นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วย นางสาวจิตพิสุทธิ์ ไกรประสิทธิ์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา นายโสภณ ทองไสย หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา และนางพัสกาญจน์ ทิพย์มณี กีรติชัยสาร ผู้อำนวยการกลุ่มงานอำนวยการ สำนักงานจังหวัดสงขลา เข้าร่วมการเสวนาผู้นำเมืองระดับโลก ณ นครอู่ฮั่น สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งจัดโดยสถานกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำจังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 18–21 กันยายน 2569 เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ตลอดจนเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของจีนและไทย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย
โดยวานนี้ (18 กันยายน 2569) คณะได้เดินทางไปศึกษาดูงาน ณ บริษัท ไชน่า สเตท คอนสตรัคชั่น เอนจิเนียริ่ง คอร์ปอเรชั่น (CSCEC) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ของจีนด้านการก่อสร้างและการลงทุน เพื่อรับฟังการนำเสนอแนวทางการบริหารจัดการน้ำ การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงการฟื้นฟูระบบนิเวศทางน้ำของนครอู่ฮั่น
นครอู่ฮั่นได้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการบริหารจัดการน้ำและน้ำเสีย โดยเฉพาะระบบบำบัดน้ำเสียด้วยเทคโนโลยีเมมเบรน MBR ร่วมกับระบบเติมอากาศและกำจัดฟอสฟอรัสอย่างแม่นยำ ช่วยลดการใช้พลังงานได้ประมาณร้อยละ 10 และลดการใช้สารเคมีได้มากกว่าร้อยละ 7 พร้อมยกระดับระบบควบคุมมลพิษจากน้ำล้นในฤดูฝน (CSO) ด้วยการก่อสร้างถังเก็บน้ำ CSO จำนวน 3 แห่ง และระบบบำบัดขั้นสูง CSO จำนวน 2 แห่ง ทำให้สามารถรองรับปริมาณฝนตกขนาด 40 มิลลิเมตรในลุ่มน้ำหวงเซี่ยว และ 33 มิลลิเมตรในลุ่มน้ำจีฉ่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่เกิดปัญหาน้ำล้น
นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงระบบโครงข่ายท่อระบายน้ำ ด้วยการขุดลอกและซ่อมแซมท่อระบายน้ำสายหลักของเมืองระยะทางรวม 64 กิโลเมตร พร้อมปิดจุดรั่วซึมมากกว่า 30 แห่ง ส่งผลให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการรวบรวมน้ำเสียเข้าสู่ระบบบำบัดได้อย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการฟื้นฟูระบบนิเวศและคุณภาพสิ่งแวดล้อมทางน้ำ โดยนำน้ำสะอาดจากโรงงานใต้ดิน Tie Lu Qiao และน้ำทิ้งที่ผ่านการบำบัดจากโรงงาน Hanxi มาใช้ในการฟื้นฟูแหล่งน้ำ รวมถึงการปรับปรุงภูมิทัศน์ ปลูกพรรณไม้ และปล่อยหอย กุ้ง และปลามากกว่า 40 ชนิด เพื่อฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพและสร้างระบบนิเวศทางน้ำที่สมบูรณ์
ด้านการบริหารจัดการ นครอู่ฮั่นได้นำเทคโนโลยี IoT, GIS, AI, Big Data และ Cloud Computing มาใช้พัฒนาแพลตฟอร์มบริหารจัดการน้ำอัจฉริยะ สามารถรวบรวมข้อมูลแบบเรียลไทม์ พยากรณ์ระดับน้ำ แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำล้น และสั่งการระบบได้โดยอัตโนมัติ ขณะเดียวกันยังส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนผ่านการจัดตั้งทีมอาสาสมัครและกิจกรรมด้านวิชาการและสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนักเรียน เยาวชน และชุมชนแล้วมากกว่า 60 ครั้ง
อีกแนวทางสำคัญ คือการใช้พื้นที่เหนือโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยก่อสร้างโรงงานบำบัดน้ำเสียและถังเก็บน้ำไว้ใต้ดิน ซึ่งมีความลึกเทียบเท่าอาคารประมาณ 6 ชั้น ก่อนปรับพื้นที่ด้านบนเป็นสวนสาธารณะและพื้นที่ออกกำลังกาย ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวและพื้นที่สาธารณะสำหรับประชาชน ขณะที่การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมทางน้ำดำเนินควบคู่กับการพัฒนาเมือง ภายใต้แนวคิด “โรงงานและสถานีใต้ดิน + สวนสาธารณะบนดิน” ทำให้โครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดการน้ำสามารถผสานเข้ากับการพัฒนาเมืองได้อย่างกลมกลืน
