วันเสาร์, 26 กันยายน 2569

จับกุมบุหรี่ไฟฟ้าล็อตใหญ่! จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ยึดของกลางกว่า 200,000 ชิ้น

06 ส.ค. 2026
61

วันนี้ (5 สิงหาคม 2569) ณ อาคารอเนกประสงค์ ที่ว่าการอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา แถลงผลการปฏิบัติการจับกุมขบวนการลักลอบนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่ ซึ่งสามารถตรวจยึดของกลางได้รวม 205,704 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 30 ล้านบาท โดยมี นายกฤชณัทท พลรัตน์ นายอำเภอสะเดา นายหะริน หอวัง นายด่านศุลกากรปาดังเบซาร์ นายรัฐ คำภีรธัมโม ผู้อำนวยการส่วนบริการศุลกากร พร้อมด้วย พ.ต.อ.สการียา ยูโซ๊ะ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรคลองแงะ นายอภิรักษ์ ทิมมณี ป้องกันจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยผู้แทนจากศุลกากร ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว

การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นผลการปฏิบัติการครั้งสำคัญในการสกัดกั้นบุหรี่ไฟฟ้าจำนวนมากไม่ให้แพร่กระจายสู่ผู้บริโภค โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยในการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า และเป็นผลการดำเนินงานภายใต้ “ปฏิบัติการผ่าแผนยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด” รวมถึงการบูรณาการทำงานของศูนย์สั่งการชายแดนไทย–ประเทศเพื่อนบ้าน จังหวัดสงขลา เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายและอาชญากรรมข้ามชาติ

การจับกุมสืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสว่าจะมีการลักลอบขนส่งสินค้าผิดกฎหมายจากชายแดนเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานคร จึงวางแผนร่วมกันระหว่างจังหวัดสงขลาและอำเภอสะเดา ก่อนนำกำลังเข้าปิดล้อมบริเวณลานจอดรถริมถนนกาญจนวนิชย์ หมู่ที่ 5 ตำบลพังลา เมื่อคืนวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา และสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย พร้อมตรวจยึดรถกระบะ 3 คัน บุหรี่ไฟฟ้า 49,104 เครื่อง และตลับน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า 146,600 หัว รวมของกลางทั้งสิ้น 205,704 ชิ้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ในความผิดฐาน ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของที่รู้อยู่แล้วว่าเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากรโดยถูกต้อง ตามกฎหมายศุลกากร

เบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้รับจ้างขนส่งสินค้าผิดกฎหมาย ได้รับค่าจ้างเที่ยวละ 1,000 บาท โดยรับสินค้าจากพื้นที่ตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา ก่อนนำมาขนถ่ายขึ้นรถบรรทุกเพื่อส่งต่อไปยังกรุงเทพมหานคร ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งติดตามผู้ว่าจ้างและขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย