วันที่ 25 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 12.40 น. นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ลงพื้นที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านประกอบ ตำบลประกอบ อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานของด่านศุลกากรบ้านประกอบ พร้อมรับฟังข้อมูลด้านการค้าชายแดน การอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและผู้ประกอบการ ตลอดจนระบบการบริหารจัดการยานพาหนะที่เดินทางเข้า–ออกระหว่างประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย โดยมี นายยติวัตร มนตริวัต นายด่านศุลกากรบ้านประกอบ ผู้แทนนายอำเภอนาทวี พร้อมด้วยบุคลากรและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับ
สำหรับด่านศุลกากรบ้านประกอบ ตั้งอยู่บริเวณหลักเขตแดนที่ 31 หมู่ที่ 3 บ้านประกอบออก ตำบลประกอบ อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา ตรงข้ามกับบ้านดุเรียนบุรง อำเภอปาดังเตอรับ รัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม 2553 มีบทบาทสำคัญในฐานะช่องทางยุทธศาสตร์ด้านการค้าชายแดน การท่องเที่ยว และโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ อีกทั้งช่วยระบายความแออัดของปริมาณรถยนต์และสินค้าจากด่านสะเดาและด่านปาดังเบซาร์ โดยปัจจุบันเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00–17.00 น.
ด้านสถานการณ์การค้าชายแดน ข้อมูลมูลค่าการนำเข้า–ส่งออกของด่านศุลกากรบ้านประกอบ พบว่า ในปีงบประมาณ ปีงบประมาณ 2568 มีมูลค่าการนำเข้า 29.4 ล้านบาท และการส่งออก 2,380.0 ล้านบาท ส่วนปีงบประมาณ 2569 ซึ่งเป็นข้อมูลตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568–พฤษภาคม 2569 มีมูลค่าการนำเข้า 7.4 ล้านบาท และการส่งออก 552.0 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของด่านบ้านประกอบในฐานะช่องทางสำคัญในการเชื่อมโยงการค้าระหว่างไทยกับมาเลเซีย
สำหรับสินค้านำเข้าสำคัญในปีงบประมาณ 2569 ได้แก่ ยางมะตอย มูลค่า 6.95 ล้านบาท เสื้อผ้าเก่าใช้แล้ว 0.32 ล้านบาท สุทธินำกลับ (ลังเปล่า) 0.10 ล้านบาท ขนม 0.002 ล้านบาท และของใช้ในบ้านเรือนที่ทำด้วยพลาสติก 0.002 ล้านบาท รวมมูลค่าการนำเข้าทั้งสิ้น 7.38 ล้านบาท ขณะที่สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ น้ำยางสด 35% มูลค่า 352.14 ล้านบาท มะม่วงสด 154.79 ล้านบาท ผลไม้อื่น ๆ อาทิ เงาะ ทุเรียน ชมพู่ และน้อยหน่า 22.62 ล้านบาท ฝรั่งและแตงโม 9.17 ล้านบาท และส้ม 5.17 ล้านบาท รวมมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 552.65 ล้านบาท
โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาได้รับฟังข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาระบบงานด้านยานพาหนะข้ามพรมแดน ซึ่งกรมศุลกากรอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบพิธีการยานพาหนะข้ามพรมแดน หรือ Cross-border Vehicle System (CBV) เพื่อทดแทนระบบงานยานพาหนะผ่านแดน หรือ Vehicle Information System (VIS) ที่ให้บริการมาเป็นเวลามากกว่า 8 ปี โดยระบบใหม่มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ การควบคุมและวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านการกระทำความผิด รวมถึงเพิ่มความถูกต้องของข้อมูลสถิติยานพาหนะข้ามพรมแดน ตลอดจนอำนวยความสะดวกแก่ผู้ควบคุมยานพาหนะที่เดินทางเข้า–ออกนอกราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ให้สามารถดำเนินการได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ รองรับปริมาณงานที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการจัดเก็บและวิเคราะห์ความต้องการของระบบ (Requirement) เพื่อประกอบการออกแบบและพัฒนาระบบต่อไป
