วันพุธ, 13 พฤษภาคม 2569

สังคมภูมิภาคใต้ตอนล่าง…จับตา ‘กองกำลังติดอาวุธ ‘เปลี่ยนเป้ามุ่งสังหาร ‘ตำรวจ-ทหาร’

ผ่านไปแล้วสำหรับการ”อภิปรายงบประมาณปี 2567” ของ”รัฐบาลนิดหนึ่ง”ที่มี”เศรษฐา ทวีสิน” เป็น”นายกรัฐมนตรี”ซึ่งถูก”ฝ่ายค้าน” อย่างพรรคก้าวไกล ทำการ”ชำแหละ” ให้เห็น”เนื้อใน” ของการจัดทำ”งบประมาณ” ที่ไม่มีอะไรที่”พิเศษ” กว่าการจัดงบบริหารประเทศของรัฐบาลชุดเก่าของ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” อดีตนายกรัฐมนตรี  หลายประเด็นที่”ฝ่ายค้าน” ตั้ง”ข้อสังเกต” และมีการ”อภิปราย” เป็นเรื่องจริง และเป็นเรื่องที่”ผิดปกติ”  เพราะเห็นชัดว่าเป็นการนำ”งบเก่า” ของ”รัฐบาล” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี มาทำการ”ปะผุ” และ”สอดไส้” โครงการต่างๆของ” รัฐบาลนิดหนึ่ง”เข้าไป จนได้”ฉายา” ว่าเป็นงบประมาณฉบับ”เป็ดง่อย” ซึ่งเป็นเรื่องที่  “รัฐบาลนิดหนึ่ง” ต้องรับฟัง การ”ท้วงติง” ของ สส.ฝ่ายค้าน  และต้อง”แก้ไข” เพื่อให้การใช้”งบประมาณ” มีประสิทธิภาพ เพื่อการ”พัฒนาประเทศ” และความ”เป็นอยู่”ของประชาชน”ให้ดีขึ้นในทุกภาคส่วน เพราะ”งบประมาณ” ที่”รัฐบาลใช้”คือ”เงินภาษีของประชาชน” …..ที่น่าเป็นห่วง “งบประมาณ” ที่ถึงแม้จะ”ผ่านสภาผู้แทนราษฎร”ไปแล้ว แต่มีเวลาใช้เงินงบประมาณเพียง 4 เดือน ในการใช้งบประมาณที่ไม่ “ปกติ” ใช้นี่คือความน่า”ห่วงกังวล” ในการ”เติบโตทางเศรษฐกิจ” ที่ต้องไม่เป็นไปตาม”เป้าหมาย”  ดังนั้น เศรษฐกิจ”ของประเทศในปี 2567 ไม่มีทางที่จะ”เติบโต” ตามที่” เศรษฐา ทวีสิน”  นายกรัฐมนตรี ผู้นำ”รัฐนาวานิดหนึ่ง” ได้แถลงต่อสภาผู้แทนฯแน่นอน    เชื่อเถอะ ”เศรษฐกิจไทย” โดยรวมในปี 2567 จึงเป็นเรื่องที่”น่าเป็นห่วง”ยิ่งนัก

อีกเรื่อง”เงินดิจิตัลวอลเล็ต” ที่ยังไม่รู้ว่าจะ”ออกหัวออกก้อย” เช่นถ้า”กฤษฎีกา” ตอบว่า”ทำไม่ได้” หรือ”หมิ่นเหม่” ต่อเรื่องของ”กฎหมาย” เพื่อไทยจะหา”ทางออก” อย่างไร “รัฐบาล” มีแผนการ”สำรอง” หรือไม่ หรือ”รัฐบาลชุดนี้” มีแผนในการ”กระตุ้นเศรษฐกิจ” เพียงแผนเดียวคือการ”แจกเงิน” ให้ประชาชนไป”ใช้จ่าย” คนละ 10,000 บาท เท่านั้น   เพราะเป็น นโยบาย ที่ พรรคเพื่อไทยได้”หาเสียง”ไว้ เรื่องนี้ก็เป็น”จุดเจ็บจุดตาย” ของ”เพื่อไทย” และของ”รัฐบาล”ในเรื่องของ”เศรษฐกิจ” ที่จะไปไม่ถึง”เป้าหมาย”..…แต่ ถึงอย่างไรก็ตาม”ในปี 2567 “เศรษฐา ทวีสิน” ก็ยัง”มีดวง” ในการเป็น”นายกรัฐมนตรี” ต่อไป ไม่มีการ”เปลี่ยนม้ากลางศึก” เพราะยังมี”หลายเรื่อง” ที่”คนชั้น 14 “ ยังต้องให้”เศรษฐา” เป็น”หัวหมู่ทะลวงฟัน” และยังไม่ใช่เวลาที่จะให้”อุ๋งอิ๋ง” ขึ้นแท่นไป”รับมือ”กับปัญหาที่”ถาโถม” เข้ามา รวมทั้งทุกพรรคการเมืองที่”มัดข้าวต้ม” เป็น”พรรคร่วม” ใน”รัฐบาล” ยังไม่มีความ”ขัดแย้ง” ในการ”ร่วมรัฐบาล” เพราะทุกพรรคยัง”แฮ้ปปี้” และ กลัวการเป็น”ฝ่ายค้าน” ดังนั่นไม่ว่าจะมีการ”กระทบกระทั่ง”กันบ้าง “รัฐบาลนิดหนึ่ง” ก็พร้อมที่จะ”ถูลู่ถูกกัง”ต่อไป

เรื่อง”อุทกภัย” ที่เป็นความเสียหายครั้งใหญ่ของ”ปลายด้ามขวาน” จ.ปัตตานี,ยะลา,นราธิวาส” หลังจากที่ทุกหน่วยงาน ได้ร่วมกัน”ซับน้ำตา” ของ ประชาชนผู้ที่เป็นผู้”สูญเสีย” อย่างแท้จริง จบแล้ว   อยากให้”หน่วยงาน” ในพื้นที่ อย่าง”กรมป่าไม้” กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม,กรมการปกครอง และ”กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” กลับมา”พิจารณา” ถึง”ข้อเท็จจริง” ที่มี”หลักฐาน” คือ”ท่อนไม้” ที่”เกลื่อนกลาด” ในหลายพื้นที่ ซึ่งกลายเป็นเรื่องที่ไม่มีหน่วยงานไหน”พูดถึง” ว่านี่คือสาเหตุของ”น้ำท่วม” ครั้งใหญ่ ที่สร้างความ”สูญเสียอย่างใหญ่หลวง” เพราะมีการ”ตัดไม้ทำลายป่า” ใน”เทือกเขา” ต่างๆ ในพื้นที่ อย่าอ้างว่าที่”น้ำท่วม” และ”เสียหาย” ครั้งใหญ่หลวง เป็นเพราะ”ฝนตกหนัก” ในรอบ 50 ปี เพียงอย่างเดียว เพราะถ้ามีการ”ป้องกันป่า” ไม่ปล่อยให้”มอดไม้”กับ”นายทุน” ทำการ”ผลาญพล่า” ป่าไม้อย่าง”เมามัน” ความ”เสียหาย” อาจไม่มากเท่ากับที่เกิดขึ้น…..”พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค” แม่ทัพภาคที่ 4 / ผอ.กอ.รมน.ภาค 4  หน่วยงานอนุรักษ์ป่าไม้ หน่วยงานอุทยาแห่งชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัด ต้องมีการ”บูรณาการ” ด้วยกันอย่างจริงจัง เพื่อที่จะ ป้องกันป่า ให้เป็นผล เพราะหากยังปล่อยให้”นายทุน” และ”มอดไม้” รวมทั้ง”เจ้าหน้า”( บางหน่วย และ บางส่วน) “ทำมาหากิน” กับ”ทรัพยากรแผ่นดิน ปีหน้า ,ปีโน้น ความสูญเสียของ ประชาชน” จาก”อุทกภัย” จะ หนักหนาสาหัส ยิ่งกว่านี้ รวมทั้งต้องนำเอา”ความสูญเสีย” ที่”ประชาชน”ได้รับ ให้ ประชาชน ได้รับรู้ว่าเกิดจากการ”ทำลายป่า” ของคนในพื้นที่ ซึ่ง ประชาชน ในพื้นที่”นิ่งดูดาย” มาโดนตลอด

มาต่อเรื่องของ”ไฟใต้” ที่”หลังปีใหม่”  กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และ ยังต้อง”ระวังป้องกัน” การก่อเหตุจาก”กองกำลังติดอาวุธ ให้จงหนัก  ทั้งจาก”คาร์บอมบ์” จาก”รถยนต์” จำนวน 2 คัน ที่”แหล่งข่าว” แจ้งเตือน และ”ระเบิดแสวงเครื่อง” จำนวนหนึ่ง ที่”แหล่งข่าว” แจ้งว่า” แนวร่วม” ได้ทำการ “ลำเลียง” จากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาเตรียมก่อเหตุในห้วง”ส่งท้ายปีเก่า –ต้อนรับปีใหม่” แต่เพราะเกิด”อุทกภัย”ขึ้น การ”ก่อการร้าย” จึงต้อง”ชะลอ”ไว้ก่อน เพราะ”แนวร่วม” ในพื้นที่ ซึ่งเป็น”ส่วนสำคัญ” ต้องไป”ปฏิบัติการ”ร่วมกับ”กองกำลังติดอาวุธ”ไปทำ”ภารกิจ” ในการช่วยเหลือ”มวลชน” ที่ประสบภัยน้ำท่วม แต่ในขณะที่”น้ำท่วม” เมื่อ”โอกาสเปิด” กองกำลังติดอาวุธ ในพื้นที่ ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ก็”โจมตี” กำลังทหารพราน ที่ลาดตระเวนในพื้นที่ ทำให้กำลังพลของชุด”ชป.ป่าเขา” ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย และ กองกำลังติดอาวุธ ในพื้นที่ ต.จะแนะ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ก็”ไล่ยิง”  เจ้าหน้าที่ อส.อ. เสียชีวิตอีก 1 ราย  ห้วงเวลานี้ เจ้าหน้าที่รัฐ ตำรวจ ทหาร และ อส. ที่ เดินทาง  ไป-กลับ ในพื้นที่ต้อง “ระมัดระวัง” เป็นพิเศษ เพราะก่อนหน้านี้ “ทีมสังหาร” ของ”บีอาร์เอ็น” ก็ได้ทำการ”ปลิดชีพ” อดีต จสท. ทหารพราน จาก ฉก ทพ.46 ที่บ้านพักใน ต.โคกโพธิ์ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี มาแล้ว โดย แนวทางการสอบสวนพบว่า ก่อนที่จะมีการ”ปฏิบัติการ” ทีม”ล่าสังหาร” เจ้าหน้าที่รัฐ “ ทีม”ล่าสังหาร” ชุดนี้ได้ใช้เวลาเข้ามา”เกาะติด”พื้นที่กว่า 3 เดือน เมื่อ”เหยื่อ” ของ”กองกำลังติดอาวุธ” เปลี่ยนจาก “พระ.ครู,ข้าราชการพลเรือน”และ”ประชาชน” ที่เป็น”เป้าหมายอ่อนแอ” มาเป็น”เจ้าหน้าที่” และ”อดีต ข้าราชการ ตำรวจ ทหาร ” ดังนั้นทางหนึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่”ประชาชน” ซึ่งเป็น”เป้าหมายอ่อนแอ”  ครู และ พระ จะได้”ปลอดภัย” แต่ในขณะเดียวกัน “เจ้าหน้าที่” และ”อดีตเจ้าหน้าที่รัฐ,” ต้อง”ป้องกันตนเอง”ล่าสุด “พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค” แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ได้ออกมา”แจ้งเตือน” กำลังพล ในพื้นที่ 3 จังหวัด 4 อำเภอ ให้ ระมัดระวัง ตนเองแล้ว เรื่องนี้” อัตตาหิ อัตโน นาโถ” ตนคือที่พึ่งแห่งตน

วันนี้ “รัฐบาลนิดหนึ่ง” ได้มีการแต่งตั้ง “ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์” รอง ผบ.ตร. ให้เป็น” เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ( สมช. ) เป็นที่”เรียบร้อยโรงเรียนนิดหนึ่ง” แล้ว ก็ต้อง รอดูว่า การอยู่ในตำแหน่ง” เลขาธิการ สมช.” เพียง 9 เดือน จะทำประโยชน์ให้ สมช. แค่ไหน การได้”หัวหน้าหน่วยงาน” ที่ใกล้”เกษียณอายุราชการ” ถึงจะมี”ความรู้ ความสามารถ” ก็อาจจะทำ”ประโยชน์” ให้กับ”องค์กร”แบบที่เรียกว่า”ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย” ก็ได้ เพราะเห็นมามากแล้วที่” สั่งได้แต่ไม่มีใครฟัง”……ต่อไป ก็คงต้องติดตามดูว่า เรื่องของ”ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้” ( ศอ.บต.) จะมีการแต่งตั้ง รองเลขาธิการ ที่ยังขาดอยู่ 2 ตำแหน่ง เพื่อที่จะได้เป็น”กำลัง” ช่วยงานที่”ล้นมือ” ของ”พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์” เลขาธิการ ศอ.บต. เมื่อไหร่ และจะมีการ”ปลดล็อค” คืนความ”เป็นไท” ให้กับ “ศอ.บต.” ด้วยการ ยกเลิกคำสั่ง”คสช.” จำนวน 3 ฉบับ ที่เป็น”โซตรวน”ในการ”ล่ามขา” ของ ศอ.บต. จนทำให้ไม่สามารถทำหน้าที่ใน”มิติการพัฒนา” และ”สังคมจิตวิทยา” ได้อย่างเต็มที่ เรื่องนี่คือเรื่อง”เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรี และ”สมศักดิ์ เทพสุทิน” รองนายกรัฐมนตรี ผู้กำกับดูแล ศอ.บต.ต้อง เร่งมือ …..ส่วนเรื่องที่”สมศักดิ์ เทพสุทิน” รองนายกรัฐมนตรี  อ้างว่า ในฐานะที่เป็นผู้กำกับดูแล” ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้” ได้เข้ามาแก้ปัญหาของ จังหวัดชายแดนภาคใต้ในหลายเรื่อง โดยมีการขอคำ”แนะนำ” จาก”รองนายกรัฐมนตรี” ประเทศมาเลเซีย ที่ขอให้ “รัฐบาลไทย” ส่งเสริม”ให้”โรงเรียนเอกชนสอนศาสนา”ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้มากกว่าที่เป็นอยู่ ประเด็นนี้ แสดงว่า “ ทั้ง”รองนายกสมศักดิ์” และ”รองนายกรัฐมนตรี” ของประเทศมาเลเซีย” ไม่รู้เรื่อง” และ”ไม่เข้าใจ” ในข้อเท็จจริง “โรงเรียนเอกชนสอนศาสนา” ใน”จังหวัดชายแดนภาคใต้”รัฐบาลไทย ดูแล ส่งเสริม สนับสนุนนั้น ”ดีกว่า” โรงเรียน”เอกชนสอนศาสนา” ในประเทศมาเลเซียเสียอีกหลายเท่า  ว่างๆ “รองสมศักดิ์” ต้องเชิญ ให้ “รองนายกรัฐมนตรี” ประเทศมาเลเซีย เข้ามา”สัมผัส” โรงเรียนสอนศาสนาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จะได้เห็น”ของจริง” และ”เข้าใจ”ถูกต้อง ถ่องแท้

ความจริง” สมศักดิ์ เทพสุทิน” รองนายกรัฐมนตรี ต้องขอร้องกับ” รองนายกรัฐมนตรี”ประเทศมาเลเซีย ว่าถ้า”รัฐบาลมาเลเซีย” ต้องการ”ช่วยเหลือ” ให้”สามจังหวัดชายแดนภาคใต้” กลับไปสู่ความ”สันติสุข” แค่”รัฐบาลมาเลเซีย” เลิก”อุ้ม” เลิกให้ที่”พักพิง” ขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็น  จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็จะ”จบสิ้นปัญหา” ความรุนแรงทันที……และอีกเรื่อง ที่”รัฐบาลนิดหนึ่ง” ต้องมีการ”จับเข่าคุย” กับนายรัฐมนตรีประเทศมาเลเซีย  “ ตันสรี ดาโต๊ะวันวาร์ อิบราฮิบ” คือเรื่อง”แรงงานเถื่อน” จาก”เมียนมา,บังคลาเทศ” ที่”ใช้เส้นทางของประเทศไทยในการ”หลบหนีเข้าเมือง” เพื่อ”ข้ามแดน”ในทำงานยังประเทศมาเลเซียปีละเป็น “100,000 คน ที่เป็นปัญหาให้”รัฐบาลไทย” ต้องจับกุม และนำมา”คุมขัง” เพื่อรอ”ส่งกลับ” ซึ่งต้องใช้”งบประมาณ” ในการ”เลี้ยงดู” และต้องใช้” เจ้าหน้าที่” ในการ”ปราบปราม” เรื่องนี้ถ้า”มาเลเซีย” ไม่มีการ”ไฟเขียว” มีหรือที่”ประเทศ”ที่”เข้มงวด” การทำผิดกฎหมาย อย่างมาเลเซียจะ”มองไม่เห็น” กลุ่มขบวนการ”คนเถื่อน” ที่ “ลักลอบเข้าเมือง….. ที่สำคัญ”ตลาดแรงงาน” ใน”มาเลเซีย” ควรจะเป็นของ”แรงงาน” ของประชนในห้าจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งอยู่ในสภาพของการ”ว่างงาน” แต่เมื่อ”แรงงานเถื่อน” จาก” เมียนมา,บังคลาเทศ” และ”อินเดีย” เข้าไปแทนที่ด้วยการเป็น ”แรงงานเถื่อน” จำนวนแรงงานไทยจาก”จังหวัดชายแดนภาคใต้”ก็ลดน้อยถอยลง เรื่องอย่างนี้ คือเรื่องที่ “ผู้นำทั้งสองประเทศ” ต้องมีการ”เจรจา” ไม่ใช่ทุกเรื่อง”รัฐบาลไทย” ต้องมีแต่”คล้อยตาม”มาเลเซีย แบบ “เสียเปรียบแล้ว เสียเปรียบอีก”อย่างที่เห็นมา”ชั่วนาตาปี”

ส่วนเรื่องการ”พัฒนาอาชีพ” ใน”จังหวัดชายแดนภาคใต้” เรื่องการ”ส่งเสริมการเลี้ยงโค” โดยให้ “ครัวเรือน” ที่มี”ความพร้อม” กู้เงินคนละ 50,000 บาท จาก สถาบันการเงินของภาครัฐ เพื่อ”ซื้อวัว 1 ตัว” และ”ผสมพันธ์โดยการใช้น้ำเชื้อ” ใน 4 ปี ทุกครัวเรือนจะมี”วัว 2 ตัว” และ 10 ปีทุกครัวเรือนจะมีวัว 10 ตัว และพ้นจากเป็น”ครัวเรือนยากจน” นั้น ถ้าทำได้จริง จะเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะเรื่องการ”ส่งเสริม” ให้คนในพื้นที่เลี้ยง”ปศุสัตว์” ทั้ง เลี้ยง วัวแพะ  ทำกันมาตั้งแต่”พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ” หัวหน้าพรรคความหวังใหม่ เป็น “นายกรัฐมนตรี” และ” ศอ.บต. “เอง ก็ “พยายาม” ทำมาแล้ว หลายครั้ง หลายครา แต่”ล้มเหลว” ไม่เป็นท่า มาโดยตลอด เรื่องนี้” สมศักดิ์ เทพสุทิน” อย่าคิดว่าง่าย เพราะ”โครงการโคล้านตัว” ที่ทำที่”ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” ซึ่งมี”ปัจจัย” มากมายที่ง่ายว่า”จังหวัดชายแดนภาคใต้” ยัง” ล้มเหลว” ทุกอย่างในจังหวัดชายแดนภาคใต้มี”ปัจจัย” มากมายที่เป็น”ปัญหา”และ”อุปสรรค” โดยเฉพาะ”ค่านิยม” และ”ทัศนคติ” ของคนในพื้นที่ ถ้ายังไม่มีการ”พัฒนาคน” อย่างอื่นก็ยากที่จะ”พัฒนา”ให้เป็นไปตาม”เป้าหมาย…..โดยเฉพาะเรื่อง”การพัฒนา” เป็นเรื่องที่”ผูกติด” กับเรื่องการ”ก่อการร้าย” ถ้า”บีอาร์เอ็น” ยังไม่เลิกที่จะ”ก่อเหตุความรุนแรง” การพัฒนาก็ยากยิ่งที่จะเดินไปข้างหน้าตาม”หมุดหมาย” ยิ่งเห็นการ”ขับเคลื่อน”งานด้านการ”ดับไฟใต้” ด้วย”สันติวิธี” โดยใช้เวที”การพูดคุยสันติสุข” ที่”สภาผู้แทนราษฎร” มีการตั้งคณะ”กรรมาธิการสันติภาพ” เพื่อการ”ออกแบบ”ของการ”ดับไฟใต้” ซึ่งผ่านไปแล้ว 90 วัน ยังไม่มี”แก่นสาร” ผู้ที่มีความรู้ ความเข้าใจ ในสถานการณ์ความไมสงบของจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เป็น”ที่ปรึกษา”กรรมาธิการ และที่ปรึกษา”อนุกรรมการ” มีการ”ลาออก” และไม่ไปร่วมประชุม เพราะเห็นชัดว่าเป็นการ”ออกแบบ” ที่”ไม่ใช่” และ”ไม่ตอบโจทย์” เพราะ “วนเวียน” อยู่กับเรื่อง”ลดจุดตรวจ,จุดสกัด,ยกเลิก พรบ.ฉุกเฉิน และ “กฎอัยการศึกษา” และ”ลดจำนวนทหาร”ในพื้นที่

ทั้งหมดเป็นเรื่อง”ปลายเหตุ” เพราะ”ต้นเหตุ”คือ”ขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็น” เป็นผู้”สั่งการ” ให้”ก่อการร้าย” และ”ปลุกระดมมวลชน” เพื่อต้องการ”แบ่งแยกดินแดน” การ”ออกแบบ” ใดๆ ก็ตาม ต้องทำให้”บีอาร์เอ็น” เลิกความคิดในการ”แบ่งแยกดินแดน” และเลิกการใช้ “กองกำลังติดอาวุธ” เพื่อ”ก่อการร้าย” ถ้า”บีอาร์เอ็น” เลิกก่อการร้าย เรื่อง”จุดตรวจ จุดสกัด,เรื่อง”กฎหมายพิเศษ” เรื่อง”ถอนทหาร” ก็จะหมดไปในทันที แต่ถ้า “บีอาร์เอ็น” ยังไม่เลิก”ก่อการร้าย” ยังไม่เลิก”แบ่งแยกดินแดน” ถามว่า ถ้า”ถอนทหาร,เลิกจุดตรวจ ยกเลิกกฎหมายพิเศษ” แล้ว เจ้าหน้าที่จะใช้อะไรในการ”สู้ปรบปรบมือ” กับ “กองกำลังติดอาวุธ” ไหน กลุ่ม”นักวิชาการโลกสวย”ที่เห็น”องค์กรต่างชาติ” เป็น”พระเจ้า ลอง”ออกแบบ” เรื่องการสร้าง”สันติภาพ” ให้ดูหน่อยเถอะ อยากเห็นนะ เรื่องนี้ฝาก “จตุรงค์ ฉายแสง” ประธานคณะกรรมาธิการสันติภาพ” ดูหน่อยว่าจะทำอย่างไร “งบประมาณ” ในการประชุมจะไม่”สูญเปล่า”…..ยิ่งมาดู”บริบท” ของ”ฉัตรชัย บางชวด” รองเลขาธิการ สมช. ที่”รัฐบาล” แต่งตั้งให้เป็น”หัวหน้าคณะพูดคุย” ที่ เดินทาง”ขึ้น-ลง” ในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้า-ออก บ้านของ”ผู้นำศาสนา” บางคน และเดินตามหลัง”พลเอก” ที่ เกษียณอายุ” บางคน ที่ คนในพื้นที่และคนใน”วงการ” แก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้”รู้ใส้รู้พุง” ว่า ตลอดเวลาที่ผ่าน เขาทำอะไร และทำเพื่อประเทศชาติ หรือเพื่อตนเอง ก็ยิ่งเห็น”เด่นชัด” ว่า แนวทางการ”พูดคุยสันติสุข” จะเดินไปในทิศทางที่”ล้มเหลว”หรือ”ก้าวหน้า “

ในขณะที่ “แกนนำ” ที่เป็น”ที่ปรึกษา” ของ”คณะพูดคุย” ของ” บีอาร์เอ็น” อย่าง”อาวัง ยาบะ” บอกกับ “แหล่งข่าว” ว่า ในการเริ่มต้นที่จะ”ขับเคลื่อน” การ”พูดคุยสันติสุข” ครั้งนี้  สิ่งที่”บีอาร์เอ็น” เสนอคือให้กันพื้นที่ 3 อำเภอ ใน จ.นราธิวาสเป็นพื้นที่”ปลอดภัย” จากการใช้”กฎหมาย” เพื่อให้” แกนนำ”ของ”บีอาร์เอ็น” สามารถ เดินทาง”เข้า-ออก” ระหว่าง ชายแดนไทย-มาเลเซีย ได้โดยไม่ถูก”จับกุม” และต้อง”ปลอดภัย” เพื่อที่ “แกนนำ” บีอาร์เอ็น” จะได้เข้ามาทำ”กิจการทางการเมือง” 8 กิจกรรม “ ตาม แผนของบีอาร์เอ็น เพื่อการสร้าง”ความเข้าใจ”และ”สันติภาพ” ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้  แค่เห็น “ข้อเสนอ”ของ”บีอาร์เอ็น ผู้”สันทัดกรณี”ในพื้นที่ถึงกับ”ส่ายหัว” ส่วน”คณะพูดคุยของรัฐไทย” น่าจะอยู่ในอาการ”ยิ้มไม่ได้ หัวเราะไม่ออก”

จะสำเร็จ หรือไม่ไม่รู้ แต่เห็นข่าวว่า” รองนายกรัฐมนตรี” และ “เสนาบดีกระทรวงพลังงาน” พีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค” จะมีการ”รื้อโครงสร้าง” ของ”พลังงาน” โดยเฉพาะเรื่อง”พูล แก๊ส “ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับ” ประชาชน” ไม่ใช่เป็นการ”เอื้อ” กลุ่มนายทุนปิโตรเคมี รวมทั้งเรื่องของ”ไฟฟ้า” ที่เกี่ยวข้องกับ “โซล่า รู้ฟ”   คือเรื่องที่”ถูกต้อง” และ”ต้องทำ” ที่ผ่านมา เรื่องการ”รื้อโครงสร้าง”ของ”พลังงาน” เป็น”ยาขม” ที่ทุก”รัฐบาล” ไม่กล้าทำ แม้แต่ รัฐบาล “คสช.” ที่ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” อดีต “นายกรัฐมนตรี” ก็ไม่กล้าที่จะ”ลงดาบ” กับ”กลุ่มทุนพลังงาน” ถ้า” พีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค “ ทำสำเร็จ จะเป็น”คุณูประการ” กับประเทศนี้เป็นอย่างยิ่ง

บรรทัดนี้ ขอแสดงความยินดีกับ “ชวกิจจ์ สุวรรณคีรี” นายอำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา ที่ เจริญก้าวหน้า ในการรับราชการ ได้ตำแหน่งใหม่เป็น”ปลัดจังหวัดนครศรีธรรมราช” ส่วน “สุรินทร์ สุริยะวงค์ “ นายอำเภอสะเดา จ.สงขลา ก็ “ขยับ” ขึ้นเป็น”ปลัดจังหวัดสงขลา”  ต่างกันเพียง คนแรกรอเป็น “ผู้ว่าราชการจังหวัด” คนที่สองรอที่จะ”เกษียณอายุราชการ”และอีกคนที่ขยับจาก” ปลัดจังหวัด” ขึ้นมาเป็น”รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ”คือ”เศวตร เพชรนุ้ย” คนนี้เป็น”มือดีของกรมการปกครอง” ที่จะเป็น”มือเป็นไม้” ของ”สมนึก พรหมเขียว” ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้ ส่วน”ชัยวุฒิ บัวทอง” นายอำเภอเมืองสงขลา ไปเป็น”ปลัดจังหวัดสตูล”  และ”โอราฬ บิลสัน “ นายอำเภอเมืองปัตตานี ไปเป็น”ปลัดจังหวัดยะลา” ในขณะที่ “สุเทพ แก้วประดิษฐ์” นายอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ขึ้นเป็น”ปลัดจังหวัดตรัง” ส่วน”วิทยศักดิ์ จำเริญนุสิทธิ์” นายอำเภอเมืองยะลา เป็น”ปลัดจังหวัดปัตตานี” สำหรับ”ธราวุธ ช่วยเกิด” ปลัดจังหวัดยะลา ต้องเดินทางไปรับตำแหน่งเดิม เป็น”ปลัดจังหวัดพัทลุง” ขอแสดงความยินดีกับทุกคนใน”ฐานะ” ของคน”รู้จักมักคุ้น”……คิวต่อไปเป็นการ”ย้ายระดับนายอำเภอ ซึ่งต้องจับตามอง ว่า ใครที่จะมาเป็น นายอำเภอเมืองใหญ่ๆ ระดับ 9 อย่าง อำเภอสะเดา,อำเภอหาดใหญ่ และ อ.เมืองสงขลา ซึ่งเป็นที่”หมายมั่นปั้นมือ”ของ”นักปกครอง ซึ่งมีข่าวว่า มีการ”วิ่งเต้น” กันพอสมควร และต้องดูว่า”พรรคการเมือง”อย่าง”ภูมิใจไทย” ที่”อนุทิน ชาญวีรกุล” หัวหน้าพรรค ที่เป็นทั้ง”รองนายก”และ”เสนาบดี”กระทรวงมหาดไทย จะส่งใครมาเป็น”ฐานเสียง” ทางการเมือง โดยเฉพาะ”หาดใหญ่” ที่เป็น”เป้าหมาย” ในการ”ปักธง” ให้มี”ผู้แทน” ใน จ.สงขลา ในการเลือกตั้ง สมัยหน้า”

โยกย้าย “ตำรวจ” ระดับ”ผกก.ที่ผ่านมาของ บชภ. 9 , ครั้งนี้ คน อ.สะเดา จ.สงขลา โชคดี ที่นาย”นายตำรวจหนุ่มฟ้อ” มีความรู้ความสามารถอย่าง” พ.ต.อ.สุรจิต เพชรจอม” เป็น ผกก.สภ.สะเดา จ.สงขลา หลายปัญหาของ”ด่านนอก” ที่”หมักหมม” มานาน ตั้งแต่”มาเฟีย” ที่เรียกเก็บ”ค่าคุ้มครอง” ทั้งที่เป็น”ผู้นำท้องที่” เรื่องของ”ตู้เกมส์” ที่นำเข้ามา”มอมเมา”นักพนัน คงจะได้รับการแก้ไข และ ทราบว่า จะมีการทำโครงการ”ชุมชุมสีขาว” เพื่อให้เป็น”ชุมชนปลอดยาเสพติด” เรื่องหลังนี้ เชียร์ นะ

ในการ”อภิปราบงบประมาณ”ของพรรคฝ่ายค้านครั้งนี้ “รัฐบาลนิดนึ่ง” ยกเอา”โครงการแลนด์บริสจ์”  หรือ”สะพานบก” ที่เป็นการ”เชื่อมสองมหาสมุทร” ระหว่าง จ.ระนอง กับ ชุมพร มาเป็น”มาเป็น”จุดขาย” เพื่อให้เห็นว่าเป็น” อภิมหาโครงการ” ที่จะ “เปลี่ยนประเทศไทย” เรื่องของ”แลนด์บริสจ์” ยังไม่มีอะไรที่”แน่นอน” และ”แน่ชัด” ว่า ทำแล้ว จะได้ประโยชน์ในการ”ย่นระยะทางเดินเรือสินค้าได้จริง” ทำไม “รัฐบาลนิดหนึ่ง” จึงรอผลการศึกษาให้”ถ่องแท้ชัดเจน” แล้วค่อยทำการ”โฆษณา” เพราะหากมีการ”ประโคมโหมโห่” ไป”ทั่วโลก” แต่แล้วทำไม่ได้จริง  ใครเสียหาย ก็”ประเทศไทย” นั่นแหละ วันนี้หลายเรื่องของ”รัฐบาลนิดหนึ่ง” กำลังกลายเป็นเรื่อง”คิดไป ทำไป”ไม่ใช่เรื่อง”คิดใหญ่ ทำเป็น” อย่างที่เป็น”สโกแกน” ของพรรคนะ

ข่าวว่า โครงการ” เมืองต้นแบบที่ 4 “ หรือ”นิคมอุตสาหกรรมจะนะ” อ.จะนะ จ.สงขลา ที่ “รัฐบาล” ของ” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” อดีตนายกรัฐมนตรี มอบให้”สภาพัฒนฯ” เป็นผู้ทำการ”ขับเคลื่อน” แทน”ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้” ( ศอ.บต. ) และ” สภาพัฒน์” ได้”ว่าจ้าง” ให้”มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์” ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นในเรื่องของ”สิ่งแวดล้อม” ทั้งที่ไม่มีกฎหมายรองรับ มีทีท่าที่จะ” บิดเบี้ยว” และ คณะผู้รับผิดชอบในการ”จัดทำ” มีความ”โน้มเอียง” โดยไม่เห็นด้วยกับการเกิดขึ้นของ” เมืองต้นแบบอุตสาหกรรมในอนาคต”แห่งนี้ เรื่องนี้ต้องให้”สภาพัฒน์ฯ ทำการ”ทบทวน” ว่าการ”ว่าจ้าง” ให้”หน่วยงาน” ที่มีความ”โน้มเอียง”เป็นที่ตั้งทำในเรื่อง”รับฟังความคิดเห็น” ถูกต้องหรือไม่ เพราะ “หน่วยงาน” ที่รับทำงานเช่นนี้ต้อง”เป็นกลาง” โดย “ปราศจากอคติ”  แม้ว่าตนเองจะไม่เห็นชอบ และยืนอยู่ฝ่ายของ”เอ็นจีโอ” ก็ไม่พึงกระทำ และที่ต้องตั้งข้อสงสัยคือ “โครงการเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมแห่งอนาคต” แห่งนี้ นักลงทุน ทั้งใน พื้นที่ และ นอกพื้นที่ต่างต้องการที่จะให้เกิดขึ้น เพื่อเป็น”เกตเวย์” ที่ 3 ของประเทศเพื่อการ”ส่งออก” ทำไม พรรคเพื่อนไทย และ “เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรี ผู้ที่มาจาก”นักลงทุน” จึง”มองไม่เห็น” และไม่ทำการ”ผลักดัน” ทั้งที่เป็นโครงการของ”รัฐบาลชุดเก่า” ที่”เห็นชอบ” และมี” พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ” อดีต รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นผู้ลงนาม”อนุมัติ” โครงการในฐานะ”ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้” ( กพต. ) เห็นที่ว่า”นักลงทุน” ใน จ.สงขลา ต้อง”ไถ่ถาม”ไปที่”บิ๊กป้อม” หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ว่า ณ วันนี้ ท่านลืมโครงการนี้ที่ท่านให้”สัมภาษณ์”ว่า จะเป็นการพัฒนาที่แก้ปัญหา” เศรษฐกิจ” แก้ปัญหา”ความยากจน” และแก้ปัญหา”คนว่างงาน” ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ วันนี้ ท่าน ไม่รู้ ไม่รู้ แล้วจริงๆ

เรื่องนี้น่าสนใจ หลังจากที่”สมนึก พรหมเขียว” ผวจ.สงขลา มีความคิดที่จะแก้ปัญหา”โพงพาง” ที่ “รุกล้ำ” ร่องน้ำ การเดินเรือ ใน”ทะเลสาบสงขลา” ก็มีเหตุการณ์”วางเพลิง” หรือ”ไฟฟ้าช๊อร์ต” ที่”ฐานตอม่อ” ของ”สะพานติณสูลานนท์” ขึ้น ซึ่ง “แขวงการทาง”สิงหนคร จ.สงขลา ได้มีการแจ้งความเพื่อให้มีการ”ตรวจสอบ” หาข้อเท็จจริงกับ” พ.ต.อ.บรรเทิง” เหล่าสุวรรณ” ผกก.สภ. สงขลา ไว้แล้ว  เรื่องของ”โพงพาง” ที่มีการสร้าง”รุกล้ำร่องน้ำในการเดินเรือ” เมื่อเรือ เฉี่ยวชน ได้รับความเสียหาย ต้องมีการจ่ายเงินให้เจ้าของ”โพงพาง” แม้แต่เรือของ”ทหารเรือ” และ”แพขนานยนต์” ของ อบจ.สงขลา ที่ไป”เฉี่ยวชน” ก็ไม่เว้นที่ต้อง”จ่ายค่าเสียหาย” ส่วนเรือพาณิชย์ ไม่ต้องพูดถึง”จ่าย”กันเป็น”รายเดือน” ดังนั้น”โพงพาง” ในทะเลสาบสงขลาถูกจึงเรียกว่าเป็น”โพงพาง” ดักเรือ ไม่ใช่ดักปลาหรือสัตว์น้ำ ประเด็นที่ต้อง”สอบถาม” คือทำไม่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงไม่สามารถใช้”กฎหมาย” ในการดำเนินการกับผู้ที่ทำผิด โดยปล่อยให้ปัญหา”เรื้อรัง” มานานถึง 10 ปี ประเด็นที่ 1 โพงพาง” ไซนั่ง.ไอ้โง่” เป็นเครื่องมือทำการประมงที่”ผิดกฎหมาย” เรื่องนี้อยู่ใน”อำนาจหน้าที่” ของ “ประมงจังหวัด” ใช่หรือไม่ 2 เรื่อง”โพงพาง” ที่มีการ สร้าง”รุกล้ำร่องน้ำเดินเรือ” เป็น”อำนาจหน้าที่”ของ”เจ้าท่าภูมิภาคที่ ภ. 4 สงขลา” ใช่หรือไม่ ถ้าใช่ทำไม่จึงไม่มีการทำหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมาย”  ทะเลสาบสงขลา”  เป็นที่ตั้งของ”กองเรือภาคที่ 2” และ” ฐานทัพเรือสงขลา”  รวมทั้ง” กองกำกับตำรวจน้ำ”  ทำไม่ทุกหน่วยงานจึง”ไม่หือไม่อือ” ปล่อยให้คนเพียง”หยิบมือเดียว” ใช้”อิทธิพลเถื่อน” อยู่เหนือ”กฎหมาย” อย่างที่เป็นอยู่ หรือทุกหน่วยงานอยู่แค่”หายใจไปวันๆ” เท่านั้น

นี่ก็เป็นเรื่อง”เสียหาย” ของ “คนสงขลา” เมื่อ”อัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์” ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ร้องเรียนกับ “พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล” ผบ.ตร. ให้”รื้อคดี”เว็ปการพนันออนไลน์”imiwim” ที่ถูกตำรวจ pct” มีผู้ที่พัวพันและผู้ถูกกล่าวหา ทั้งที่เป็น”นักการเมือง” เป็น”ตำรวจ”จำนวนมาก “ตำรวจ” มีการ”ส่งฟ้อง”ผู้ต้องหาที่เป็น”นักการเมือง” และ”หัวเบี้ย” ผู้”เก็บส่วย” แต่”พนักงานอัยการสั่ง”ไม่ฟ้อง” และ” ผบช.ภ.9 ไม่มีความ”เห็นแย้ง” จึงมีการ”ร้องเรียน” ให้” ผบ.ตร. รื้อคดีนี้ใหม่ เพราะเห็นถึงความ”ผิดปกติ” เรื่องนี้เป็น”เผือกร้อน” ในมือของ” พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล” เพราะ “นักการเมือง” ที่เกี่ยวข้องเป็น” สส.” ของพรรคการเมืองอย่างน้อย 2 พรรค ทั้งที่เป็นพรรค”ร่วมรัฐบาล” และ”พรรคฝ่ายค้าน” และ”ตำรวจ” ที่เป็น”ลูกน้อง” ของ”ผบ.ตร. เอง ที่สำคัญ คดีนี้ “เกี่ยวพัน” กับ”ตำรวจ” และ”พนักงานอัยการ” ชุดเดียวกับที่”เกี่ยวพัน” กับคดีของ”แป้ง นาโหนด” หรือ”เชาวลิต ทองด้วง” นักโทษที่แหก”โรงพยาบาล” ซึ่ง กำลังหลบหนีการ”ไล่ล่า” จาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่องนี้เป็น”หนังยาว” และ”หนังชีวิต” เพราะมี”ชีวิต” ทั้งของ”นักการเมือง”และของ”นายตำรวจ” เป็น”เดิมพัน”

เรื่องของ”นักการเมืองสีเทา” ใน จังหวัดสงขลา และ”ภาคใต้” ที่เกี่ยวพันกับเรื่อง”บ่อนออนไลน์,น้ำมันเถื่อน,หวยใต้ดิน” และ”อื่นๆ ที่ต่าง”ฟอกขาวตนเอง” และ”ฟอกเงินใต้ดิน” ด้วยการ”พาเหรด”สู่ถนน”การเมือง” เป็นไปอย่าง”คึกคัก” พ่อเป็น สส.ลูกเป็น สจ. น้องเป็น นายก อบต. เมียเป็นรองนายก อบจ. เป็นการยึดเวทีการเมือง ทั้งระดับชาติและท้องถิ่น ทั้งหมดจะไปโทษใครไม่ได้นอกจาก”ประชาชน” คนที่เป็นผู้”หย่อนบัตรเลือกตั้ง” ที่ไปเลือกเข้ามา จะด้วย”ปัจจัย”อะไรก็แล้วแต่ แต่ผลสุดท้ายคือความ”เสียหาย”ที่เกิดขึ้น…..แล้วพบกันใหม่ในวันศุกร์หน้า สวัสดีครับ

ไชยยงค์ มณีพิลึก