ครบ100 วันที่ พรรคเพื่อไทยเป็น”แกนนำรัฐบาล” โดยมี”เศรษฐา ทวีสิน” เป็น”นายกรัฐมนตรี ที่บริหารประเทศมาได้ 100 วัน แต่ ประชาชน ส่วนใหญ่ ต่างตั้งข้อสงว่า”นายกฯเศรษฐา” เป็น”ตัวจริง”หรือเป็น”นายกฯเงา “ ซึ่งโดย”ธรรมเนียมการเมือง” เมื่อมีการ บริหารครบ 100 วัน ก็ต้องมีการ “แถลงผลงาน” ถึงความ”สำเร็จ” ให้ประชาชนได้รับทราบ เพื่อสร้าง”เครดิต” ให้กับพรรคและผู้เป็น”นายกรัฐมนตรี” และที่สำคัญคือการ”สร้างความมั่นใจ” ให้กับประชาชน เพราะ”รัฐบาล” ที่”ประชาชนมั่นใจ” คือ”รัฐบาล” ที่มี”เถียรภาพ” ที่แท้จริง…..แต่ วันนี้ “รัฐบาล”ที่มี”เศรษฐา ทวีสิน” เป็น”นายกรัฐมนตรี” ยังไม่มีอะไรที่”โดดเด่น” ที่จะนำมาเป็น”จุดขาย” เพราะนโยบายหลักๆ ที่”หาเสียง”ในการ “เลือกตั้ง”ของ”เพื่อไทย” เช่น”เงินดิจิตัล 10,000 บาท” ที่”คาดหวัง”ว่าจะเป็นการ”กระตุ้นเศรษฐกิจ” ของประเทศครั้งใหญ่ของประเทศ และเป็นการ”แจก”เพื่อ”ซื้อใจ”ของ “ประชาชน” ผ่านไปแล้ว 100 วัน ก็ยังตอบไม่ได้ว่า เรื่อง”เงินดิจิตัล” จะ”ล้มเหลว” หรือ”สำเร็จ” ยิ่ง”ลากยาว”ไปเรื่อยๆ ความ”เสื่อม”ของยิ่งจะมาเยือน
เรื่อง”ยาเสพติด” ที่มีการให้”คำมั่นสัญญา” กับ”ประชาชน” ในทุกเวทีที่หาเสียง”เพื่อไทยมายาเสพติดหมด” วันนี้”หมดไหม” มีแต่ ยิ่งมายิ่งเยอะ ขนกันมาเป็น”คันรถบรรทุก” ด้วยซ้ำ “เพื่อไทยมาเศรษฐกิจดีขึ้น, ผลผลิตทางการเกษตรสูงขึ้น” ดีจริงมั้ย สูงขึ้นจริงมั้ย” เรื่องนี้ ประชาชนระดับ”รากหญ้าตอบได้” เพราะ “ล้วงมือ” ลงไปในกระเป๋าสิ่งที่เจอคือ”ความว่างเปล่า” ค่าแรง 400 บาท ที่หาเสียงไว้ ก็เป็นเรื่องที่”ไม่มีอยู่จริง” เงินเดือนคนจบปริญญาตรี 25,000 บาท ก็เป็นได้เพียง”เงินเดือนทิพย์”ที่สุดท้ายแล้ว อาจจะ”ล่องลอย”อยู่กลางอากาศ …..ส่วนในเรื่องของ”ไฟใต้” หรือการแก้ปัญหา”ความมั่นคง” ก็ไม่มี”อะไรใหม่” สำหรับ”รัฐบาลชุดนี้” ทุกอย่างยังเป็น” ก๊อปปี้เดิม” ที่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา “ อดีต”นายกรัฐมนตรี” วางเอาไว้ เช่น” กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า” ก็เป็น”สมบัติของทหารข้า” ที่ใคร”อย่าแตะ” เรื่องการ”พูดคุย”กับ”ขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็น” ก็แค่เปลี่ยนหัวหน้าคณะ”พูดคุย” จาก”ทหารเกษียณ” มาเป็น”พลเรือนที่ยังรับราชการ” แต่”เนื้อใจ” ที่เป็น”สาระ” ก็ยังเป็น”ของเดิม” ที่”คาดหวัง”ความสำเร็จไม่ได้
ที่” ทำแล้ว” คือเรื่อง”การพักหนี้เกษตรกร,การเข้ามา”จัดการหนี้นอกระบบ” และการแก้ปัญหา” หนี้ในระบบ” ที่สุดท้ายแล้ว “หนี้ก็ยังเป็นหนี้”อยู่วันยังค่ำ เพียงแต่เป็นช่องทางให้”ลูกหนี้” ได้มีโอกาส”หายใจ” เพื่อการ”ตั้งหลัก”ในการแก้ปัญหา เพราะ “ทั้งต้น ทั้งดอก” ก็ยังอยู่ครบเต็มอัตรา เริ่ม”จ่ายหนี้”เมื่อไหร่ จำนวนหนี้จะมากขึ้นเพราะการ”พักหนี้” แต่”ดอกเบี้ย” ยัง”เดินตาม”…..ส่วนการเปลี่ยนที่ดิน “สปก.4-01 ให้เป็น”โฉนด สปก.” ก็ไม่”ปัง” อย่างที่คิด เพราะไม่มี”กระแส” ตอบรับจาก “เกษตรกร “และ การเปลี่ยน สปก. ให้เป็น โฉนด” ที่อาจจะทำให้ ที่ดิน สปก.มีราคาสูงขึ้น เปลี่ยนมือง่ายขึ้น ใน อนาคต ที่ดิน สปก. ที่ “รัฐบาล” ชุดที่ออกระเบียบที่ดิน สปก.4-01 เพื่อให้เป็น “มรดกตกทอด” ให้กับ ครอบครัวเกษตรกร อาจะถูก”เปลี่ยนมือ” ขายให้กับ”นายทุน” จนที่ดินทำกิน ไม่เหลืออยู่ในมือของ”เกษตรกร” ก็เป็นได้
ก็เห็นใจ”เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรี ที่เป็นผู้ต้อง”แบกความหวัง”ของคนทั้งประเทศจำนวน 66 ล้านคนไว้”บนบ่าไหล” โดยที่ ไม่สามารถทำในเรื่องของ “นโยบาย” ที่มีการ”หาเสียง”เอาไว้กับ”ประชาชน” ให้เป็นจริง และอาจจะถูก “ประชาชน” ลงโทษในข้อหา”ตระบัดสัตย์” เพราะ”พูดอย่าง ทำอย่าง” และ หลายอย่าง”ไม่ได้ทำ” เพราะ”ทำไม่ได้” ขืน”ดันทุรังทำ” มีโอกาสในการ”ติดคุก” เหมือนกับนักการเมือง”รุ่นพี่” ของ”เพื่อไทย” ที่เป็น”ตัวอย่าง” ที่ นักการเมืองทุกพรรคพึง “ สำเหนียก” และ”สังวรณ์”ให้มาก และในการเขียนนโยบายเพื่อ”หาเสียง” ในครั้งต่อไป ก็ต้องให้”รอบคอบ” ว่าอะไรที่ทำได้ และอะไรที่”ห้ามทำ” เพื่อจะได้ไม่”ตกม้าตาย”ตอนจบ…..แต่ สำหรับ”การเมืองแบบไทยๆ” เรื่องการ”พูดอย่างทำอย่าง” หรือการ”ตระบัดสัตย์” ในทางการเมือง อาจจะเป็นเรื่อง”ปกติ” ที่มีการหาทางออกว่าเป็นการ”ตระบัดสัตย์เพื่อชาติ”ที่เคยมี”ตัวอย่าง” ตั้งแต่” พล.อ.สุจินดา คราประยูร” อดีต”นายกรัฐมนตรี” และล่าสุดที่”สดๆร้อนๆ” ก็ “เฉลิมชัย ศรีอ่อน” หัวหน้าพรรค คนที่ 9 ของ”ประชาธิปัตย์” ที่กลายเป็นเรื่องที่คอการเมืองยัง”วิพากษ์ วิจารณ์” กันอยู่ในขณะนี้ ดังนั้นการ บริหารประเทศครบ 100 วัน ของ “เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรี ที่เป็น”แกนนำ” พรรคเพื่อไทย จึงไม่มี”ข่าวดี” ที่จะทำให้ ประชาชน”ยิ้มได้ด้วยความดีใจ”
สำหรับ”ประชาธิปัตย์” มรสุมที่”ถั่งโถม” จากการ เลือกตั้ง”หัวหน้าพรรคคนใหม่” และ”กรรมการพรรคชุดใหม่” คงเป็นเรื่องที่แก้ไม่จบในสามเดือนอย่างที่ “เดชอิศม์ ขาวทอง” เลขาธิการพรรคฯ ได้ให้”สัมภาษณ์”ไว้กับสื่อต่างๆ แต่อาจจะใช้เวลาถึง 3 ปี ในการ”ฟื้นฟู” พรรคเพื่อให้กลับมาเป็นที่”ศรัทธา” ของ”ประชาชน โดยเฉพาะ”คนภาคใต้” ที่เป็น”ฐานที่มั่นสุดท้าย” ของ”ประชาธิปัตย์” ซึ่งก็ต้องดูว่า หัวหน้าพรรคอย่าง “เฉลิชัย ศรีอ่อน” และ เลขาธิการพรรคอย่าง”เดชอิศม์ ขาวทอง ( นายกชาย ) จะ”ปรับเปลี่ยน” อย่างไรในการสร้าง”จุดขาย” ทางการเมือง แต่ถ้า นโยบาย ยังเป็น”การเมืองบ้านใหญ่” อย่างเก่าตาม”วิสัยทัศน์”ของ”นักเลงการเมือง ” เลือกตั้ง สมัยหน้า ก็”ชี้ตัวกาหัว” ได้ล่วงหน้าว่า ใครจะได้เป็น “ ผู้แทน” กี่คน
เขียนถึง”ข่าวดี” สำหรับ ประชาชนภาคใต้บ้าง เห็นข่าว”มนพร เจริญศรี รมช. คมนาคม “เจรจาต้าอ่วย” กับ”ตัวแทน”เวิร์ลแบ็งค์” เพื่อกู้เงินมาพัฒนาภาคใต้ใน โครงการ”สร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา เชื่อม อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา กับ อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง ในวงเงินก่อสร้าง 4,841 ล้านบาท ซึ่งหากสร้างแล้วเสร็จ สามารถ”ย่นระยะทาง”จาก 80 กิโลเมตรเหลือ 7 กิโลเมตร และการก่อสร้าง สะพานเชื่อมเกาะลันตา จ.กระบี่ วงเงินก่อสร้าง 1,854 ล้านบาท โดย “เวิร์ลแบ็งค์ให้ให้กู้ 6,000 ล้าน และในโครงการ”สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา” ได้มีการทำ “ข้อตกลง” กับหน่วยงานต่างๆ เพื่อการ”อนุรักษ์ฝูงโลมาอิรวดี” ที่เป็น”ฝูงสุดท้าย” ใน”ทะเลสาบสงขลา” จำนวน 14 ตัวไว้แล้ว เชื่อว่าการก่อสร้าง “สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา”แห่งนี้ จะไม่ส่งผลถึง”ฝูงโลมาอิรวดี” อย่างแน่นอน โดยทั้ง 2 โครงการ จะนำเสนอ”ครม” ต้นปี 2567
ยังเกาะติดข่าว”อควาเรี่ยมหอยสังข์สงขลา” ล่าสุด “สรรเพชญ บุญญามณี” สส. เขต 1 สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ”กรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ” ได้สอบถาม คณะกรรมการอาชีวศึกษา ถึงเรื่อง”อควาเรี่ยมหอยสังข์” ที่ถูก”ทิ้งร้าง” หลังการ”ทิ้งงาน”ไป 15 ปี และ เบิกงบประมาณไปแล้ว 1,400 ล้าน ว่าจะ”เดินหน้าต่อ หรือ”พอแค่นี้” ซึ่งตัวแทนของคณะกรรมการอาชีวศึกษาตอบว่า ถ้าจะ”ให้ไปต่อ” ก็ต้องขอ”งบประมาณ”อีก 500 ล้านในการก่อสร้างให้มีความสมบูรณ์…..แต่ข้อเท็จจริงที่ ผู้อำนวยการวิทยาลัยประมงติณสูลานนท์ แจ้งให้ทราบคือ หลังผู้รับเหมาทิ้งงาน วัสดุ อุปกรณ์ต่างๆ เสื่อมโทรมตามกาลเวลา สิ่งของหลายอย่างถูกกลุ่มคนร้าย ลักขโมยไปเป็นจำนวนมาก ขอให้ หน่วยงานที่เป็น”เจ้าของโครงการ” เร่งดำเนินการสานต่อก่อนที่จะเสียหายมากกว่านี้ ในขณะที่ กรมบัญชีกลาง กล่าวว่า เจ้าของโครงการ ยังไมมีการดำเนินการของบประมาณเพื่อดำเนินการก่อสร้างแต่อย่างใด ฟังแล้วก็”ว้าเหว่วังเวง” นะ…..วันนี้ถ้าใคร ขับรถผ่าน”สะพานติณสูลานนท์” ก็จะพบกับ”ทัศนะอุจาด” นั้นคือ”ประติมากรรมรูปหอยสังข์” ที่ชื่อว่า”อควาเรี่ยมหอยสังข์สงขลา” ที่ยืนอย่างโดดเด่นแต่” สีสันลายพร้อยเหมือนหอยเน่า” เพราะขาดการดูแล เป็นการ”ประจาน” เจ้าของโครงการเป็นการชี้ให้เห็นถึงเรื่อง”ฉ้อราษฎร์บังหลวง” ที่เกิดขึ้น และที่น่า”เสียใจ” คือ ไม่มี องค์กรไหนในจังหวัดสงขลาที่”รู้สึกรู้สา” ถึงความ”อัปยศ” ที่เกิดขึ้น และออกมาเพื่อ”แก้ปัญหา” อย่างจริงจัง
ล่าสุด “ราม วสุธนภิญโญ” ผอ ปปช.สงขลา ออกมาให้ข่าวว่า ได้หารือกับ “ยศพล เวณุโกเศศ” เลขาคณะกรรมการกรมอาชีวศึกษา ที่เป็น”เจ้าของโครงการ เพื่อหาแนวทาง ให้มีการใช้ประโยชน์จาก”อควาเรียมหอยสังข์”แห่งนี้…..ก็ต้องถามว่า นี่เป็น”หน้าที่ของ”ปปช. หรือไม่ ในการที่จะหาทางใช้ประโยชน์จาก”อควาเรี่ยมหอยสังข์สงขลา” เพราะหน้าที่ของ ปปช. คือการ เร่งทำคดีการโกงกินของ “ข้าราชการ” ที่ทำให้เกิด”อควาเรี่ยมหอยสังข์ร้าง” ซึ่งมีผู้ถูก”กล่าวหา” 27 ราย คนสงขลา ต้องการเห็นผู้”ทำผิด” ได้รับการ”ลงโทษ” จาก” ปปช. มากกว่า เพราะนี่ปาเข้า 15 ปี แล้วที่ คดียังเดินเป็น”หอยทาก” ส่วนเรื่องการใช้ประโยชน์จาก”อควาเรียมหอยสังข์” ในกรณีที่” กรมอาชีวศึกษา”ไม่สร้างต่อ ควรจะเป็นเรื่องของ”ฝ่ายปกครอง” กระทรวงมหาไทย ไม่ใช่เรื่องของ”ปปช.
จังหวัดสงขลา ไม่อยู่ใน”โซน” ของ 5 จังหวัดทั่วประเทศ ที่”เสนาบดี” กระทรวงมหาดไทย” อนุทิน ชาญวีรกุล” อนุญาตให้เปิดสถานบันเทิงถึง ตี 4 แต่ โดยข้อเท็จจริง “สถานบันเทิง” ทั่วประเทศนี้ ที่ตั้งอยู่ในเมืองท่องเที่ยว เช่น จ.สงขลา ซึ่งมี”สถานบันเทิง” ต้องอยู่ อย่าง “อำเภอเมือง,อำเภอหาดใหญ่ อ.สะเดา “ เขาก็ไม่ได้”ปิด –เปิด ตามที่ “กฎหมาย” บังคับอยู่แล้ว วันธรรมดา เขาอาจจะเปิดถึง ตี 2 ส่วน “เสาร์-อาทิตย์” วันหยุด” วันเทศกาล “ ก็เปิดถึง ตี 4 หรือ”สว่าง” ถือเป็นเรื่อง”ปกติ” ที่ “เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย” ปลัดกระทรวง” และ” อธิบดีกรมการปกครอง” ต้องรู้ไว้ เพราะวิธีการที่ไม่ต้อง”เปิด-ปิด” ตามที่”กฎหมาย” กำหนด คือการ”จ่ายส่วย” ที่พวกเขาเรียกร้องให้”กฎหมาย” อนุญาตให้เปิดได้ถึง ตี 4 เพราะเขาไม่ต้องการ”จ่ายส่วย” หรือ”ภาษีเถื่อน” ให้ “เจ้าหน้าที่” ต่างหาก…..ยกตัวอย่างที่ “ด่านนอก” เทศบาลตำบลสำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา “เมืองชายแดน” ที่มี โรงแรมกว่า 100 โรง มี “สถานบันเทิง”ทุกตรอกทุกซอย ทั้งเป็นของ”นายทุนชาวอินเดีย” และ”นายทุนชาวมาเลเซีย” กับของ”นายทุนไทย” เขาเปิดให้”บริการแขกเหรื่อ” ตั้งแต่ “บ่าย 2“ ( 14.00 น ) และ ปิดตามใจชอบ บางแห่งแขกหมดก็ปิด บางแห่งปิด” ตอนสว่าง “ก็ไม่เห็นมีเจ้าหน้าที่ คนไหนไป”วอแว” หรือไป สั่งให้เขาต้องทำตาม”กฎหมาย” ดังนั้น จ.สงขลา จึงถือว่าเป็น”โชคร้าย” ของ”กลุ่มทุนสถานบันเทิง” ที่ต้อง”จ่ายส่วย” ในการ”เปิดเกินเวลา” ส่วนคนเก็บส่วยถือเป็นผู้ที่”โชคดี” ยิ่งกว่าการ”ถูกหวย” เพราะ”หวย” ไม่ได้ถูกทุกวันแต่”ส่วย” จาก “สถานบันเทิง” ที่”ผิดกฎหมาย” เก็บได้”ทุกคืน” ไม่ว่า”ฝนจะตกแดดจะออก” ก็ได้เงินแน่นอน
การอนุญาตให้เปิด “สถานบันเทิงถึงตี 4 “ จะเป็นการ”กระตุ้นเศรษฐกิจ” ตามนโยบายของรัฐบาล จะมี”เม็ดเงิน” เพิ่มมาเท่าไหร่ไม่รู้ และ คนที่จะ”ร่ำรวย” เป็น”กลุ่มทุน” หรือ”ประชาชน”ทั่วไปก็ไม่รู้ แต่ที่รู้ และต้อง”จับตามอง” คือปัญหาความ”หายนะ” ของสังคมจะเพิ่มขึ้น “วัยรุ่น-เยาวชน” จะแห่กันไปเที่ยวตาม”กระแส” ผู้ที่อายุไม่ถึง 18 ปี ก็จะหาทาง”เข้าผับ-เข้าบาร์” อย่างเรื่องที่เกิดกับ”เสี่ยบาส”ผู้เป็น”โม้อมตะ” ที่”ขอนแก่น” จะเกิดมากขึ้น ยาเสพติดคืออีกหนึ่งปัญหาที่จะตามมา และสุดท้าย”อุบัติเหตุบนท้องถนน” จาก”เมาแล้วขับ” ที่เกิดขึ้น นี่คือ”ต้นทุน” ที่จะตามมาให้”รัฐบาลแก้ไข” ก็ เตรียม”รับมือ”แต่เนิ่นๆ เพราะเกิดแน่นอน
ฤดูฝนของภาคใต้คงตกถึงสิ้นปี หลายจังหวัดมี”ประชาชน” ได้รับความ”เดือดร้อน” เช่น จ.นราธิวาส หลายอำเภอมี”น้ำท่วม”หนักบ้าง เบาบ้าง แต่ก็ยัง”โชคดี” ที่ มี กำลังของ ฉก.นราธิวาส ที่มี” พล.ต.เฉลิมพร ขำเขียว” ผบ.ฉก นราธิวาส เป็นกำลังสำคัญในการ “รับมือ” และมีกำลังของ “นาวิกโยธิน” ค่ายจุฬาภรณ์ ที่ พร้อมทั้ง อุปกรณ์ ยานพาหนะ และ กำลังพล รวมทั้งวันนี้ จ.นราธิวาส มี ผวจ.”ป้ายแดง” ร.ท. ตระกูล โทธรรม ที่เคยผ่านการเป็น รอง ผวจ.ปัตตานี มาแล้ว จึง ประสานงานกับ กำลังของ ทหารบก ทหารนาวิกโยธิน ในพื้นที่ได้อย่างดี การช่วยเหลือประชาน”เบื้องต้น” จึงไม่มีปัญหา แต่ หลังน้ำลด จังหวัดต้องมีความพร้อมในการ ช่วยเหลือผู้เดือดร้อนเหล่านี้ด้วยนะ
นานแล้วที่ในพื้นที่ จ.สงขลา ไม่มีการ”สังหาร” นักการเมืองท้องถิ่น ล่าสุด “นายกมิง” นายอดุลย์ คาน นายก อบต.ท่าม่วง อ.เทพา จ.สงขลา คือ”เหยื่อกระสุนปืน” ที่ถูก “คนร้าย” ถล่มถึง 15 นัด ประเด็นสำคัญ น่าจะมาจากเรื่อง”รับเหมา”และความ”ขัดแย้ง” ทาง”การเมือง” กับ”คู่แข่ง”ในพื้นที่ มากกว่าเรื่อง”ความมั่นคง” เพราะปี 2565 ที่ผ่านมา “รถยนต์”ของ”นายกมิง” ถูกลอบเผาถึง 5 คันด้วยกัน แม้ว่า “ปลอกกระสุน” ในที่เกิดเหตุ จะยิงมาจากอาวุธปืน ที่เคยมีการก่อเหตุด้าน”ความมั่นคง” ก็อย่างเพิ่งด่วนสรุป เพราะ”ปืนที่ใช้ก่อเหตุในเรื่องความมั่นคง” เป็นปืน” กองกลาง” ที่”คนร้าย” ที่ไม่ใช่”แนวร่วม”แต่เป็นผู้มี”อิทธิพล” และมีความ”สัมพันธ์” กับ “ขบวนการ” สามารถ”หยิบฉวย” มาใช้ได้ เพื่อที่จะทิ้งหลักฐาน ว่าคดีที่เกิดขึ้นเป็น เรื่อง”ความมั่นคง” เพื่อให้”ตำรวจปิดสำนวน”ได้ง่ายๆ เรื่องนี้”พล.ต.ต.เชาวลิตร เลี้ยงสุพงษ์ ผบก. ภ.จว.สงขลา ต้อง “ละเอียดรอบคอบ” อย่า”หลงประเด็น” และที่สำคัญต้อง “แสดงฝีมือ” ในการติดตามจับคนร้ายมาลงโทษให้ได้
หลังเกิดคดี นักโทษชาย เชาวลิต ทองด้วง หรือ ”แป้ง นาโหนด” หลบหนีเรือนจำ จ.นครศรีธรรมราช และมา”หลบซ่อน” ที่บ้าน”ในตระ” เทือกเขาบรรทัด” ท่ามกลางการ “ปิดล้อมไล่ล่า” ของ “ตำรวจ”กว่า 200 นาย เป็นเวลากว่า 2 สัปดาห์ แต่สุดท้าย”แป้ง นาโหนด” ก็ได้”พลพรรค” พาหลบหนีจาก”วงล้อม”ของ ตำรวจ อย่าง”ลอยนวล หลังความ”ล้มเหลว” ครั้งใหญ่ของ ตำรวจ บชภ.9 ภายใต้การนำของ “ผบช.”ป้ายแดง” พล.ต.ท. ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี” ผบช.ภ.9 “พล.ต.ต.ณัฐกรณ์ กาญจนาภรณ์” ผบก.ภ.จว.พัทลุง ได้มีคำสั่ง”กวาดล้าง”อาวุธปืนเถื่อน,ยาเสพติด” ซึ่งได้ ผู้ต้องหา และ ของกลาง”จิ๊บจ๊อย” และ”พล.ต.ต.ภรศักดิ์ นวนหนู “ รอง ผบช.ภ.9 ก็ออกมาแถลงข่าวว่า “ตำรวจ” ยังคงติดตาม”ไล่ล่า” เพื่อจับกุมตัว”แป้ง นาโหนด” ต่อไป รวมทั้ง ผู้ที่อยู่ในขบวนการพา”แป้ง นาโหนด” หลบหนี แต่ ก็ตอบไม่ได้ว่า”แป้ง นาโหนด” อยู่ที่ไหน และผู้ที่พา”แป้ง นาโหนด” หลบหนีเป็นใคร ฟังแล้วก็”เป็นงง”…..หลายคนก็สงสัยว่า ทำไม่คดีการติดตามตัว”แป้ง นาโหนด” จึงขาด”นายตำรวจมือดี” เจ้าพ่อ”คดีค้างเก่า” อย่าง พ.ต.อ.ศักดา เจริญกุล รอง ผบก.สส. จชต. ผิดกับ คดีใหญ่ๆ ทุกคดีที่ต้องมี”ศักดา” ทำหน้าที่”ไล่ล่า” ทุกครั้ง สงสัยคดีนี้”สายสืบมือดี” ทุกคนของภาค 9 “เจอตอ” เพราะรู้ว่า ผู้ที่”อุ้มเสี่ยแป้ง” เป็นใคร กระมัง
กลุ่ม สมัชชาเลี้ยงหมูรายย่อยใน จ.พัทลุง และ 14 จังหวัดภาคใต้ ที่ได้รับความ”เดือดร้อนจากขบวนการหมู่เถื่อน” คงรอการทำงานของ”ดีเอสไอ” ไม่ไหว จึงรวมตัวกันทำพิธี”เผาพริกเผาเกลือสาปแช่ง” ผู้นำเข้าหมู่เถื่อน พร้อมเรียกร้องให้ รัฐบาล แก้ปัญหาที่เป็น”อุปสรรค”ของผู้เลี้ยงหมูรายย่อย หวังว่าการ”สาปแช่ง” ครั้งนี้คงจะดังถึงหูของ”เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรี และ”รอ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” เสนาบดี” กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ “กลุ่มสมัชชารายย่อยคงจะไม่”สูญเสียหัวหมู 39 หัว ที่นำมาบวงสรวงสาปแช่ง”ผู้ค้าหมูเถื่อนในครั้งนี้แบบ”สูญเปล่า” นะ
คดีการ”บุกรุกที่อุทยานบนเกาะหลีเปะ อ.เมือง จ.สตูล กำลังจะเงียบหาย หลังจากที่ “พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล” หรือ”โจ๊ก หวานเจี๊ยบ”รอง ผบ.ตร. ผู้ทำคดีนี้ ไม่ได้รับผิดชอบในงาน “สืบสวนสอบสวน” คดีการ”บุกรุกที่ดินอุทยาน” ยืดเยื้อยาวนาน และเป็น”มวยล้ม” มาแล้วหลายครั้ง ก็ได้แต่คาดหวังว่า ครั้งนี้ ผู้ที่เข้ามารับผิดชอบคดีนี้แทน “บิ๊กโจ๊ก” จะได้มีการ “สานต่อ” เพื่อเอาที่”อุทยานกลับมา” และเอา”คนผิด”ไปลงโทษตาม”กบิลเมือง”……การพนัน”ล้อลูกแก้ว” ในการจัดงาน”สวนสนุก” กำลัง”ฟื้นคืนชีพ” ข่าวว่า จะมีการ”จัดงานสวนสนุก” และจัดให้มีการ”พนันล้อลูกแก้ว” ที่ จ.สงขลา ถึง 3 งาน เพื่อการ”ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่” จำได้ว่าสมัยที่”เจษฎา จิตรัตน์” เป็น ผวจ. สงขลา มีคำสั่งห้ามมิให้”นายอำเภอ”ออกใบอนุญาตให้มีการ เล่นการพนันทุกชนิดในงาน”สวนสนุก” ทุกงาน วันนี้ “เจษฎา จิตรัตน์” ย้ายไปเป็น”ผวจ.สุราษฎร์ธานี และ” สมนึก พรหมเขียว” เป็น ผวจ. สงขลา นโยบายการเล่นการพนันใน”สวนสนุก” จึงเปลี่ยนไปอย่างนั้นใช่มั้ย
ศุกร์,เสาร์,อาทิตย์” นักท่องเที่ยวแบบ”แฟร์มีลี่ทัวร์” ที่โดยสารมากับ”รถบัส” มาเที่ยว”หาดใหญ่ “ จ.สงขลา แน่นขนัด เพราะอยู่ในช่วง”ปิดเทอม” ของ”ประเทศมาเลเซีย รวมทั้งการที่ “เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรีสั่งให้”ตรวจคนเข้าเมืองสะเดา” ยกเลิกการให้”เอกสาร ตม.6” ในการ”เข้าเมือง” ส่งผลให้ นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นถึง 30 % เรื่องดีๆอย่างนี้ “สำนักงานการท่องเที่ยว” ต้องเสนอให้”นายกรัฐมนตรี” ยกเลิกการใช้”เอกสาร ตม.6” ให้หมดในทุกด่านพรมแดน ทั้งที่”ด่านพรมแดนเบตง จ.ยะลา และ”ด่านพรมแดน อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส นี่คือ”รายได้”ที่เรียกว่า”สิบเบี้ยใกล้มือ” ไม่รู้จักคว้า ก็สมควรที่”เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรีจะออกมา”ว้ากใส่” สำหรับผู้บริหารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย…..และต้อง”ชื่นชม” นโยบาย”ขอคืนทางเท้า”ของ”เทศบาลนครหาดใหญ่” จ.สงขลา ภายใต้การบริหารของ” พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี” นายกเทศมนตรี เพื่อให้ผู้”สัญจร” ที่มาเที่ยวหาดใหญ่ มีความ “สะดวกสบาย” เดินบนทางเท้าอย่างปลอดภัย รวมทั้งเรื่องการ”จัดระเบียบจราจร” ที่ทำได้ดีขึ้นกว่าแต่ก่อน นี่คือ”หัวใจ” ของการให้”หาดใหญ่” เป็นเมืองท่องเที่ยว น่าเที่ยวมากขึ้น
แม้จะ”สอบไม่ผ่าน” ถึง 2 ครั้งจากการเป็นผู้สมัคร สส.เขต 6 ของ จ.สงขลา พรรคพลังประชารัฐ แต่ วันนี้ “อนุกูล พฤกษานุศักดิ์” ยังมี”อนาคตที่รุงโรจน์” สังเกตได้ว่าในการ”โยกย้าย” ตำรวจของกองบัญชาการตำรวจภูธร 9 ครั้งนี้ เส้นทาง ไปสู่บ้านของ”เสี่ยโบ๊ต,” ที่ อ.สะเดา จ.สงขลา มีตำรวจ” เดินเข้า เดินออก “ แบบที่เรียกว่า”หัวกระไดไม่แห้ง” ก็แล้วกัน อนาคต ทางการเมืองยังไม่ถึง”ฝั่งฝัน”แต่ความ”ยิ่งใหญ่” ในวงการ”สีกากี” ประสบความสำเร็จแล้ว…..และ ข่าวว่า ก้าวเดินต่อไปของ”เสี่ยโบ๊ต” คือการก้าวสู่”ถนนการเมืองท้องถิ่น” ด้วยการ”สนับสนุน”สุพิศ พิทักษ์ธรรม” อธิบดีกรมฝนหลวงฯ” ให้ลงสมัครเป็น”นายกองค์กรบริหารส่วนจังหวัดสงขลา” โดยมีทีมงานของ”ชนนพัฒน์ นาคสั้ว” สส. เขต 4 สงขลา พรรคพลังประชารัฐ เป็นผู้”เดินเกม”ในพื้นที่ 4 อำเภอของ”คาบสมุทรสทิงพระ จ.สงขลา ข่าวว่ามีการ”จัดสรรตำแหน่ง” รองนายก อบจ.สงขลา ลงตัวกันแล้ว และหนึ่งใน “รองนายก อบจ.สงขลา “คือ” เสี่ยโบ๊ต” นี่แหละที่เขาเรียกว่า”รวดเร็วปานกามนิตหนุ่ม” อ้าว แล้ว “ไพเจน มากสุวรรณ” นายกองค์กรบริหารจังหวัดสงขลาคนปัจจุบัน ไปอยู่ตรงไหนของการ”เลือกตั้ง” นายก อบจ. ครั้งหน้า เพราะมีการ”ออกข่าว” แล้วว่า”ยังคง”พิสมัย” ตำแหน่ง นายก อบจ.สงขลา และขอลงสมัครเพื่อทำงานให้ชาวสงขลาเป็นครั้งที่ 2 เพราะ “เจ้าตัว” เชื่อมั่นใน”ผลงาน” ที่มี”มากมาย” แต่ นั่นแหละ”ประชาชน” จะมองเห็นหรือเปล่า ”ไพเจน มากสุวรรณ” ต้อง ศึกษาไว้เพื่อ”รับมือ”กับการ”เลือกตั้ง” ครั้งหน้า
”ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา” คดีตำรวจ สภ.ป่าบอน จ.พัทลุง” จับ “ลุงแก่ๆ” ในข้อหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง และมีการ”เจรจา” เรียกเงิน 20,000 บาท” เพื่อไม่ดำเนินคดี แต่”ลุงแก่ๆ ฮึดสู้” ว่าถูก “ตำรวจวางแผน” ยัดข้อหาแล้ว”ตบทรัพย์” จนกลายเป็น” คดีความ” นำไปสู่การ”ร้องขอความเป็นธรรม” วันนี้” พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี “ ผบช.ภ.9 สั่งย้ายตำรวจทั้งชุด ไปช่วยราชการ และสั่งตั้ง “กรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง” นี่คือเรื่อง”ไม่เข็ดไม่หลาบ” ในวงการตำรวจ ที่ไม่ว่าใครจะมาเป็น” ผบ.ตร. ปัญหานี้ แก้ไม่เคยได้ และ”ตำรวจ” ก็ไม่เคย”ใส่ใจ” ทั้งที่แต่ละปีมี”ตำรวจ” ที่ถูกออก “ให้ออก” และ”ไล่ออก” จากราชการตำรวจมีเป็นจำนวนมาก” พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร.” คนใหม่ จะแก้อย่างไรกับปัญหานี้……นี่ก็เป็นเรื่อง”เรื้องรัง” ที่ แก้ไม่ได้ หรือไม่แก้ก็ไม่รู้ เรื่อง “ตัดไม่ทำลายป่า” ในพื้นที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ล่าสุดเกิดขึ้นกับ”ป่าไม่ในเขาปกโย๊ะ” ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา พื้นที่”สีแดง” ที่มีกำลัง”ทหาร-ตำรวจ” อยู่เต็มไปหมด แต่ก็ไม่ช่วยให้”มอดไม้” เกรงใจ ก็ต้องถาม พล.ท.ศานติ ศกุลตนาก” แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผบ.กอ.รมน.ภาค 4 ว่า จะทำอย่างไร ที่จะให้”กำลังพล”ในพื้นที่ “มีส่วน” ในการป้องกัน”ทรัพยากรป่าไม้” ได้บ้าง …..แล้วพบกันใหม่ในวันศุกร์หน้า สวัสดีครับ
ไชยยงค์ มณีพิลึก
