วันพฤหัสบดี, 21 พฤษภาคม 2569

ยกระดับระบบเฝ้าระวังโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม เขตสุขภาพที่ 12

21 พ.ค. 2026
19

วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 – คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) นำโดย ผศ.นพ.กิตติพงศ์ เรียบร้อย คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ กรมควบคุมโรค เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการพัฒนาระบบเฝ้าระวังโรคและภัยสุขภาพที่เกิดจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม พร้อมเดินหน้าพัฒนาระบบเฝ้าระวังเชิงรุก เพื่อแจ้งเตือนผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 12 อย่างทันท่วงที

นอกจากการลงนามความร่วมมือที่สำคัญแล้ว ภายในวันเดียวกันยังได้มีการจัด “การประชุมพัฒนาศักยภาพสำหรับผู้รับผิดชอบงานโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม เขตสุขภาพที่ 12” เพื่อยกระดับความรู้ความสามารถของบุคลากรในพื้นที่ โดยได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.นพ.ชนนท์ กองกมล ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ข้อมูลและนวัตกรรมดิจิทัล คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นประธานเปิดการประชุม

การประชุมครั้งนี้มีการบรรยายและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในหัวข้อที่สำคัญจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิหลากหลายภาคส่วน ประกอบด้วย:
ทิศทาง แนวโน้ม นโยบาย และกระบวนการแจ้งการรายงานโรคฯ:
เจาะลึกแนวทางปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2562 โดย ดร.พญ.ฉันทนา ผดุงทศ ผู้อำนวยการกองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม และ นางสาวสุธาทิพย์ บูรณสถิตนนท์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ
วิธีการแจ้งรายงานโรคผ่านระบบ DDS:
การอบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับขั้นตอนการรายงานโรคตาม พ.ร.บ.ฯ ผ่านระบบดิจิทัล (DDS) โดย นายอนิรุจน์ สมบูรณ์ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ และ นางสาวสุรีรัตน์ บุญกอบแก้ว นักวิชาการสาธารณสุข จากโรงพยาบาลสงขลา
ผลกระทบต่อสุขภาพจากสารโลหะหนักและ VOCs:
ทำความเข้าใจแนวทางการเฝ้าระวังสุขภาพของผู้ประกอบอาชีพและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสารเคมี โดย ผศ.ดร.นพ.ธรรมสินธ์ อิงวิยะ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ข้อมูลและนวัตกรรมดิจิทัล คณะแพทยศาสตร์ ม.อ.
การตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านรังสีและนิวเคลียร์:
ปูพื้นฐานความรู้สำหรับการเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉิน โดย นายบรรเจิด อินแก้ว นักฟิสิกส์รังสีชำนาญการ จากสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ
ความร่วมมือและการจัดประชุมในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และกรมควบคุมโรค ในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ระบบสาธารณสุขไทย เพื่อปกป้องและดูแลสุขภาพของประชาชนวัยทำงานและชุมชนในเขตสุขภาพที่ 12 ให้ปลอดภัยจากภัยคุกคามทางสุขภาพในทุกมิติอย่างยั่งยืน