วันเสาร์, 19 กันยายน 2569

ลงพื้นที่ประตูระบายน้ำคลองเตยติดตามประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ

19 ก.ย. 2026
26

วันนี้ (19 กันยายน 2569) คณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา นำโดย นายศุภโชค ศาลากิจ ประธานคณะกรรมาธิการฯ ลงพื้นที่ประตูระบายน้ำคลองเตย (สถานีสูบน้ำปลายคลองเตย ข.7) อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามการบริหารจัดการน้ำ ประสิทธิภาพของสถานีสูบน้ำ และการใช้งบประมาณในการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ โอกาสนี้ นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา มอบหมายให้ นายจิรวัตร์ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วย นายชรินทร แพทยนันทเวช รองนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ นายรุ่งโรจน์ และสุบ ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์และข้อมูลเพื่อการพัฒนาจังหวัดสงขลา และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับและลงพื้นที่

นายศุภโชค ศาลากิจ ประธานคณะกรรมาธิการฯ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการติดตามการใช้งบประมาณของเทศบาลนครหาดใหญ่ในการแก้ไขปัญหาอุทกภัย ซึ่งมีวงเงินรวมประมาณ 500 ล้านบาท โดยคณะกรรมาธิการฯ ได้ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานในหลายด้านอย่างต่อเนื่องตลอด 4 วันที่ผ่านมา และประตูระบายน้ำคลองเตยเป็นจุดสุดท้ายของการลงพื้นที่ในครั้งนี้ โดยมุ่งติดตามประสิทธิภาพการดำเนินงานของสถานีสูบน้ำ ซึ่งมีการใช้งบประมาณในการซ่อมแซมกว่า 100 ล้านบาท

จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า ปัจจุบันเครื่องสูบน้ำทั้ง 18 เครื่องสามารถใช้งานได้ทั้งหมด และหากเดินเครื่องเต็มระบบจะมีศักยภาพในการสูบน้ำประมาณ 63 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที อย่างไรก็ตาม คณะกรรมาธิการฯ ได้ตั้งข้อสังเกตและแสดงความห่วงใยเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าที่เป็นปัจจัยสำคัญต่อการเดินเครื่องสูบน้ำ โดยเฉพาะกรณีเกิดไฟฟ้าขัดข้องหรือต้องตัดกระแสไฟฟ้าในช่วงสถานการณ์น้ำท่วม

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงว่า หากเกิดกรณีไฟฟ้าขัดข้อง สถานีสูบน้ำมีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองจำนวน 6 เครื่อง สามารถรองรับการเดินเครื่องสูบน้ำได้เพียงบางส่วน จึงมีข้อเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมด้านระบบไฟฟ้าสำรองเพิ่มเติม รวมถึงพิจารณาจุดติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าให้เหมาะสมและปลอดภัยจากระดับน้ำ เพื่อให้สามารถเดินระบบสูบน้ำได้อย่างต่อเนื่องและเต็มประสิทธิภาพในช่วงเกิดอุทกภัย เบื้องต้นควรใช้อุปกรณ์และระบบที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมทั้งพิจารณาการบริหารจัดการในภาพรวมทั้งระบบ โดยเฉพาะเส้นทางน้ำและคลองที่เชื่อมต่อกับสถานีสูบน้ำ เพื่อให้สามารถระบายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งได้รับข้อมูลว่าเทศบาลนครหาดใหญ่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการขุดลอกคลองและดำเนินการในส่วนต่าง ๆ อยู่แล้ว จึงควรดำเนินการให้ครอบคลุมทั้งระบบ

ขณะเดียวกัน คณะกรรมาธิการฯ ยังให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำของเมืองหาดใหญ่ในระยะยาว โดยได้รับรายงานว่ามีแผนการพัฒนาระบบขนาดใหญ่ที่ยังไม่ได้ดำเนินการมาเป็นระยะเวลากว่า 20 ปี จึงเห็นว่าควรติดตามความคืบหน้าและผลักดันให้เกิดการบูรณาการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ เนื่องจากสถานการณ์ฝนตกหนักที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อาจส่งผลให้ขีดความสามารถของระบบระบายน้ำในเขตเมืองไม่เพียงพอต่อสถานการณ์ในอนาคต