คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ประกาศความสำเร็จ ด้วยการโชว์ศักยภาพใช้ “หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด” รักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองในช่องท้องสำเร็จ เป็นรายแรกของทวีปเอเชีย โดยความพยายามของทีมแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ ม.อ. พร้อมเดินหน้าต่อยอด คว้าอีกหนึ่งความสำเร็จในการรักษาโรคหลอดเลือดตีบตันด้วยหุ่นยนต์ เป็นรายแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (South East Asia) ยกระดับศัลยกรรมหลอดเลือดไทยสู่การเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วย
ปัจจุบันมีผู้ป่วยหลายรายที่ต้องเสียชีวิตจากโรคที่เป็นภัยเงียบ เส้นเลือดโป่งพองเป็นอีกโรคร้ายที่คร่าชีวิตมนุษย์ได้อย่างน่ากลัว เพราะถ้าไม่ได้รับการตรวจหรือไม่มีจุดสงสัย ก็ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเรากำลังเป็นโรคนี้อยู่ โดยจะรู้ว่าเป็นก็ต่อเมื่อเส้นเลือดนั้นแตก ซึ่งโอกาสที่ผู้ป่วยจะเสียชีวิตมีสูงมาก โดยเฉพาะในผู้ป่วยสูงอายุ ซึ่งความสำเร็จในการใช้”หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด” รักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองในช่องท้อง นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนารูปแบบการรักษาผู้ป่วยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ด้วยความมุ่งมั่นที่ทางทีมแพทย์ ม.อ. จึงได้ฝึกฝนทักษะขั้นสูง บังคับแขนกลหุ่นยนต์ให้เข้าถึงตำแหน่งหลอดเลือดที่เปราะบางที่สุดได้อย่างแม่นยำ จนนำมาสู่ความสำเร็จที่ให้ผลลัพธ์ที่เหนือกว่าการผ่าตัดแบบเดิมอย่างมีประสิทธิภาพ โดยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด จะช่วยให้แพทย์มองเห็นภาพผ่านกล้องที่ขยายชัดเจน ควบคุมเครื่องมือในพื้นที่แคบ ลดความเสี่ยงหลอดเลือดแตกได้ ทำให้ แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว จากแผลผ่าตัดยาว กลายเป็นการเจาะรูขนาดเล็ก ร่างกายไม่บอบช้ำ สูญเสียเลือดน้อยมาก ส่งผลให้ระยะเวลาในการนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลลดลง รวมถึงลดความเสี่ยงต่อระบบร่างกาย ทำให้ผู้ป่วยสูงวัยหรือผู้ที่มีโรคประจำตัวรุมเร้า มีโอกาสเข้าถึงการรักษาที่ปลอดภัยและรอดชีวิตมากขึ้น
ผศ.นพ.สุพงศ์ วรธรรมานนท์ ศัลยแพทย์หลอดเลือด สาขาวิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ม.อ. ตัวแทนทีมแพทย์ เปิดเผยว่า:“โรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองในช่องท้อง เปรียบเสมือน “ระเบิดเวลา” ในร่างกาย เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่มีอาการแสดงล่วงหน้า แต่จะมีการเฝ้าระวังในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน , ไขมันในเลือดสูง , ความดันโลหิตสูง รวมถึงผู้ที่สูบบุหรี่
ถ้าเมื่อไหร่ที่หลอดเลือดปริ แล้วแตก… โอกาสเสียชีวิตสูงมาก เพราะจะสูญเสียเลือดมหาศาลในเวลาอันรวดเร็ว ที่ผ่านมา หากหลอดเลือดแดงใหญ่แตกในช่องท้อง ผู้ป่วยจำเป็นต้องผ่าตัดรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดแบบเปิด (Open Surgery) ซึ่งแพทย์ต้องกรีดหน้าท้องเป็นแผลยาวตั้งแต่ลิ้นปี่ลงไปจนถึงหัวหน่าว ผู้ป่วยจะเสียเลือดเป็นจำนวนมาก และฟื้นตัวช้า โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยสูงอายุ ที่มีสภาพร่างกายอ่อนแอ การผ่าตัดแบบเดิมถือเป็นความเสี่ยงที่สูงมากจนแทบรับไม่ไหว”
“ขยายโอกาส” ด้วยการรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดตีบตัน สำเร็จเป็น “รายแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (South East Asia)” ความสำเร็จของทีมแพทย์ ม.อ. ในครั้งนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่โรคหลอดเลือดโป่งพองเท่านั้น แต่ยังเป็นการนำนวัตกรรมหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด ไปประยุกต์ใช้ในการรักษา ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดตีบตัน จนประสบความสำเร็จเป็น “รายแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (South East Asia)” อีกด้วย ซึ่งการพัฒนาคุณภาพการรักษาในครั้งนี้ เปรียบเหมือนสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า คณะแพทยศาสตร์ ม.อ. ไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนา รักษาผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคยากและซับซ้อน ในพื้นที่ภาคใต้ ตลอดจนผู้ป่วยโรคหลอดเลือดทั่วภูมิภาค ได้เข้าถึงเทคโนโลยีการรักษาที่ปลอดภัย แม่นยำ และมีประสิทธิภาพสูงสุดในระดับสากล
สำหรับผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดโรคเส้นเลือดโป่งพองในช่องท้องด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดรายแรกของเอเชีย เป็นผู้ป่วยอายุ 65 ปี มีโรคประจำตัวคือ เบาหวานและไขมัน รวมถึงมีประวัติสูบบุหรี่ ในปี 2568 จากติดตามอาการพบว่าผู้ป่วยมีภาวะเส้นเลือดโป่งพองมากขึ้น ทีมแพทย์จึงทำการผ่าตัด หลังผ่าตัดผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้ภายใน 3 วัน ปัจจุบันสามารถกลับมาทำงานและใช้ชีวิตได้เป็นปกติ ทั้งนี้นับเป็นความโชคดีของผู้ป่วย ที่มีมูลนิธิโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ สนับสนุนทุนในการพัฒนาความเชี่ยวชาญของแพทย์ จัดหาอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ และช่วยเหลือด้านการรักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วยยากไร้ตลอดจนสนับสนุนการดำเนินงานด้านการแพทย์และการสาธารณสุข