วันพุธ, 13 พฤษภาคม 2569

สังคมภูมิภาคใต้ตอนล่าง…คุ้มไม่คุ้ม? ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ กู้เงินแจกสร้างหนี้คนทั้งชาติ!

06 ม.ค. 2024
1001

ขึ้น”ศักราชใหม่”ของปีพุทธศักราช 2567  ที่มีเงินสะพัดทั้งประเทศ จากการ”เฉลิมฉลอง” วันส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่  ยกเว้น”สามจังหวัดชายแดนภาคใต้” ที่ประสบกับปัญหา”น้ำท่วม”ครั้งใหญ่ในรอบ 50 ปี” ปีใหม่ปีนี้ ทุกจังหวัดเต็มไปด้วย”นักท่องเที่ยว”ทั้ง”ไทย-เทศ” ที่มีการ”เฉลิมฉลอง” กันอย่าง”ครึกครื้น” โดยเฉพาะ แต่ละจังหวัดที่มากด้วย”สีสัน”ของการจัดงาน “เคาท์ดาวน์” ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ซึ่งเชื่อว่าใน”จังหวัดที่เป็นเมืองท่องเที่ยว อย่าง เกาะภูเก็ต,เกาะสมุย,กระบี่,พังงา ตรัง” และ” สตูล” ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยว”ฝั่งอันดามัน” เจ้าของธุรกิจ “พ่อค้า แม่ขาย”  ตั้งแต่”เจ้าสัว” เจ้าของ”โรงแรม”จนถึงคนค้าขาย”แบกะดิน”ต่าง”รับทรัพย์”กันถ้วนหน้า  ส่วนที่”สงขลา” ก็ “ครึกครื้น” ไม่แพ้ที่อื่นๆ ปีนี้ ชาวมาเลเซีย และ สิงคโปร์ เดินทางเข้ามา ท่องเที่ยว ที่ อ.หาดใหญ่ ตั้งแต่วัน”คริสต์มาส” และอยู่ยาวจนงาน”เคาท์ดาวน์” ที่มีการจัดขึ้นทั้งใน “หาดใหญ่” และ” หาดสมิหลา” สงขลา…..นี่ กระมัง ที่หลายภาคส่วนต่าง”เถียงคอเป็นเอ็น” ว่า”พื้นฐานของ”เศรษฐกิจไทย” ยังดีอยู่ ยัง”เข้มแข็ง” ไม่ได้ถึงจุดที่”ต่ำสุด” จนต้องใช้การ”กระตุ้น” ครั้ง”มโหราฬ” ด้วยการ “กู้เงิน” 500,000 ล้าน เพื่อมา”แจกประชาชน” ตาม นโยบายดิจิทัลวอลเล็ต” ที่เป็น นโยบาย ในการ”หาเสียง”ของ”พรรคเพื่อไทย” ซึ่งเรื่อง”กู้มาแจก” วันนี้ยังเป็นปัญหาของ”เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรี เพราะยัง”ลูกผีลูกคน” เพราะ”กฤษฎีกา” ยังไม่ให้ความเห็น และอีกหลายองค์ ก็ยัง “คัดค้าน”อย่าง”แข็งขัน”  นอกจากนั้น ประชาชน ส่วนหนึ่งก็”ไม่เห็นด้วย” หลังจากที่รู้ว่า”การแจกเงิน”ครั้งนี้มี”ต้นทุน” ที่เป็น”รายจ่าย” ที่ประชาชนทุกคนต้อง”แบกรับ” เพราะเป็นการ”กู้เงิน” หรือ”เขียนให้เข้าใจง่ายคือ” เอาเงินประชาชน” มาแจกให้กับ”ประชาชน” โดย”ประชาชน” เป็น”ลูกหนี้สถานบันการเงิน” และ”ต้องจ่าย” ทั้ง”ดอก” ทั้ง”ต้น”โดย”ประชาชน” รัฐบาล และ พรรคการเมือง เป็นเพียงผู้”ดำเนินการทางธุรการในการกู้เงินและ”แจกเงิน” ให้ประชาชน เท่านั้น และในการดำเนินการ”ทางธุรการ” รัฐบาล ยังต้อง”กู้เงิน” อีก “100,000 ล้าน ในการเป็นค่า”บริหารจัดการ” อีกต่างหาก

เรื่อง”แจกเงิน” ประชาชนคนละ” 10,000 บาท “ทั้ง”เพื่อไทย” และ”พรรคร่วม” รวมทั้ง”พรรคฝ่ายค้าน” ถ้ามองเห็นถึง”ปัญหา”และ”หายนะ” ใน “อนาคต”  ที่จะเกิดขึ้น หากเงิน”500,000 ล้านบาท ไม่สามารถ”กระตุกกระตุ้น” ระบบ”เศรษฐกิจ”ได้จริง ช่วยกันคิด ช่วยกันห้าม ช่วยกับ”เบรก” โครงการนี้ไว้ และใช้นโยบาย อื่นๆ ในการ”กระตุ้น”เศรษฐกิจ” ซึ่งยังมีอีกหลาย”ช่องทาง” ไม่ใช่การ”กระตุ้น” เศรษฐกิจ” จะมีเพียงเรื่อง”แจกเงิน” ให้”ประชาชน” คนละ”10,000 บาท “ เพียงอย่างเดียว ก็จะเป็น”คุณูประการ” กับประเทศชาติอย่าง”อเนกอนันต์”…..เรื่อง นโยบาย”แจกเงินดิจิตัล” ถ้าเกิดความ”ผิดพลาด”แจกแล้ว จ่ายแล้ว ไม่”เป็นคุณ” กับการทำให้”เศรษฐกิจ” ดีขึ้น ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่”ผิดพลาด” จะเป็น”พรรคเพื่อไทย” เพื่อพรรคเดียว แต่ต้อง”หมายรวม” ถึง”พรรคร่วมรัฐบาล” ทุกพรรค และรวมทั้ง”พรรคฝ่ายค้าน” อย่าง”ก้าวไกล” และ”ประชาธิปัตย์”ด้วยนะ ก็ต้องติดตามการ”อภิปรายงบประมาณปี 2567” ที่กำลังจะมีขึ้น ว่า”พรรคฝ่ายค้าน” ทั้ง”ก้าวไกล,และ”ประชาธิปัตย์” จะมีความ”เห็นต่าง” อย่างไรกับการ”จัดงบ” ของ”รัฐบาล” ที่เป็นการ”จัดงบประมาณ” แบบ ประเทศชาติอยู่ในภาวะ”ปกติ” เพราะหาก”ประเทศชาติ” อยู่ในภาวะที่ไม่”ปกติ” มีปัญหาทาง”เศรษฐกิจ” ที่”ย่ำแย่” อย่างที่”นายกรัฐมนตรี” เศรษฐา ทวีสิน” มีการออกมา”ตอกย้ำ” ทุกวี่ทุกวัน เพื่อการ”ผลักดัน” โครงการ”แจกเงิน” ให้กับ”ประชาชน” การ”จัดงบ” ทำไม่จึงเป็นอย่างที่เห็น. นี้คือ”ข้อสังเกต” อีกอย่างที่ต้องนำมา”พิจารณา” และ”แจกแจง” ให้ประชาชนได้รับรู้

และต้องติดตามเป็น”พิเศษ” คือ”พรรคประชาธิปัตย์” ในการ”อภิปรายงบประมาณ” ว่าเป็นการ”ซูเอี๋ย” เพื่อรอที่จะ”เสียบ”หรือ”ร่วมรัฐบาล” ในการ”ปรับ ครม. ในอนาคต  หรือไม่  เพราะ ณ วันนี้ ถึงแม้ทั้ง “เฉลิมชัย ศรีอ่อน” หัวหน้าพรรค”เดชอิศม์ ขาวทอง” ( นายกชาย) เลขาธิการพรรคฯ และ คนอื่นๆ จะออกมา”นั่งยัน นอนยัน”ว่าจะเป็น”ฝ่ายค้าน” ที่”อภิปราย”อย่าง”สร้างสรรค์” และไม่ขอร่วม”รัฐบาล” คนส่วนใหญ่ยังไม่เชื่อ แต่ถ้าการ”อภิปราย”งบประมาณครั้งนี้การแสดงให้เห็นถึง”จุดยืน”ของการเป็น”ฝ่ายค้าน” ประชาชนคงต้องมีการ”พิจารณา” อีกครั้ง ว่า”ประชาธิปัตย์” ไม่ใช่พรรคที่พร้อมเป็น”พรรคอะไหล่”ให้กับ”เพื่อไทย…..สิ่งที่ต้องติดตามต่อคือ” ก้าวย่าง”ของ”รัฐบาล”ที่มี”เศรษฐา ทวีสิน” เป็น” ผู้นำ” ว่าในปี 2567  หรือย่างเข้าเดือน 4 ของ” รัฐบาลนิดหนึ่ง” จะมีอะไรที่”ดีขึ้น” ทั้งในเรื่อง”เศรษฐกิจ” ในเรื่อง”ปากท้อง” ในเรื่องของปัญหาหลักๆของประเทศ เช่นเรื่องการ”ปราบปรามยาเสพติด” ที่เป็น”ภัยสังคม” เรื่องของการ”คอร์รัปชั่น” ที่ยังเป็น”มะเร็งร้าย”ของประเทศ จะมี”ผลงาน” อะไรที่”เป็นชิ้นเป็นอัน” เพราะที่ผ่านมา เห็นเพียงการ”สั่งการ” และการ”ประชุม” หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นเรื่องของ”นามธรรม” ส่วนเรื่องของ”รูปธรรม” ที่”จับต้องได้” และ”เกิดขึ้นจริง” ยังไม่เห็น” ก็อย่าให้” สังคมปรามาส” ว่า “รัฐบาล 4 เดือน” ที่ผ่านมาเป็นเรื่องของ”รถเก่า” ทั้งแต่ยุคของ”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เป็น”เจ้าของ” เพียงแต่เปลี่ยน”คนขับ” ที่เป็น”มือใหม่” อย่าง”เศรษฐา ทวีสิน” มาทำการ“ขับแทน“เท่านั้น  และถ้าเป็นจริงคือ”รถเก่าคนขับมือใหม่” นั่นคือ” อันตราย”สำหรับ”ผู้โดยสาร” แน่นอน

เรื่องของการ”ดราม่า” ข้ามปี  สำหรับประชนไทยคือเรื่อง”น้ำมันไม่เต็มลิตร” ของ”แบร์นด์ใหญ่” ในวงการ”น้ำมันเชื้อเพลิง” ที่ แม้ว่า “กรมการค้าภายใน” จะออกมา”ชี้แจง”กับประชาชนทั้งประเทศว่า”ไม่ผิดกฎหมาย” แต่”ประชาชน”ผู้”บริโภค” ไม่เข้าใจ” เพราะคำว่าเติมน้ำมันแต่ได้น้ำมัน”ไม่เต็มลิตร” ในความรู้สึกของ”ประชาชน”ถือว่า ”ถูกเอาเปรียบ” ที่เหมือนกับ”ถูกโกง” เอ้า แล้วทีไป”ซื้อของ” แล้วถูกแม่ค้า”โกงตาชั่ง” ได้สินค้าเพียง 9 ขีด ขาดไปอีก 1 ขีด ทำไม”กฎหมาย” จึง”เอาผิด” และบอกว่า”โกง” ตรงนี้”อธิบดีกรมการค้าภายใน” ต้อง”อธิบาย” และที่ต้องถามให้ชัดคือหน่วยงาน”ชั่ง ตวง วัด” ที่เป็น”ผู้ตรวจ” และออก”ใบรับรอง” ให้มีการนำไป”แสดง” ในสถานบริการน้ำมัน มี”มาตรฐาน” ในการ”ตรวจสอบ”แค่ไหน ทำไมจึงไม่สามารถทำให้”น้ำมันเต็มลิตร”ได้ ชาวบ้านเขา”ข้องใจ” ว่า” เจ้าของปั้ม กับ” เจ้าหน้าที่” รวมมือกันหรือไม่ ส่วน”เจ้าของ”เครื่องหมายการค้า” แม้ว่าจะไม่ผิด เพราะการ”บริหารจัดการ”สถานีจ่ายน้ำมันเป็นเรื่องของ”เอกชน” เจ้าของปั๊ม แต่ในฐานะ”เจ้าของ”เครื่องหมายการค้า” ก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบใน”ด้านของ”ภาพลักษณ์” ในฐานะองค์กรที่มี”ธรรมาภิบาล” ไม่ใช่เงียบเหมือน”เป่าสาก”เรื่องนี้เป็นเรื่องที่”ขำ”และ”ขื่น” สำหรับผู้”บริโภค” นะ

ไม่เห็นเอกสารการ ”ถอดบทเรียน” น้ำท่วมครั้งใหญ่ ในพื้นที่ของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ “ ปัตตานี,ยะลา,นราธิวาส” ที่ ลงความเห็นว่า เป็นเรื่อง”ภัยธรรมชาติ” ที่ 1, ฝนตกหนัก 2.การทำเกษตรเชิงเดี่ยว 3 .สภาพภูมิศาสตร์ ( ภูเขา-สายน้ำ ) คือ ปัญหา ที่ทำให้  เกิดความ เสียหาย ในวงกว้าง  แต่เรื่องการที่ เจ้าหน้าที่รัฐ ปล่อยให้มีการ”ตัดไม้ทำลายป่า” ซึ่งเป็น”ปัจจัย” ที่สำคัญที่สุด กลับไม่มีอยู่ในการ”ถอดบทเรียน” นี่หมายถึงอะไร ถ้าไม่ใช่ไม่กล้าที่จะ”พูดความจริง”  หรือ ต้องการที่”ซุกขยะไว้ใต้พรม” นี่คือ”วิกฤติ” ของการแก้ปัญหาทุกปัญหาของ”ประเทศไทย” ที่ทำให้การแก้ไขปัญหาแก้ไม่ได้ เพราะเป็นการ”ตั้งโจทย์” ที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง”…..แล้ว อายหรือเปล่า ที่ปล่อยให้”โฆษก” ของขบวนการแบ่งแยกดินแดน ออกมา”สื่อสาร” กับคน”ปัตตานี” และชี้ให้เห็นถึงสาเหตุของ”น้ำท่วมใหญ่” ที่”เจ้าหน้าที่รัฐ” ปล่อยให้มีการ”ตัดไม้ทำลายป่า” นั่นคือความ”ล้มเหลว” ของ”ราชการ” ที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่”ไร้ความสามารถ” แต่เป็นเพราะต่างมี”ผลประโยชน์”กับขบวนการ”นายทุน” ที่ใช้”มอดไม้” ในพื้นที่ “โค่นไม้” และ”ขายที่ดิน” เพื่อใช้ในการทำการเกษตร” เสนาบดี” กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม อย่าง” พล.ต.อ.พัชรวาท วงศ์สุวรรณ” จะไม่ “สละเวลา” ลงมาดู”ท่อนไม้” ที่ ยัง”หลงเหลือ”และ”ระเกะระกะ” ในพื้นที่ สักหน่อยหรือ เพื่อจะได้มี”แนวทาง” ในการแก้ไข อย่าหาทางออกด้วยการโทษว่าเป็น”ฝนตกหนักในรอบ 50 ปี” เพียงอย่างเดียว เพราะ”ฝั่งของมาเลเซีย” ฝนตกหนักเหมือนบ้านเรา แต่ทำไม่เขาจึงไม่”เสียหาย” เท่ากับพื้นที่ของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

ในการ”รับมือ”กับ”อุทกภัย” ในพื้นที่ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ครั้งนี้ “ทหาร” จาก “กองทัพภาคที่ 4” จาก” กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” เป็นหน่วยงาน”โดดเด่น” ในการ”ช่วยเหลือ”ประชาชนผู้ประสพภัย ที่สามารถ”อพยพ” ประชาชน ใน”จุดเสี่ยง” ทำให้ลดความ”สูญเสีย” ซึ่งหากไม่มีกำลังของ”ทหาร” ในพื้นที่ ผู้เสียชีวิตในครั้งนี้ อาจจะ”มากกว่า “ 20 ชีวิต ก็เป็นได้  ถ้าการ” เสี่ยงภัย,เสี่ยงชีวิต” ให้เห็นอย่างนี้แล้ว “ทหาร” ยังสร้าง”มวลชน” ในพื้นที่ไม่ได้ ก็ต้องโทษว่าเป็น”เวรเป็นกรรม”ของจังหวัดชายแดนภาคใต้แล้วหละ   ส่วนผู้นำ”กองทัพภาคที่ 4 “ อย่าง” พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค” แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 “ แม้จะ”ลอยคอ” กลางกระแสน้ำไม่เก่งเหมือน” พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์” อดีต “แม่ทัพภาคที่ 4” แต่ การลงพื้นที่”แจกถุงยังชีพ” อย่างไม่”เหน็ดเหนื่อย” ด้วยอาการ”ยิ้มแย้มแจ่มใส” ก็น่าจะ”ได้ใจ” คนในพื้นที่ไปไม่น้อย…..ส่วนที่ไม่สมควรทำ คือการที่”หน่วยทหาร” บางหน่วยในพื้นที่  เข้าทำการ”ตรวจสอบ”ประวัติ” ของกลุ่ม”เยาวชน” ที่ทำการ”ช่วยเหลือ” ชาวบ้านผู้”ประสบภัย” ซึ่งรู้กันอยู่ว่าเป็น”กลุ่มเปอร์มูดอ” หรือ”กองกำลัง”เยาวชน” ของขบวนการ”บีอาร์เอ็น” ที่มี”หน้าที่” ในการ”ช่วยชาวบ้าน” ที่ประสบภัย เป็นการ”แย่งชิงมวลชน”  ถือเป็นการ”ไม่ฉลาด” เพราะทำให้”เสียมวลชน” โดยใช่เหตุ  เรื่องนี้”เสียทั้งการเมือง” และ”การทหาร” ไปหมด” ทั้งโซ่ทั้งลิง” ว่างั้น

เขียนถึง อดีต”แม่ทัพภาคที่ 4 “ พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ ซึ่ง เกษียณอายุราชการแล้ว”ไม่ว่าเหว่” และยังมี”โอกาส” ใช้ความรู้ ความสามารถในการช่วยเหลือ”ราชการ” และ”บ้านเมือง” เพราะได้รับการแต่งตั้ง จาก” เสนาบดี” กระทรวงมหาดไทย” และ”หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย “อนุทิน ชาญวีรกุล” ให้เป็น”ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย” ใน”ฐานะ” คนกันเอง ก็ขอแสดงความยินดี ด้วยครับ…..วันนี้ สถานการณ์ ของ 3 จังหวัด หลัง”น้ำลด” บ้านเรือนของประชาชนได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก บางพื้นที่บ้านเรือนหายไปกับกระแสน้ำ และจำนวนมากต้องมีการ”ซ่อมแซม” โดยเฉพาะ”รถราม้าช้าง” ที่จมอยู่ใต้” บาดาล” ต้อง”ซ่อมแซม” พืชผลทางการเกษตร เสียหายอย่าง”ยับเยิน” หลายร้อยครอบครัวเหลือเพียง”เสื้อผ้า” ติดตัวเพียง”ชุดเดียว” นี่คือเรื่องที่ต้องมีการ”ช่วยเหลือ” จากภาครัฐโดยเร็ว เพื่อให้ทุก”ครัวเรือน” สามารถที่จะ”ยืนหยัด” เพื่อทำมาหากินต่อไปได้ ….โดยเฉพาะ”ถนนหนทาง,สะพาน” และสิ่ง”สาธารณูประโยชน์” ต่างๆ ที่”เสียหาย” จาก”การถูกน้ำ”ถล่ม” และ”กัดเซาะ” ในครั้งนี้  ซึ่ง”ส่วนใหญ่” เป็นของ”ทางหลวงชนบท” และ”ท้องถิ่น” ต้องมีการ”ซ่อมแซม” โดยเร็ว แต่อย่าได้ใช้ความ”โดยเร็ว” ด้วยการ”ฉ้อราษฎร์บังหลวง” โดยหวัง”เงินทอน” ด้วยการอาศัย”ระเบียบการจ้างงาน”ของ”จังหวัดชายแดนภาคใต้” ที่มีการใช้”วิธีการจ้างงานแบบพิเศษ” หน่วยงานไหนที่”คิดไม่ดี” โดยหวังแต่”เงินทอน” เป็นหลัก

ก็ให้ดูตัวอย่างการ”ทุจริต”ในโครงการ”เสาไฟฟ้าโซล่าเซลล์”1,400 กว่าล้านบาท ของ”ศูนย์อำนวยการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้” ที่เกิดขึ้นเมื่อ 6 ปี ที่ผ่านมา ซึ่ง วันนี้ “ศาลทุจริตฯภาค 9 “ มีการ”พิพากษา” สั่ง”จำคุก” เจ้าหน้าที่ และ บริษัทผู้รับเหมา ไปแล้ว นี่คือ”ตัวอย่าง”ของ”ข้าราชการ” ที่ชอบ”เงินทอน” จำเอาไว้เป็น”ตัวอย่าง”  เรื่องความ เดือดร้อน ของ”ประชาชน” และเรื่องการ”เยียวยา” การ”ซ่อมแซม” สิ่งสาธารณูประโภค สาธารณูประการ เป็น”หน้าที่”ของ “ผู้ราชการการจังหวัด ที่”พาตีเมาะ สะดียามู ผวจ.ปัตตานี,อำพล พงษ์สุวรรณ ผวจ.ยะลา, ว่าที่ ร.ต.ตระกูล โทธรรม” ผวจ.นราธิวาส ต้อง “เร่งรัด” ทุกหน่วยงานให้มีความ”รวดเร็ว” ให้สมกับคำขวัญของ”มหาดไทย” ในการ”บำบัดทุกข์ บำรุงสุข”ให้ประชาชน และ…..รวมทั้งเรื่องของ” เครื่องตรวจวัตถุระเบิด “อัลฟ่า” หรือ” ทีจี 200” ที่”ข้าราชการระดับ”ผู้ว่าราชการจังหวัด” จนถึง”นายอำเภอ” และ”คลังจังหวัด” ใน จังหวัดยะลา ที่ถูก”ศาลทุจริตฯ” ตัดสิน”จำคุก” ตั้งแต่ 8 ปี ถึง 4 ปี ซึ่งแม้จะยังเปิดให้ทุกคนที่ถูกกล่าวหาสามารถต่อสู้ในการขอ”อุธรณ์”ได้ แต่”ประวัติ” ของการ”จบไม่สวย” ก็เป็น”บาดแผล”ไปตลอดชีวิต เรื่องนี้”คนกินเงินเดือนหลวง” ที่มาจาก”ภาษีประชาชน” ต้องพึงระวัง

เห็นความ “ตั้งใจ” ของ”สมนึก พรหมเขียว” ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ในการที่จะแก้ปัญหาสังคมในเรื่อง”ยาเสพติด” ด้วยการเอาผู้ที่”ติดยา”และ”มีอาการทาง”จิตประสาท” ออกจาก”ชุมชน” เพราะหากปล่อยไว้ นอกจากคนในครอบครัวที่เป็นคน”ใกล้ตัว” อาจจะ”เป็นเหยื่อ” ของความ”บ้าคลั่ง”และการ”หลอนยา” แล้ว คนใน”ชุมชน” ที่ไม่รู้”อิโหน่อิเหน่” ก็อาจจะได้นับ”อันตราย” ด้วย  นี้เป็น นโยบาย ที่ดีที่ต้อง”ชื่นชม”…..แต่ในขณะเดียวกัน”สงขลา” ก็มีเรื่องปัญหาใหญ่ๆ ที่รอผู้มา”สะสาง” ซึ่ง บุคคลที่จะ”สะสาง”ได้ หนีไม่พ้น” พ่อเมือง” ใน”ฐานะ” ของผู้ที่มี”บทบาท” ในการ”นั่งหัวโต๊ะ” และอาจต้องใช้การ”ตบโต๊ะ”ในบางครั้งคราว เพื่อให้”ปัญหา” มีการแก้ไขได้”ตรงปก” ….เช่นเรื่องของ”โพงพาง” ที่มี”เจตนา” ในการ”ดักเรือ” เพื่อการ”ตบทรัพย์” เจ้าของเรือ มากกว่าการ”ดักปลา” เรื่องนี้ต้องแก้ที่”ต้นตอ” คือต้อง”เอาผิด” กับหน่วยงานที่มี”หน้าที่”โดยตรง แต่ไม่ได้ทำหน้าที่ ….อีกเรื่องที่เป็นเรื่อง”อัปยศ อดสู” ของ”คนสงขลา” คือเรื่อง”อควาเรี่ยมหอยสังข์” ที่ “กรมอาชีวะศึกษา” ทำการ”ขี้ทิ้งไว้จนเหม็นหึ่ง” และไม่มีการ”เช็ดล้าง ” ปล่อยให้”เน่าเหม็น” เป็นการ”ผลาญงบประมาณ” ถึง 14,000 ล้านบาท โดย”เปล่าประโยชน์” เพราะกลายเป็น” พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ” ที่ถูก”ปล่อยทิ้งร้าง”ถึง 15 ปี น่าจะไม่มีที่ประเทศไหนในโลก นอกจาก”ประเทศไทย” ที่มีเรื่องเช่นนี้   เรื่องนี้เป็นเรื่องที่”พ่อเมืองสงขลา” ต้องเป็น”หัวหอก” ในการ”บูรณาการ” กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้จบ ถ้าไม่”ทำต่อ” โดยขอที่จะ”พอแค่นี้” ก็ต้อง”ปรับปรุง” และ”ปรับเปลี่ยน” ให้”หอยสังข์เน่า” เป็น”หอยสังข์ที่มีชีวิต” และ” ใช้ประโยชน์” ในรูปแบบอื่นๆ ที่ไม่ใช่”พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ”ได้   นี่อาจจะเป็น”ทางออก” ในการ”เดินต่อ” ของ”หอยเน่า” ที่ เชิงสะพานติณสูลานนท์”

เรื่องของ”น้ำกระท่อม” ที่มีการต้มขายตามริมถนน”กฎหมาย” เขียนไว้ชัดเจนว่า “พืชกระท่อม” ที่เป็นใบ  ต้น ราก และส่วนประกอบอื่นๆ จำหน่าย ได้โดยไม่ผิดกฎหมาย แต่”น้ำกระท่อม” ที่ต้มขายกันริมถนนเป็นการค้าที่”ผิดกฎหมาย” เห็นในพื้นที่อื่นๆของประเทศไทย มีการ”จับกุม”กันแล้วหลายพื้นที่ แต่ในพื้นที่”ภาคใต้ตอนล่าง” ตั้งแต่” ตรัง”ไปถึง”นราธิวาส” มีการ”ตั้งซุ้ม” ขายกันอย่างเสรี โดยเฉพาะในพื้นที่ของ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ถนนสาย”คลองหวะ-สนามบิน” มีการขายกันอย่าง”เป็นล่ำเป็นสัน” โดยที่ไม่มีการจับกุม ทั้งที่เป็น”ความผิดซึ่งหน้า” แต่ในที่ใกล้ๆกัน กับมีการ”ตั้งด่าน” เพื่อทำการ”จับรถยนต์-จยย.” ที่ผิดกฎจราจร หรือการจับกุมผู้ทำผิดเกี่ยวกับ”น้ำกระท่อม” ไม่มีการแบ่งเงิน”ค่าปรับ” ไม่เหมือนกับ”พรบ.จราจร” ตำรวจ จึงไม่สนใจในการจับกุม  เรื่องนี้ฝากให้” พ.ต.อ.ภูมิ บาลทิพย์” สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา  จัดการด้วย

เรื่องของ”แป้ง นาโหนด” หรือ”เชาวลิต ทองด้วง” ผู้ต้องหาที่เป็น”นักโทษ” ที่หลบหนี”ข้ามปี” แต่ เจ้าหน้าที่ ยังตามจับกุมตัวมา”รับโทษ” ไม่ได้ ส่วนคดีใหม่ ที่ศาล จ.พัทลุง เพิ่งจะ”พิพากษา” ลงโทษ”จำคุกตลอดชีวิต” จากกรณีร่วมกับพวก พยายามฆ่าเจ้าหน้าที่ คือ”ฟางเส้นสุดท้าย” ที่ “ฟันธง” ได้ว่า”แป้ง นาโหนด” ไม่มีทางที่จะ”มอบตัว” เพื่อสู้คดี ดังนั้นจึงต้องรอดู”ฝีมือ” ของ” พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี” ผบช.ภ. 9 คนใหม่ ว่าจะ”จัดการ” นำตัว”แป้ง นาโหนด” มารับโทษด้วยวิธีใด เพราะตั้งแต่เกิดคดีขึ้น เห็นแต่”พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล” ผบ.ตร. ที่ ออกมา”ให้ข่าว” การติดตาม”ไล่ล่า” เพื่อนำตัว”แป้ง นาโหนด” กลับมา”รับโทษ” แต่ ตำรวจภาค 9 โดยเฉพาะ พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี “ ทำตัว”เงียบเชียบ” เหมือน”เป่าสาก” เมื่อเป็นอย่างนี้ ประชาชน จะเชื่อมั่นในการทำหน้าที่ได้อย่างไร  โดยเฉพาะ “ทีม” หรือ”ขบวนการ” ที่ อยู่เบื้องหลังพา”แป้ง นาโหนด”หนีจากการ”ไล่ล่า” ของ”ตำรวจ” ไม่ได้มีแค่ 5 คน ตามที่”ตำรวจ”ทำการจับกุมตัวมาได้ แต่ แปลก ที่ ไม่มีการจับใครเพิ่ม หรือนี่เป็นการ”ปิดคดี” แบบ”ตัดตอน” เพื่อมิให้สาวไปถึงผู้ที่อยู่”เบื้องหลัง” ที่เป็น”นักการเมือง” และ”คนมีสี” กระมัง และในส่วนของการ”สอบสวน” กลุ่ม”นายตำรวจ” ที่เป็น”ลมใต้ปีก” ในการหนุนให้”แป้ง นาโหนด” ให้กลายเป็นผู้ที่มี”อิทธิพล” ประชาชนก็อยากทราบว่า วันนี้ผลการ”สอบสวน” มีความคืบหน้าไปถึงไหน

ร้องกันมาจาก ประชาชน ในพื้นที่ อ.เมือง จ.ตรัง เกี่ยวกับเรื่องการ”ระบาด”ของ”ยาเสพติด” ทั้ง”ยาบ้า,ยาไอซ์,กัญชา” และ”น้ำกระท่อม” ที่ส่งผลให้มีการ”ลักเล็กขโมยน้อย” เกิดขึ้นมากมาย ก็ฝากให้ “พ.ต.อ. สานิตย์ พลเพชร” ผกก.สภ.เมืองตรัง”ใส่ใจ”กับปัญหาของ”ยาเสพติด” อย่าคิดว่าเป็นปัญหา”ประจำถิ่น” ของ”ประเทศไทย” เพราะวันนี้ “สังคมไทย” ถูกทำให้เข้าใจว่า “นโยบาย” ให้มีการ”ครอบครอง” ยาเสพติดได้ 5 เม็ด เป็น”ผู้เสพ” ที่ไม่มีความผิด เป็นการให้”ชุมชนยอมรับที่จะร่วมกับคนติดยา” และตำรวจก็ไม่”ใส่ใจ” กับปัญหาของ”ผู้เสพ” เหล่านี้ ความ”ทุกข์ร้อน” จึงตกอยู่กับ ประชาชน…..การท่องเที่ยวทางทะเลในฝั่ง”อันดามัน” และ”อ่าวไทย” ในบางจังหวัด มีเหตุ”เรือล่ม” เกิดขึ้นบ่อยมากทั้งก่อน”เทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่” และก่อนหน้านั้น ล่าสุดเรือ”สปีดโบ๊ต” ที่ชนกับ”โขดหิน” ที่”เกาะไม้ท่อน” จ.ภูเก็ต” สาเหตุมาจากคนขับ”เสพยาเสพติด”  และอีกกรณีที่มีเทศกาลจะมี”นักท่องเที่ยว” เป็นจำนวนมาก เจ้าของ”กิจการท่องเที่ยว” ต่างเร่งมือในการ”กอบโกยผลกำไร” มีการนำเรือที่”ไม่พร้อม” คนขับที่”ไม่พร้อม” และการ”เร่งรอบ” รวมทั้งมีการใช้”สารเสพติด” จนกลายเป็นเรื่อง”โศกนาฏกรรม” ที่สร้างความ”สูญเสีย” ให้กับ”นักท่องเที่ยว” และความ”เสียหาย” ให้กับ”ประเทศชาติ” เรื่องการ”ควบคุมเรือ”และ”ผู้ที่ทำหน้าที่”นายท้ายเรือ” หน่วยงานไหนเป็นผู้รับผิดชอบ ต้อง”ติวเข้ม” ให้มากกว่านี้ แต่นี้ผ่านๆมา ไม่มีแม้กระทั่งเรื่องของ”วัวหายแล้วล้อมคอก” เรื่องใหญ่ๆอย่างนี้”ผู้ว่าราชการจังหวัด” ต้อง”ใส่ใจ” และต้อง”เอาจริง” กับ ทั้งหน่วยงานที่”หย่อนยาน” และกับ”เอกชน” เจ้าของ”ธุรกิจท่องเที่ยว” ที่คิดแต่จะ”กอบโกย” โดยไม่ได้คำนึงถึงความเสียหายที่ตามมา

ป้าย”ไวนิล” ในการ”สวัสดีปีใหม่ 2567 ของ”นิพนธ์ บุญญามณี” อดีต รมช.มหาดไทย ที่ติดใน 16 อำเภอของจังหวัดสงขลา โดยไม่มี”โลโก้” ของ”แม่ธรณีบีบมวยผม” และชื่อของ”ประชาธิปัตย์” กลายเป็นเรื่องที่สร้างความ”สงสัย”ให้กับ”คนในพื้นที่”และ”คนทั้งประเทศ” ซึ่งคำตอบจาก”เรียวปาก”ของ” อดีตรัฐมนตรีนิพนธ์” คือ ที่ไม่ใช้”เครื่องหมายการค้า”ของ”พรรคประชาธิปัตย์” ไม่ใช่เป็นเพราะ”เครื่องหมายการค้า” ใช้ไม่ได้ แต่เป็นเพราะ” “ผมไม่มีตำแหน่งแห่งหน” ในพรรคประชาธิปัตย์แล้วต่างหาก จึงเห็นว่าไม่สมควรใช้”เครื่องหมายการค้า”ที่เป็นของพรรคฯ  ส่วนใน”อนาคต” จะ”อยู่หรือจะไป” จาก”พรรคพระแม่ธรณีบีบมวยผม”ยังไม่ตัดสินใจเพราะยังไม่”ตกผลึก” ทางความคิด ก็ เข้าใจตามนี้นะ ……แต่ที่ ตัดสินใจแล้วคือ ในการเลือกตั้ง”นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา” ใน”สมัยหน้า” มีชื่อของ”นิพนธ์ บุญญามณี” ลงสมัครแน่นอน เพราะในการ”เปิดบ้าน” ในวัน”ปีใหม่” ที่ “สวนตูล” ต.เขารูปช้าง” อ.เมือง สงขลา มี”มวลชน” จำนวนมาก ให้การ”สนับสนุน” โดยเฉพาะ “โกถึก” สมยศ พลายด้วง  สส.เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ สงขลา ที่เตรียมส่ง”ศรีภรรยา”เข้าสู่ เวทีการเมืองท้องถิ่นในตำแหน่ง “รองนายก อบจ.ในการเลือกตั้งครั้งหน้า

รัฐนาวานิดหนึ่ง ที่มี”เศรษฐา ทวีสิน” ทำหน้าที่เป็น”นายท้าย” ผู้ถือ”หางเสือ” อาจจะทำงาน”รวดเร็ว” ในการ”ลงพื้นที่” และอาจจะ เก่งในเรื่อง”เศรษฐกิจ” แต่ในระยะสั้นๆ ยังมองไม่เห็น”ผลงาน” โดยเฉพาะการไป”โรดโชว์” ใน”ต่างประเทศ” ทั้งเรื่องการขายโครงการ”แลนด์บริดจ์” และการ”โน้มน้าว” ให้กลุ่มทุนใหญ่ๆ จาก”ต่างประเทศ” มาลงทุนในประเทศไทย แต่เรื่องที่”เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรี”สอบตก” แล้วอย่างไม่ต้องสงสัย คือเรื่องของ”ความมั่นคง” เพราะผ่านไปแล้ว 4 เดือน ยังแต่งตั้งผู้ที่จะมาทำหน้าที่”เลขาธิการสภาความมั่นคง” ( สมช.) ไม่ได้ สาเหตุเพราะ”ทหาร” ยังต้องการที่จะให้”ตัวแทน” ของ”กองทัพ “  เป็น”เลขาธิการ สมช.”ทำให้การแต่งตั้ง “เลขาธิการ สมช.” เดินหน้าไปไม่ได้ กลายเป็น”สูญญากาศ” ในองค์กร….และแต่งตั้ง “รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้” ( ศอ.บต.) ที่ว่างลง 2 ตำแหน่ง ก็ยัง”คาราคาซัง” โดยปล่อยให้” พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์” เลขาธิการ ศอ.บต.” ขาด”มือขาดไม้” ในการ ทำหน้าที่ ซึ่งมีงานมากมายที่ต้องรับผิดชอบ และที่สำคัญ การ “ยกเลิก” คำสั่ง คสช. 3 ฉบับ ที่ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาเพื่อ”บอนไซ” ให้ ศอ.บต. อยู่ใต้”อำนาจ” ของ”กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า”  ยังไม่มีการ”ยกเลิก” สาเหตุที่แต่งตั้ง “รองเลขาธิการ ศอ.บต.”ล่าช้าออกไป เพราะมีการ”ห้อยโหน” มีการ”วิ่งเต้น” จนกลายเป็น”เงื่อนไข” ของการได้”รองเลขาธิการ  ศอ.บต.” ที่”ไม่ตรงปก” และจะเป็นปัญหา”ขัดแย้ง”เกิดขึ้น  ส่วนเรื่อง ปัญหาอุปสรรคการยกเลิก”คำสั่ง คสช.” ทั้ง 3 ฉบับ เพราะ”ทหาร” ไม่เห็นด้วยที่จะให้”ความเป็นไท” แก่”ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้” (ศอ.บต. ) และอีกเรื่อง”การพูดคุยสันติสุข” ที่หลังการแต่งตั้งให้”ฉัตรชัย บางชวด” รองเลขาธิการ สมช. ทำหน้าที่”หัวหน้าคณะพูดคุย” แต่ไม่ปรากฏการ”ขับเคลื่อน” เพราะ”ทหาร”ต้องการให้การ”พูดคุยอยู่ในกรอบเดิม” ที่”ทหาร” เคยทำไว้ ดังนั้นจึง สรุป ได้ว่า “เศรษฐา ทวีสิน”  นายกรัฐมนตรี”สอบตกทุกวิชา” ในเรื่องของ”ความมั่นคง” และที่สำคัญคือ”ไม่เป็นตัวของตัวเอง”  เมื่อเป็นอย่างนี้ “สถานการณ์ภาคใต้” จึงยังเดินไป”ข้างหน้า” ในแบบเดิมๆ ที่ไม่มีการการ”พัฒนา” และไม่มีการ”ปฏิรูป” ใดๆให้ปรากฎ  กล่าวคือไม่มี”ความหวัง” ของแสงสว่างที่”ปลายอุโมงค์” มีแต่เรื่องของ”งบประมาณ” ที่ยังต้องใช้ในการ”ทับถม”กับปัญหาของ”ไฟใต้” ต่อไปอย่าง”อสงไข” ปัญหาของ”ไฟใต้”ก็ เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้ นะโยม…..แล้วผมกันใหม่ในวันศุกร์หน้า ครับ

ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล