้ำลึก” ที่มี”มาตรฐาน” เศรษฐกิจ การค้า ของ”ภาคใต้ตอนล่างก็จะ”กระเตื้อง” และ”แข่งขัน” กับ”คู่แข่ง”ได้ เรื่องนี้ไม่ทราบว่า”สมศักดิ์ เทพสุทิน” รองนายกรัฐมนตรี ผู้ที่กำกับดูแลการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และเป็นประธาน”คณะกรรมการยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ “ ( กพต. ) มีความ”คิดอ่าน” อย่างไร การ พัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้อง”หายใจ” ด้วย”จมูกตนเอง” อย่าฝากความหวังไว้กับ”เพื่อนบ้าน” อย่าง”มาเลเซีย” เด็ดขาด….ล่าสุดมีการขอ”งบประมาณ 360 ล้าน ในการ”พัฒนา” ท่าเรือวงแหวนอันดามัน” เพื่อการ”เชื่อมโยง”ท่าเรือใน จ.ภูเก็ต,กระบี่,พังงา เพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยว ที่วันนี้”ท่าเรือ”เหล่านี้”ทรุดโทรม” และนี่คือปัญหาของการพัฒนาการท่องเที่ยวในภาคใต้ ที่รัฐขาดการ”เอาใจใส่” ไม่มี”ความพร้อม” ในการ”อำนวยความสะดวก” ให้เกิดขึ้น แต่ต้องการเห็น”เม็ดเงิน” จากการ”ท่องเที่ยว” เข้าประเทศเยอะๆ แต่จะพัฒนาอย่างไร ก็ดูให้ดี ว่าให้เป็นเหมือนท่าเรือ( บางแห่ง )ที่สร้างเสร็จแล้ว ไม่เกิดความ”คุ้มค่า”และการซื้อ”ที่ดิน” ที่”แพงกว่าราคาประเมิน” หลายสิบเท่า และที่สุด “ปปช.” ก็ทำการ”เช็คบิล” ผู้บริหาร อบจ. ในขณะนั้น ทำให้ วันนี้ต้องไป”สู้คดี” หลัง “ปปช.” ชี้มูลความผิด
อยากเห็นนะ การพัฒนาที่”เป็นชิ้นเป็นอัน” ของ จ.สงขลา ในฐานะที่เป็นเมือง”เศรษฐกิจ”ท่องเที่ยว” และเป็นเมือง”หน้าด้าน” ที่ติดกับ ประเทศมาเลเซียทั้ง”รัฐเปอร์ลิส “ และ”รัฐเคด้า” ที่ผ่านมา มี”ผู้ว่าราชการจังหวัด” ผ่านกันเข้ามา”เป็นพ่อเมืองสงขลา” หลายคน แต่คนที่พอจะมีผลงาน”เป็นชิ้นเป็นอัน” เช่นการ”เอาสนามกอล์ฟ” ที่มีคน”ตีกอล์ฟ” ไม่ถึง 20 คน มาเป็นสวนสาธารณะเพื่อคนส่วนใหญ่ และ “จัดระเบียบ” ด้วยการ”รื้อร้านค้า” ที่ “บดบัง” สถานที่ราชการ ที่”หาดชลาทัศน์” ออกไปได้ ก็คือ” ธรรมรงค์ เจริญกุล” อดีต “ผวจ.สงขลา” ที่เป็นเป็น”ผวจ.เพียง 1 ปี ที่มีผลงานที่”จับต้องได้”……วันนี้จึงอยากเห็น” สมนึก พรหมเขียว” ผวจ.สงขลา ที่อายุราชการปีเดียว ทำในสิ่งที่เป็นการสร้างประโยชน์ให้ชาวสงขลา เช่นจัดการเรื่องของ”โพงพาง”ที่”รุกล้ำร่องน้ำเดินเรือ” ในทะเลสาบสงขลา” จัดการกับ”สุสานเรือเวียดนาม” ที่เป็น”ของกลาง” ในคดี”ลับลอบทำประมงในน่านน้ำไทย” ซึ่งเป็น”ทัศนอุจาด” ของ”ทะเลสาบสงขลา” และการ”ผลักดัน” การก่อสร้าง “สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา” ระหว่างฝั่ง อ.เมือง กับ อ.สิงหนคร จ.สงขลา ซึ่ง” เจือ ราชสีห์” อดีตผู้สมัคร สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ” ได้เสนอโครงการให้กับ”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” อดีต นายกรัฐมนตรี ไว้แล้ว และขณะนี้”เจือ ราชสีห์” ก็เป็นที่ปรึกษาของ”พีรพันธ์ สาลีรัฐวิภาคย์” หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และ รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน เรื่องอย่างนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา สมควรออกมา”ผลักดัน” หรือคน สงขลา ต้องใช้”แพขนานยนต์” ตลอดไป โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างนั้นหรือ
อีกเรื่อง สำหรับ จังหวัดสงขลา ที่”ผู้ว่าราชการจังหวัด” ต้องมีการ”บูรณาการ” กับ”ตำรวจ”ในการ”ปัดกวาด” คือเรื่อง”บ่อนการพนันออนไลน์” ที่มีอยู่”เกลื่นกลาด” ใน อ.หาดใหญ่ อ.เมือง อ.สะเดา ที่”ล่าสุด” ตำรวจ “PCT” เข้าจับกุม คอนโดหรู กลางเมืองหาดใหญ่ ได้ผู้ต้องหา 36 คน ที่”วีนัส มาสเตอร์” ที่มีสาขาถึง 700 แห่ง เรื่องอย่างนี้เป็นเรื่องที่” พ่อเมืองสงขลา” ต้องดำเนินการ เพราะนี่คือ”ภัยอันตราย” ของ “เด็ก –เยาวชน” ในสังคมไทยอย่างแท้จริง ส่วนเรื่องเล็กๆ “กระจุ๋มกระจิ๋ม” เช่นการ”จัดระเบียบคิวรถ”จัดระเบียบ”จราจร” สั่งการให้ “นายอำเภอ” ไปทำบ้างก็ได้ …..เงียบไป แต่ยังไม่จบ นั่นคือ “คดีการจัดสัมมนาให้แสดงความคิดเห็นเรื่องการแบ่งแยกดินแดน” เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2566 ที่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยา เขตปัตตานี จัดโดย คณะนักศึกษาและภาคประชาสังคมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ “พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค” แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 เป็นโจทย์ แจ้งความเอาผิดกับ “แกนนำผู้จัดสัมมนา” ในครั้งนั้น ล่าสุด “ พนักงานสอบสวนสภ.เมืองปัตตานี” แจ้งข้อหา 5 แกนนำ”ภาคประชาสังคม” ในความผิด “ ม.166 “ ข้อหา”ยุยงปลุกปั่น” ก็ยังเหลือแต่”นักการเมือง” ที่เข้าร่วม”เสวนา” ในวันนั้น ที่ยังไม่ถูกแจ้งข้อหา ก็ไปหา”หลักฐาน” เพื่อ”แสดงความบริสุทธิ์” ในขบวนการยุติธรรมกันต่อไป เพราะ”กฎหมาย”บอกว่า ตราบใดที่”ศาลยังไม่มีคำพิพากษาว่ามีความผิด”ตราบนั้นผู้ถูกกล่าวหาก็ยังเป็นผู้บริสุทธิ์” และ ทันทีทันควัน 4 องค์กรสิทธิมนุษย์ชน ใน จ.ปัตตานี ก็ออกมา”เรียกร้อง” ให้” พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค” แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ให้”ถอนแจ้งความ” ในคดีนี้ เพราะมีความเห็นว่า”การจัดเสวนาเป็นเรื่องทางวิชาการเป็นการแสดงความคิดเห็นตามประชาธิปไตย” ก็เป็นการ”มองต่างมุม” ระหว่าง”นักสิทธิมนุษย์ชน” กับ”นักกฎหมายความมั่นคง” ส่วนจะผิด หรือ ถูก เป็นหน้าที่ของ” ศาลยุติธรรม” ที่จะเป็นผู้”ชี้ขาด” เข้าใจนะ
สิ่งที่ต้อง”จับตามอง”คือการ”จัดเวทีสัมมนาย่อย” ของ”ภาคประชาสังคม”ที่เป็น”ปีกทางการเมืองของขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็น” ในหลายๆ พื้นที่ ซึ่ง”เนื้อหา” เป็นการ”ยุงยงปลุกปั่น”ในเรื่องการ”แบ่งแยกดินแดน” เรื่องนี้เป็น ปัญหาที่”ยุ่งยาก” และ”สำคัญ”กว่าการ”ใช้กำลังในการ”ก่อเหตุความรุนแรง” เพราะเป็นการ”บ่มเพาะ ปลูกฝัง” นำคนเข้าสู่ขบวนการบีอาร์เอ็น” ถ้ายังปล่อยให้มีการ”จัดกิจกรรม” ที่เป็น”ภัย” กับ ประเทศชาติ ต่อไปอย่างเสรี การแก้ปัญหาความไม่สงบของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังไม่ประสบความสำเร็จ นี่คือ ประเด็นปัญหา ที่”ท้าทาย” สำหรับ “ พล.ท.ปราโมทย์ พรหมอินทรน์” แม่ทัพน้อยที่ 4 ซึ่งทำหน้าที่” ผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธี” ที่ต้อง “หยุด” การ”ขับเคลื่อน” เวทีเสวนา ของ”ภาคประชาสังคมที่เป็น”ปีก ทางการเมือง” ของ”ขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็น” ให้ได้
ในขณะที่”ไพศาล หนูสังข์ รองแม่ทัพภาคที่ 4 และ รอง ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ลงพื้นที่ จ.นราธิวาส บ่อยขึ้น เพื่อการ”ติวเข้ม” กองกำลังของ ฉก.ในแต่ละอำเภอของ จ.นราธิวาส เพื่อให้มี”ประสิทธิภาพ” ในการ “ป้องกันเหตุ” เพราะ จ.นราธิวาส เป็นพื้นที่เดียวใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่”กองกำลังติดอาวุธ”ของ”ขบวนการบีอาร์เอ็น” ยังก่อเหตุรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแสดงให้เห็นว่า” ยุทธวิธี” ของ “ ฉก.ต่างๆ ยังไม่มี”ประสิทธิภาพ”ที่ดีพอ จึงป้องกันเหตุไม่ได้ หลังการ”ติวเข้ม” ครั้งนี้ หวังว่า สถานการณ์ความรุนแรงใน จ.นราธิวาส จะลดน้อยลง…..ลือให้แซ่ดเปิดให้เล่นแล้วจ้า “บ่อนการพนัน 3 แห่ง ใน อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ที่เป็นของ”คนไทย 1 บ่อน เป็นของชาว มาเลเซีย 2 บ่อน ถ้าถือว่าเป็นเรื่อง”ปกติของเมืองชายแดน” ก็ไม่ว่าอะไร แต่ถ้ายังเห็นว่า”ประเทศนี้” ยังมี”กฎหมาย” อยู่ ก็ฝากให้ พ.ต.อ.เจษฎาวิทย์ อินทร์ประพันธ์ ผกก.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ผู้มาไกลจาก” ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร ตรวจสอบด้วยนะว่าจริงหนือไม่ ส่วนอาชีพ”นายบ่อน” น่าจะสงวนได้สำหรับ”คนไทย” ไม่ใช่”ชาวมาเลเซีย
อ.บางกล่ำ จ.สงขลา เป็นหนึ่งในพื้นที่ ซึ่ง ขบวนการค่าแรงงานเถื่อน ใช้ในการเป็น”ซ่องสุมแรงงานเถื่อน” ก่อนที่จะ”ส่งออก”ไปยังประเทศมาเลเซีย วันนี้ พ.ต.อ.สมปราช กรรณกานนท์ ผกก.สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี ถูกส่งมาเป็น ผกก.สภ.บางกล่ำ จ.สงขลา ก็หวังว่าจะสามารถทำให้”พื้นที่ของบางกล่ำ” ปลอดจากการเป็นที่”หลบซ่อนซ่องสุม” แรงงานเถื่อนได้นะ……เช่นเดียวกับ” พ.ต.อ.อภิชาติ วรรณโก” ผกก.สภ.สทิงพระ จ.สงขลา มาเป็น ผกก. ในขณะที่ ประชาชน ในพื้นที่ อ.สทิงพระ กำลังเดือดร้อนจาก ปัญหาการระบาดของ”ยาเสพติด” ที่ขายกัน เม็ดละ 30 บาท จนมี”ประชาชน” และ”เยาวชน” ติดกัน”งอมแงม” มี”คนเดินยา” เต็มพื้นที่ และ “ผลพวง”คือ” พืชผลทางการเกษตร” ถูก”ลักขโมย” จน ตำรวจต้องตั้ง “ฉก.เพื่อจับกุม” ก็”เอาให้อยู่” นะ กับปัญหาเหล่านี้
ประเทศนี้มีนโยบาย”เมาไม่ขับ” แต่”รัฐบาลกำลัง”เปิดผับตี 4 “ ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม นี้ การเปิดผับถึงตี 4 เป็นการ”สวนทาง” กับนโยบาย”เมาไม่ขับ” หรือไม่ ก็คิดกันเอาเอง เพราะคน”เข้าผับเข้าร้านเหล้า” จุดประสงค์คือ”ดื่มเหล้า” และแน่นอนคือ”ต้องเมา” ส่วน”มาตรการ” ที่มีการออกมาใช้กับ”ผับกับห้องอาหาร” เชื่อเถอะ สุดท้าย ทำไม่ได้ และ อุบัติเหตุจาก”คนเมา” จะมากขึ้น ที่สำคัญเรื่อง”อบายมุข” ก็ต้องเพิ่มขึ้น กรณีเด็กอายุไม่ถึงเกณฑ์ แบบที่”ขอนแก่น” อย่างกรณี”สมรักษ์ คำสิงห์” ก็จะเกิดมากขึ้น ปัญหาสังคมจะมากขึ้นจากนโยบายนี้ ไม่เชื่อก็คอยดูกันต่อไป
”นายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ” ผอ.ร.พ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา เปิดประเด็นค่าใช้จ่ายในการ”ไปหาหมอ” ของ”คนไข้” โรคหัวใจ โรคไต และโรคอื่นๆ ที่ โรคพยาบาลอำเภอ” รักษาไม่ได้ต้องมีการ”ส่งต่อ” ไป โรงพยาบาลศูนย์ใน อ.เมือง และ อ.หาดใหญ่ ที่สุดท้ายแล้วถึงจะมี”บัตรทอง” 30 บาทรักษาทุกโรค ก็จริง แต่ต้องมีค่าใช้จ่ายในการ”เดินทาง” นั้นคือการ”เหมารถ” ใน กรณีที่”คนไข้” และ”ครอบครัว” ไม่มี”รถยนต์ส่วนตัว” คนละ 1,000 บาทขึ้นไป เพราะ ณ วันนี้ รถยนต์ประจำทาง ได้มีการ”ยกเลิก” หมดแล้ว ปัญหานี้”กระทรวงสาธารณสุข” โดย”นายแพทย์ชลน่าน สีแก้ว” รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข ต้องคิดว่าจะแก้ปัญหาให้”คนไข้” อย่างไร เช่นปรับปรุง “เครื่องมือ เครื่องใช้” ทางการแพทย์ของ โรงพยาบาลประจำอำเภอให้มีความ”ทันสมัย” ในการ “เยียวยา”คนไข้จำพวก” โรคหัวใจ-โรคไต-มะเร็ง” เพื่อช่วยให้”คนไข้”ลดค่าใช้จ่ายในการไปพบหมอแต่ละครั้ง
เรื่อง”ยาเสพติด” ที่ “รัฐบาลนิดหนึ่ง” ประกาศเป็น นโยบายหลัก ในการหาเสียง แต่ในทาง ปฏิบัติ ณ วันนี้ ยังเป็นเรื่องของหน่วยงานเช่น ปปส. ตำรวจ, ปกครอง ที่ยังคง”เช้าชามเย็นชาม” เพราะเรื่องของ”งบประมาณ” ที่ทุกหน่วยอ้างว่า”ไม่มี, มีน้อย, ไม่พอ ” ก็เห็นแต่” พ.ต.อ.ทวี สองส่อง “ รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ที่ “เดินสายทั่วประเทศ” ให้นโยบายกับ”หน่วยงานต่างๆ” ในการ ปราบยาเสพติด ล่าสุด”ล่องลงสามจังหวัดชายแดนภาคใต้” เพื่อการ”จัดระเบียบ” การ ป้องกันปราบปราม” กัญชา” และ”กระท่อม” กับส่วนราชการ ส่วนจะได้ผลแค่ไหนอยู่ที่”หน่วยงานในพื้นที่” ซึ่งส่วนใหญ่ก็อย่าว่า”เช้าชามเย็นชาม” ตามระบอบ”ราชการไทย” …..ในขณะที่”กระทรวงสาธารณสุข” ที่มี”ชลน่าน สีแก้ว “เป็น”เสนาบดี” ซึ่งควรจะ”กระตือรือร้น” ในเรื่องของ การจัดระเบียนของ”กัญชา” และ”กระท่อม”แต่ กลับ”เงียบฉี่” เหมือนปัญหานี้ไม่ใช่ปัญหาของ”สาธารณสุข” อย่างงั้น ก็ให้นึกถึงตอนที่”หาเสียง” ในการเลือกตั้ง เมื่อหลายเดือนก่อน ทุกพรรคการเมือง ต่างมี”นโนยาย”ที่”สวยหรู” ในเรื่องการ”ปราบปรามยาเสพติด” โดยเฉพาะ”เพื่อไทย” ที่ “คุณหนูอุ๊งอิ๊ง” กระโดดตัวลอยบนเวที”หาเสียงที่บอกว่า”เพื่อไทยมายาเสพติดหมด” แล้ววันนี้เป็นอย่างไร “สองข้างถนน” เต็มไปด้วย”แผงขายน้ำกระท่อมและใบกระท่อม” ในตัวเมืองท่องเที่ยวมี”ร้านกัญชา” อยู่มากมาย และ”ยาบ้า” กำลังจะเหลือ” 4 เม็ดร้อยบาท หรือทั้งหมดทั้งปวง” คือ” ซอฟต์พาวเวอร์”
เรื่องของ”แป้ง นาโหนด” ยังไม่จบง่ายๆ เพราะ ณ วันนี้ “พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล” ผบ.ตร. ก็ยังตอบไม่ได้ว่า” เชาวลิต ทองด้วง” หรือ “แป้ง นาโหนด” หลบหนีไปอยู่ที่ไหน นี่ถือเป็นความ”อัปยศ” ของ “วงการสีกากี” ยิ่งนัก เพราะ”ในวงการนี้ในอดีตมี”นักสืบมือดี” มากมาย แต่ วันนี้ แม้แต่ที่อยู่ของ”แป้ง นาโหนด” ก็ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน และที่สำคัญคือ ยังไม่สามารถที่จะ”ควบคุมตัว” ของ”แป้ง นาโหนด” กลับมารับโทษได้ หรือ สุดท้ายแล้ว เรื่องของ”แป้ง นาโหนด” จะกลายเป็นเรื่อง”คลื่นกระทบฝั่ง” หลังจากที่คนในประเทศไม่ให้ความสนใจ เพราะมี”ข่าวอื่น” เข้ามาแทนที่…..ที่สำคัญ ขบวนการพา”แป้ง นาโหนด”หลบหนีจาก ”เขาบรรทัด” ที่ข่าวว่า เป็นคนใน”เครื่องแบบ” วันนี้ “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” มีการดำเนินการอย่างไร
มาช้า แต่ก็ดีกว่าไม่มา” นั่นคือเรื่องที่ เจ้าหน้าที่”ดีเอสไอ” ที่นำโดย พ.ต.ต.นิมิตร พรหมมา” รอง ผอ.กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” นำกำลังเข้าตรวจยึดคืนพื้นที่”ป่าแหล่งท่องเที่ยว สวิตเซอร์แลนด์ ลิวง “ ในท้องที่ ต.ท่าหมอไทร อ.จะนะ จ.สงขลา ซึ่งเป็นที่ดินที่เป็น”เหมืองแร่ที่หมด สัมปทาน” แล้ว จำนวน 195 ไร่ หลังจากปล่อยให้”กลุ่มทุน” เข้าไปบุกรุก ทำเป็นแหล่งท่องเที่ยว เก็บเงินผู้ไปท่องเที่ยว หาผลประโยชน์อยู่นานหลายปี เรื่องนี้ต้องกล่าวโทษ” เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น,ท้องที่” และ”ฝ่ายปกครอง” ที่ทำตัวเป็น”ทองไม่รู้ร้อน” ไม่ “ปกป้อง” ผลประโยชน์ของประเทศชาติ ขั้นตอนต่อไป ต้องติดตามดูว่า “ดีเอสไอ” จะสามารถ”เอาผิด”กับผู้”บุกรุก” ได้หรือไม่ และที่สำคัญ หลัง”ปิดป้ายยึดคืน” แล้ว จะสามารถ”ปกป้อง” มิให้”กลุ่มทุน” เข้าทำประโยชน์ได้จริงหรือไม่……แล้วพบกันใหม่ในวันศุกร์หน้า สวัสดีครับ
ไชยยงค์ มณีพิลึก
